Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ศรัญญา วิชชาธรรม
•
ติดตาม
18 ต.ค. เวลา 03:31 • หนังสือ
“ความหลังฝังใจ”
เขียนโดย : บุญร่วม เทียมจันทร์
จ่าจิตเป็นจ่าสมัยใหม่ อายุ 30 เข้มแข็ง เป็นตำรวจมือปราบตัวฉกาจ มีอนาคตที่ยาวไกล
หลังจากเขาเบิกความเป็นพยานโจทก์ในคดีปล้นให้ผมแล้ว ในตอนเย็นวันนั้นผมกับจ่าจิตก็มานั่งจิบเบียร์เย็นๆ ที่ร้านป้าอู่หลังศาล
จ่าจิตเล่าเรื่องอันสะเทือนใจเรื่องหนึ่งให้ผมฟัง
ฟังแล้วก็อดเล่าต่อไม่ได้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อจริงๆ
เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์อย่างดีสำหรับตำรวจ โจร และคนดี อ่านแล้วกรุณาเอาไปใช้ในทางดีด้วยนะครับ
อย่าเอาอย่างผมเลย... ไอ้ผมน่ะ มันตกนรกแหงๆ อยู่แล้ว
วิสามัญฆาตกรรม... ระยำ!!
เดิมทีผมเป็นคนที่ช่วยได้ แม้กระทั่งมดตกน้ำ…
แต่ทำไมตอนหลังๆ ผมจึงกลายเป็น “ไอ้จ่าจอมโหด” ไปได้ก็ไม่รู้ สงสัยว่าคงจะเป็นแรงกดดันตั้งแต่ครั้งไอ้เสือรอดมันปล้นบ้านผม เอาปืนยิงกรอกปากเมียผมทั้งๆ ที่เมียผมยกมือไหว้ขอชีวิตมันปลกๆ ซ้ำยังเอาดาบปลายปืนกระซวกท้องลูกสาวอายุ 2 ขวบของผมเล่น แล้วก็โยนหน้าต่างทิ้งก็เป็นได้ ทำให้ผม “พี่จ่าใจดี” กลายเป็น “ไอ้จ่าจอมโหด” ไปได้
เรื่องฆ่าคนน่ะหรือ... เรื่องวิสามัญฆาตกรรมน่ะหรือ...
อย่าให้เซดเลย ซัดแม่งซะจนนับไม่ถ้วนมาแล้ว
ความจริงไอ้เรื่องวิสามัญฆาตกรรม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่ว่า
“ฯลฯ ความตายเกิดขึ้น เพราะการกระทำของเจ้าพนักงาน หรือที่อ้างว่าได้ปฏิบัติการตามหน้าที่” นั้น มันหมูยิ่งกว่าสูดอากาศเข้ารูจมูกซะอีก
จะยากอะไร จิกหัวยิงแม่งแล้ว ก็เอาปืนเถื่อน ระเบิดมือยัดให้มัน แล้วก็ทำพยานเท็จขึ้นมาสักห้าหกปากว่าไอ้คนตายมันเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นมหาโจร มันยิงใส่พวกเราก่อน เราก็ยิงใส่มัน ป้องกันตัวเรา ให้ตำรวจสอบสวนทำสำนวนวิสามัญฆาตกรรมส่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด หรืออธิบดีกรมตำรวจ แล้วส่งสำนวนต่อให้อธิบดีกรมอัยการพิจารณาสั่งไม่ฟ้อง แกร่กเดียว แม่งก็ตายฟรีแล้ว แต่เรากลับฟาด 2 ขั้นสบายพุง
ความจริงไอ้พวกโจรห้าร้อยพวกนี้อยู่ไปก็หนักแผ่นดินเปล่า ถ้าขืนจับมันมาให้อัยการฟ้องศาล เดี๋ยวแม่งมีเงินวิ่งคดีก็หลุด หรือถ้าวิ่งไม่ได้ แม่งติดคุกแล้ว ลดไปลดมาเดี๋ยวก็ออกมายิงกระบาลชาวบ้านเล่นอีกแล้ว
อย่ากระนั้นเลย เผาแม่งทั้งเป็นดีกว่า จะได้ไม่ต้องมาตามล่าให้เมื่อยตุ้ม หรือท่านว่าไม่จริง ก็ว่ามา
ล่าโจรรายไหน จะยากเท่ารายที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ เห็นจะไม่มีอีกแล้ว
ผมใช้เวลาตามล่ามันตั้งสามปีกว่า ถึงได้รู้แหล่งกบดานของมัน
มันชื่อ ไอ้เสือยอด นามสกุลผมไม่รู้ ไอ้นี่ตัวชิงหมาเกิดจริงๆ อาชีพหลักของมัน คือ ปล้น ฆ่า ข่มขืน และมือปืนรับจ้าง หมายจับนั้นเฉพาะที่จังหวัดผมอยู่เต็มลิ้นชักไปหมด จังหวัดอื่นอีกเท่าไหร่ยังไม่รู้
บุคลิกของมันเป็นคนรูปหล่อ สำอางเรียบร้อยและสุภาพอ่อนโยนที่สุด แต่สามารถยิงลูกกะตาเด็กๆ ได้ทั้งๆ ที่มันยิ้มๆ ไอ้หมาตัวนี้ ผมเคยเห็นและรู้จักมันดี
ผมได้รับคำสั่งจากเจ้านายว่าถ้าจับเป็นไม่ได้ ก็ให้จับตายเลย
สายรายงานผมมาแล้วว่าคืนนั้นมันนอนกกอยู่กับเมียน้อยมันในไร่ส้ม ผมกับลูกน้อง 6-7 คน เข้าล้อมรังมันไว้ คืนนั้นโชคดีอยู่อย่างคือ เดือนหงายใส่แจ๋วดีจริงๆ
เราแขม่วท้องทนยุงกัดตั้งแต่สองทุ่มยันตีสาม รอให้มันลงมาจากบ้านก่อน เราจะได้จวกมันถนัดๆ แม่งก็ไม่ยอมลงมาสักที
ไอ้ครั้นเราจะบุกเข้าไปในรังของมัน ไอ้เปรตนี่ มีระเบิดมือและปืนเอ็ม 16 ติดตัวอยู่ตลอดเวลา เราจึงต้องมวยหลัก ให้มันหลงลงมาหาเราก่อน
พอดีไอ้ลูกน้องเราเสือก ฮัดเช้ย! ออกมาซะก่อน มันเลยไหวตัวกระโจนหนีออกทางหน้าต่างเสียก่อน พวกเราแยกย้ายกำลังตามล่ามันเป็นรูปตัววี...
