16 ต.ค. เวลา 03:06 • ประวัติศาสตร์

ชีวิตนักเดินเรือในอดีตลำบากเพียงใด? เมื่อการข้ามมหาสมุทรอาจต้องแลกด้วยชีวิต

ทุกวันนี้เราสามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรด้วยเครื่องบินภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง แต่เมื่อย้อนกลับไปหลายร้อยปีก่อน การเดินทางระหว่างทวีปอาจกินเวลาหลายเดือน และไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย
ในปี ค.ศ. 1887 เรือสินค้า Balclutha ออกเดินทางจากเวลส์ไปยังซานฟรานซิสโก ใช้เวลาถึง 140 วัน โดยมีลูกเรือ 26 คน การเดินทางครั้งนี้ต้องผ่านน่านน้ำอันตรายบริเวณแหลมฮอร์น ทางตอนใต้ของทวีปอเมริกาใต้
แล้วคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กลางทะเลนานหลายเดือน กินอะไร นอนที่ไหน และต้องเผชิญความลำบากเพียงใด?
1. ทำงานหนัก แม้ท่ามกลางพายุ
บนเรือใบในอดีต ลูกเรือต้องใช้แรงกายควบคุมการเดินทาง ตั้งแต่ชักใบเรือ เก็บใบเรือ ดึงเชือก เฝ้ายาม ไปจนถึงทำความสะอาดและซ่อมบำรุงเรือ
เมื่อสภาพอากาศเลวร้าย งานเหล่านี้กลับยิ่งอันตราย
เอกสารประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเรือ Balclutha ที่เก็บรักษาโดย National Park Service บันทึกประสบการณ์ลูกเรือที่ต้องปีนขึ้นไปทำงานบนเสากระโดงท่ามกลางฝน ความหนาว และคลื่นลมรุนแรง
การทำงานบนที่สูงขณะที่เรือโคลงเคลงอาจทำให้ลูกเรือตกลงมาได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
ต่างจากเรือสมัยใหม่ที่มีเครื่องยนต์ เรือใบต้องพึ่งพาทั้งกระแสลม ความชำนาญ และแรงงานของลูกเรืออย่างมาก
2. ที่นอนคับแคบและแทบไม่มีความเป็นส่วนตัว
ชีวิตหลังเลิกงานก็ไม่ได้สะดวกสบาย
ลูกเรือธรรมดามักพักรวมกันในพื้นที่จำกัด บางลำนอนในเปลผ้า บางลำนอนบนเตียงแคบ ๆ ใต้ดาดฟ้า ซึ่งอาจทั้งอับชื้น หนาวเย็น และมีกลิ่นไม่พึงประสงค์
สำหรับเรือ Balclutha พื้นที่นอนของลูกเรืออยู่บริเวณหัวเรือ มีสภาพมืด เย็น และชื้น
ลูกเรือยังต้องทนกับเสียงเรือและการโคลงเคลงจากคลื่น แม้ในเวลาที่ร่างกายต้องการพักผ่อน
ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงมักมีพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกแตกต่างจากลูกเรือทั่วไป
3. อาหารที่กินได้ แต่ไม่น่ากินเสมอไป
ปัญหาสำคัญของการเดินทางไกลคือการเก็บรักษาอาหาร
เสบียงที่พบได้บ่อย ได้แก่ เนื้อวัวหรือเนื้อหมูเค็ม ถั่ว ชีส และขนมปังกรอบแข็งที่เรียกว่า Ship's Biscuit หรือ Hardtack
ขนมปังชนิดนี้ถูกอบให้แห้งเพื่อเก็บได้นาน แต่แข็งจนบางครั้งต้องนำไปแช่น้ำหรือซุปก่อนรับประทาน
พิพิธภัณฑ์ Australian National Maritime Museum ระบุว่า ลูกเรือบนเรือ Endeavour ของกัปตันเจมส์ คุก ได้รับขนมปังกรอบประมาณ 450 กรัมต่อวัน พร้อมเสบียงประเภทอื่น
อาหารเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าลูกเรือทุกคนอดอยากตลอดเวลา เพราะบางเรือมีเสบียงให้พลังงานเพียงพอ แต่ปัญหาคือความจำเจ การเน่าเสีย และการขาดอาหารสด
เสบียงที่เก็บไว้นานอาจมีแมลงหรือหนูเข้ามารบกวน ขณะที่น้ำดื่มก็อาจเสื่อมคุณภาพระหว่างการเดินทาง
4. โรคภัยที่อันตรายไม่แพ้พายุ
หนึ่งในโรคที่สร้างความเดือดร้อนให้ลูกเรือคือโรคลักปิดลักเปิด หรือ Scurvy ซึ่งเกิดจากการขาดวิตามินซี
หากต้องอยู่กลางทะเลเป็นเวลานานโดยไม่ได้รับผักและผลไม้ที่เหมาะสม ลูกเรืออาจเจ็บป่วยรุนแรง
หลักฐานชิ้นหนึ่งที่ Royal Museums Greenwich เก็บรักษาไว้ คือบันทึกของเอ็ดเวิร์ด บาร์โลว์ (Edward Barlow) ในปี ค.ศ. 1683
บันทึกกล่าวถึงเรือ Delight ซึ่งไม่สามารถจัดหาเสบียงเพิ่มเติมได้ตามต้องการ ระหว่างเดินทางไปยังเกาะสุมาตรา ลูกเรือหลายคนป่วยเป็นโรคลักปิดลักเปิด และบางคนเสียชีวิต
ในยุคนั้น การรักษาพยาบาลบนเรือยังมีข้อจำกัดมาก โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด เครื่องมือ และความรู้ทางการแพทย์
5. ระเบียบวินัยเข้มงวด และบางคนไม่ได้สมัครใจมา
นอกจากความเหนื่อยล้า ลูกเรือยังต้องอยู่ภายใต้คำสั่งของผู้บังคับบัญชา
ในกองทัพเรืออังกฤษยุคเรือใบ การละเมิดวินัยอาจนำไปสู่การลงโทษทางร่างกาย เช่น การเฆี่ยน
บางช่วงเวลา โดยเฉพาะระหว่างสงคราม กองทัพเรืออังกฤษยังใช้วิธีบังคับเกณฑ์คนเข้าประจำการ ซึ่งเรียกว่า Impressment
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าลูกเรือทุกคนถูกบังคับหรือได้รับการปฏิบัติเหมือนกัน เพราะเงื่อนไขแตกต่างกันระหว่างเรือรบ เรือสินค้า และช่วงเวลา
6. ทำไมยังมีคนเลือกเป็นนักเดินเรือ?
แม้ชีวิตบนเรือจะลำบาก แต่ก็มีผู้คนเลือกอาชีพนี้ด้วยเหตุผลต่างกัน
บางคนต้องการค่าจ้าง บางคนเติบโตมาในครอบครัวชาวเรือ ขณะที่บางคนอยากเดินทางไปยังดินแดนที่ไม่เคยเห็น
เมื่อมีเวลาว่าง ลูกเรืออาจเล่นไพ่ เล่าเรื่อง ร้องเพลง หรือทำงานฝีมือ เพื่อคลายความเบื่อหน่ายและความคิดถึงบ้าน
สำหรับคนบางกลุ่ม มหาสมุทรจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานที่อันตราย แต่ยังหมายถึงโอกาสและการผจญภัย
บทสรุป
การเดินเรือในอดีตไม่ได้มีแต่ภาพเรือใบสวยงามกลางทะเลสีคราม หากยังเต็มไปด้วยแรงงานหนัก อาหารที่เก็บรักษายาก โรคภัย สภาพความเป็นอยู่คับแคบ และความเสี่ยงจากธรรมชาติ
เบื้องหลังการค้าข้ามทวีปและการสำรวจโลก มีชีวิตของลูกเรือธรรมดาจำนวนมากที่ต้องอดทนต่อความไม่แน่นอนเหล่านี้
ครั้งต่อไปเมื่อเห็นภาพเรือใบโบราณ ลองนึกถึงผู้คนที่เคยทำงานอยู่บนนั้น เพราะสำหรับพวกเขา การเดินทางไม่ได้จบลงเพียงเมื่อพบแผ่นดินใหม่ แต่ต้องมีชีวิตรอดกลับไปให้ถึงบ้านด้วย
แหล่งข้อมูลอ้างอิง
Royal Museums Greenwich — Life at Sea in the Age of Sail
Australian National Maritime Museum — Life aboard HMB Endeavour
U.S. National Park Service — Balclutha, ประวัติเรือและคำบอกเล่าชีวิตลูกเรือ
Royal Museums Greenwich — Journal of Edward Barlow, เอกสารปี ค.ศ. 1683 หมายเลข JOD/4/226
โฆษณา