Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
1 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ
Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 41
คำถามที่ 1
ไม่ประสงค์ออกนาม : ในโลกทุกวันนี้ที่วิทยาการพัฒนาเร็วมาก จำเป็นแค่ไหนที่เราต้องอ่านหนังสือภาษาอังกฤษ
คุณวินทร์อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเยอะไหมครับ
วินทร์ เลียววาริณ : ผมอ่านหนังสือภาษาอังกฤษเยอะ เป็นนิสัยที่เกิดขึ้นหลังจากไปทำงานที่ต่างประเทศหลายปี
อยู่ดีๆ ก็คงไม่จับหนังสือภาษาอังกฤษหรอก แต่เนื่องจากมีนิสัยรักการอ่าน และรอบตัวไม่มีหนังสือไทยเลย ก็ต้องอ่านภาษาอังกฤษ
ครั้นกลับเมืองไทย นิสัยอ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็ตามมาด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีช่วงหนึ่งผมศึกษาเรื่องจักรวาลวิทยา ดาราศาสตร์ ฟิสิกส์ ฯลฯ หาตำราไทยไม่ได้ ก็อ่านตรงจากต้นฉบับ และพบว่าในโลกตะวันตก มีหนังสือทุกหัวข้อ มากมายอ่านไม่ไหว
ราว 30-40 ปีก่อน บ้านเรามีหนังสือแปลจากภาษาอังกฤษมาขายเยอะ ผมก็แวะร้านหนังสือภาษาอังกฤษเสมอ ไปเที่ยวต่างจังหวัดก็พกตำราหรือหนังสือพวกนี้ไปอ่าน
โชคดีมากที่ตอนนั้นโลกยังไม่มีโซเชียล เน็ตเวิร์ก หนังสือยังเป็นลมหายใจของเรา
1
ตอนนี้คนอ่านหนังสือน้อยลง อยากอ่านภาษาอังกฤษก็ใช้ app แปลเอา แต่ผมไม่รู้ว่ามันแม่นยำแค่ไหน แต่มันคงไม่เหมือนความสามารถที่จะอ่านเองโดยตรง
ผมแนะนำให้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษ อย่าคิดก่อนว่ามันยาก ค่อยๆ อ่านไป เรียนไปเรื่อยๆ แล้วจะเก่งขึ้นเอง
พยายามพัฒนาด้านภาษาของตัวเราให้ดีขึ้น ก็จะได้เปรียบกว่าคนอื่น เพราะเราไม่สามารถพึ่ง app ตลอดเวลา
1
คำถามที่ 2
ผู้ติดตาม : ทฤษฎีสมคบคิดมีจริงไหมครับ แล้วถ้ามี เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ไหมครับ
วินทร์ เลียววาริณ : ทฤษฎีสมคบคิด หรือ conspiracy theory คือการอธิบายเหตุการณ์หนึ่งว่าเป็นผลงานของคนกลุ่มหนึ่ง ร่วมมือกันเปลี่ยนแปลงความจริง โดยการเลือกข้อมูลบางชิ้นมาผสมกัน เพื่อได้เรื่องใหม่ที่ต้องการ
คนเราชอบเรื่องแต่ง จึงไม่แปลกที่ชอบทฤษฎีสมคบคิดf้วย เพราะมันสนุก สีสีสันน่าตื่นเต้นกว่าเรื่องจริง ยกตัวอย่าง เช่น การไปเหยียบดวงจันทร์ การลอบสังหารประธานาธิบดีเคนเนดี ฯลฯ
ในเรื่องการไปเหยียบดวงจันทร์ ถ้าเสนอข่าวว่ามนุษย์ไปเยือนดวงจันทร์ เรื่องก็คงเป็นข่าวอยู่ไม่กี่วัน แล้วจบแค่นั้น เพราะมันก็เป็นแค่ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีของมนุษย์ ไม่มีใครให้ความสนใจนาน
แต่หากแปลงมันเป็นทฤษฎีสมคบคิด ก็สามารถคุยได้อีกนาน เฉพาะเรื่องการไปเหยียบดวงจันทร์นี่ เราทะเลาะกันมาห้าสิบปีแล้ว เอาหลักฐานรูปถ่ายที่ยานอวกาศประเทศอื่นๆ ถ่ายมาให้ดู ก็ยังเลือกไม่เชื่อ
เรื่องการลอบสังหารประธานาธิบดีเคนเนดีก็เช่นกัน มีหนังสือและหนังมากมายที่นำเสนอทฤษฎีสมคบคิด เฉพาะหนังสือมีมากกว่าหนึ่งพันปก กลุ่มคนที่อยู่เบื้องหลังคือซีไอเอบ้าง มาเฟียบ้าง อิสราเอลบ้าง เคจีบีบ้าง รองประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นคนทำบ้าง
ทฤษฎีสมคบคิดนั้นสร้างขึ้นไม่ยาก คนที่เรียนวิชาสร้างหนัง ย่อมผ่านประสบการณ์การตัดต่อ ฟุตเตจเดียวกันให้เป็นเรื่องต่างกัน
นั่นคือเราสามารถใช้ฟุตเตจจริง เรียงลำดับต่างกัน หรือเติมฟุตเตจจริงอื่นๆ เข้าไป ก็จะหนังคนละความหมายกัน และสามารถพลิกขาวเป็นดำได้
1
ทฤษฎีสมคบคิดมีในประวัติศาสตร์แน่ แม้แต่ในเมืองไทย
การเมืองไทยสมัยจอมพล ป. มีข่าวการลอบสังหารนายกฯสามครั้ง แต่รอดทุกครั้ง (คล้ายกับประธานาธิบดีทรัมป์) หนังสือพิมพ์สมัยนั้นรายงานข่าวว่า จอมพล ป. ถูกลอบยิง ในเวอร์ชั่นของทางการ เรื่องก็จบเท่านั้น แต่ในมุมมองของคนภายนอก เชื่อว่านี่เป็นการจัดฉาก มันเป็นทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่ใช่ เราไม่มีทางรู้
ในยุคที่ AI มีบทบาท การสร้างฉากทฤษฎีสมคบคิดทำได้ง่ายขึ้น เพราะมันดูสมจริงมากกว่าสมัยก่อน และมันก็ทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยมากขึ้น บอกว่าเป็น “คลิปตัดต่อ”
1
แต่เมื่อพระวัดใดวัดหนึ่งบอกว่าตนมีอภินิหาร ติดต่อคนบนสวรรค์ได้ และรู้หนทางไปสวรรค์ (ผ่านการบริจาค) ผู้คนก็เลือกที่จะเชื่อทันที
1
บางทีมนุษย์เรายินดีให้ถูกหลอก ทฤษฎีสมคบคิดจึงไม่เคยจบสิ้น
บันทึก
3
1
3
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย