•
8 ชั่วโมงที่แล้ว • วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

We may finally know why it’s so hard to lose weight

ในที่สุดเราอาจได้รู้แล้วว่าทำไมการลดน้ำหนักถึงเป็นเรื่องยาก
การวิจัยในหนูพบว่า 'ความทรงจำเกี่ยวกับโรคอ้วน' ในเซลล์ภูมิคุ้มกัน อาจเป็นปัจจัยที่ขัดขวางการลดไขมัน
การลดน้ำหนัก และรักษาน้ำหนักตัวไม่ให้กลับมาเพิ่มขึ้นอีกนั้น ขึ้นชื่อว่าเป็นเรื่องยากอย่างยิ่ง ล่าสุด นักวิทยาศาสตร์อาจค้นพบสาเหตุประการหนึ่งแล้ว นั่นคือโรคอ้วน อาจทิ้ง "ความทรงจำ" ที่ฝังรากลึก ไว้ในเซลล์ภูมิคุ้มกัน ที่อยู่ในเนื้อเยื่อไขมัน
ผลการวิจัยในหนูทดลองพบว่า โรคอ้วน ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ที่คงอยู่ยาวนานในเซลล์ภูมิคุ้มกัน "แมคโครฟาจ" macrophage ซึ่งการเปลี่ยนแปลงที่คงอยู่ยาวนานในเซลล์ภูมิคุ้มกันแมคโครฟาจนั้น เป็นความทรงจำในเซลล์อย่างฝังรากลึก โดยเซลล์แมคโครฟาจจำว่าตัวเองนั้น ยังคงอ้วนอยู่ การที่มีความทรงจำคงอยู่ในเซลล์แมคโครฟาจอย่างยาวนานเช่นนี้ ได้ส่งผลรบกวน ต่อกระบวนการทำงานตามปกติของเนื้อเยื่อไขมัน
ที่สำคัญคือ ความทรงจำในเซลล์แมคโครฟาจที่จำว่าตัวเองยังคงอ้วนอยู่นั้น ยังคงมีอยู่ต่อในเซลล์อีกยาวนาน ถึงแม้ว่า จะมีการปรับเปลี่ยนให้หนูที่อ้วน หันมากินอาหารที่มีไขมันต่ำ นี่จึงอาจเป็นคำอธิบายว่า เหตุใดหนูเหล่านั้น จึงประสบปัญหาในการลดน้ำหนัก
นักวิจัยระบุว่า "ความทรงจำเกี่ยวกับโรคอ้วน" ในระดับเซลล์นี้ อาจช่วยอธิบายได้ว่า เหตุใดร่างกายจึงต่อต้านการลดไขมัน
บอนน์ฟงด์ Amelie Bonnefond ผู้เชี่ยวชาญ ด้านพันธุศาสตร์เกี่ยวกับโรคอ้วน ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในการวิจัยนี้ กล่าวกับวารสาร บีบีซี ไซเอนซ์ โฟกัส BBC Science Focus ว่า ผลการทดลองในหนู ให้ข้อมูลเชิงกลไกที่ "แปลกใหม่" และ "มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ" เกี่ยวกับวิธีที่เซลล์ ยึดติดกับความทรงจำเรื่องโรคอ้วน
เซลล์ภูมิคุ้มกันแมคโครฟาจในเนื้อเยื่อไขมัน มีหน้าที่หลายประการ รวมถึงการกำจัดเซลล์ที่ตายแล้ว และการกู้คืนสารที่ช่วยส่งเสริมกระบวนการสลายไขมัน
ทว่าการจะทำงานได้ตามปกตินั้น เซลล์ภูมิคุ้มกันแมคโครฟาจ จำเป็นต้องสามารถดำเนินการกระบวนการที่เรียกว่า การตัดต่อและสลับตำแหน่งของยีน หรือ alternative splicing ได้ ซึ่งการตัดต่อและสลับตำแหน่งของยีน เป็นกระบวนการที่ช่วยให้เซลล์ นำสำเนาของรหัสพันธุกรรม มาจัดเรียงใหม่ในรูปแบบที่แตกต่างกัน
กระบวนการการตัดต่อและสลับตำแหน่งของยีนเช่นนี้ ช่วยให้ยีนเพียงยีนเดียว สามารถสร้างโมเลกุลทางชีวภาพ เช่น โปรตีน ได้หลากหลายชนิด และกระบวนการตัดต่อและสลับตำแหน่งของยีนนี้ ถือเป็นพื้นฐานสำคัญ สำหรับการทำงานตามปกติของเซลล์
เมื่อนักวิจัยตรวจสอบเซลล์แมคโครฟาจ ในเนื้อเยื่อไขมันของหนูที่เป็นโรคอ้วน พวกเขาพบความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกระบวนการการตัดต่อและสลับตำแหน่งของยีน หนูที่มีรูปร่างผอมจะตรวจไม่พบกระบวนการที่ผิดปกติแต่อย่างใด
จากนั้น ทีมวิจัยได้ตรวจสอบว่า ความผิดปกติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในกระบวนการการตัดต่อและสลับตำแหน่งของยีนในลักษณะเดียวกันนี้ อาจเกิดขึ้นในมนุษย์ด้วยหรือไม่ โดยเมื่อวิเคราะห์ตัวอย่างเนื้อเยื่อไขมันของมนุษย์ จากทั้งผู้ที่มีโรคอ้วนและผู้ที่ไม่มีโรคอ้วน นักวิทยาศาสตร์ก็พบหลักฐาน ที่แสดงถึงความแตกต่างในลักษณะเดียวกันของเซลล์แมคโครฟาจ เหมือนดังที่ตรวจพบในหนู
อย่างไรก็ตาม บอนน์ฟงด์ ไม่ได้รู้สึกคล้อยตามผลการทดลองที่ใช้เนื้อเยื่อมนุษย์ดังกล่าว โดยระบุว่าเป็น "ข้อจำกัดสำคัญ" ของงานวิจัยชิ้นนี้
บอนน์ฟงด์กล่าวว่า ข้อค้นพบเหล่านั้นส่วนใหญ่ เป็นเพียงความสัมพันธ์เชิงสถิติ และในการวิจัยนี้ ก็ไม่ได้นำปัจจัยที่อาจมีความสำคัญ เช่น อายุและเพศ นำมาพิจารณาร่วมในการวิเคราะห์สถิติด้วย
เมเยน Ferdinand von Meyenn ศาสตราจารย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการและอีพิเจเนติกส์ของการเผาผลาญ กล่าวว่า งานวิจัยนี้ ยังไม่ได้ระบุแน่ชัดว่า การเปลี่ยนแปลงในระดับเซลล์ที่เกิดจากโรคอ้วนหรือความทรงจำของเซลล์แมคโครฟาจของมนุษย์นั้น จะมีความทรงจำคงอยู่เป็นระยะเวลานานเหมือนกับที่ตรวจพบในหนูหรือไม่
เมเยน กล่าวกับ วารสาร บีบีซี ไซเอนซ์ โฟกัส ว่า แนวคิดในการมุ่งเป้าของนักวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างยาตัวใหม่ มาจัดการกับเซลล์แมคโครฟาจที่ทำงานผิดปกติ เพื่อที่จะช่วยลดน้ำหนักในมนุษย์นั้น "ถือเป็นแนวคิดในการรักษาที่สมเหตุสมผลในเชิงหลักการ"
เมเยน ระบุว่า อย่างไรก็ตาม เรายังคง "ต้องใช้เวลาอีกนาน" กว่าจะสามารถพัฒนาแนวทางนี้ ให้กลายเป็นการรักษาสำหรับมนุษย์ได้จริง
ผู้เขียน : Steph Santos Paulo
แปลไทยโดย : Wichai Purisa (senior scientist)
โฆษณา