ผมตามจี้มันไปใกล้ๆ เห็นมันอย่างชัดเจน เพราะเดือนหงายมาก มันวิ่งไปตามคันดินเป็นท้องร่องใต้ต้นส้ม มันสะดุดตอต้นไม้ล้ม แล้วตกลงไปในร่องสวน แต่ไม่มีน้ำ ผมยกเอ็ม 16 จ้องเล็งไปที่มันซึ่งอยู่ห่างผมแค่วาเดียว
มันลุกขึ้นนั่งคุกเข่า หน้าซีดตัวสั่น พนมมือไหว้ผม
“อย่าทำผมเลยครับ... เจ้านาย... ผมกลัวแล้ว”
“มึง... ไอ้ชาติชั่ว เวลามึงทำคนอื่น ทำไมจึงไม่สงสารเขามั่ง”
ผมยกปืนขึ้นเล็ง
“ผมเปล่าทำขะรับ... นาย”
“นี่แน่ะ เปล่าทำ... เปล่าทำ”
สิ้นเสียงผมก็รัวเอ็ม 16 ใส่หน้าอก ใส่มือที่มันพนมมือไหว้ผมอยู่ มันหงายท้องตึงทั้งๆ ที่กำลังนั่งคุกเข่าไหว้ผมอยู่
จะไปเหลืออะไรครับ ตายสนิท เหมือนกับหมาถูกรถบรรทุกสิบล้อทับหัว
พวกเราปรึกษากันว่าจะทำยังไงดีกับศพของไอ้มหาโจรคนนี้ จะทำวิสามัญฆาตกรรมดีมั้ย? หรือไม่ ต้องเผาแม่งเลย
ทุกคนลงความเห็นว่าเผาดีกว่า แต่เพื่อให้เจ้านายแน่ใจว่าเสือยอดเสร็จเราแล้วจริงๆ เราจึงตกลงกันให้ตัดหัวมันเอาไปให้เจ้านายที่โรงพักดู จะได้เชื่อว่ามันตายแล้วจริงๆ
พลฯ บันเทิง กับหมู่วิจิตรเป็นคนใช้มีดสปาร์ต้าช่วยกันเฉือนคอมัน
คอมันเหนียวจริงๆ ไอ้หมอนี่ กว่าจะขาดได้ต้องล่อกันตั้งชั่วโมง เราเอาผ้าขาวม้าห่อหัวมันไว้ แล้วจัดการหาไม้แห้งมาช่วยกันฌาปนกิจศพให้มันซะหน่อยเพื่อทำลายหลักฐาน แล้วเอากระดูกโยนลงบ่อน้ำใกล้ๆ กัน
พอเสร็จภารกิจ พวกเราก็ย่ำต๊อกมาที่ถนนลูกรังขึ้นรถกระบะกลับโรงพัก โดยเอาผ้าขาวม้าหิ้วหัวไอ้เสือยิ้มสวยติดรถมาด้วย
พวกเราแฮ้ปปี้ทุกคนที่ปราบมันได้ บางคนก็ฝันว่าคราวนี้ละสองขั้น สามขั้น จากพลฯ เป็นหมู่ จากหมู่เป็นจ่า ว่ากันไปตามแต่จะคิด...
ส่วนผมไม่ได้คิดถึงเรื่องยศถาบรรดาศักดิ์เลย เพราะอีกสองปีก็จะเกษียณอยู่แล้ว อย่างมากก็ได้แค่นายดาบแก่ๆ เท่านั้น
“พี่จ่าต้องบอกเจ้านายว่าพวกเราทุกคน รุมกันยิงมันนะครับ... พวกผมจะได้หน้าด้วย” พลฯ บันเทิงบอกผม ขณะนั่งขับรถกลับโรงพัก
“เออน่ะ ยิงทุกคนแหละ” ผมตอบ
รถกระบะของเรามาถึงโรงพักก็พอดีฟ้าแดงๆ จวนจะสว่างอยู่แล้ว ผมหิ้วหัวไอ้ยอดลงจากรถ ยังไม่ทันจะขึ้นโรงพักเลยครับ เสียงสิบเวรตะโกนลั่นมาจากโรงพักเลย
“จ่า จ่า... พวกเราจับไอ้เสือยอดได้แล้วครับ”
“ว่าไงนะ” ผมตะโกนสวนไป
“เราจับไอ้เสือยอดได้แล้ว... ขังอยู่ที่โรงพักนี่ไง”
ผมหูอื้อไปหมด ผมหิ้วหัวไอ้ยอดวิ่งขึ้นไปที่หน้าห้องขัง ผมเห็นไอ้เสือยอดยืนเกาะลูกกรงเหล็กอยู่ในห้องขัง มันยิ้มอย่างสวยงาม แล้วยกมือไหว้ผม
“หวัดดีครับ พี่จ่า... นั่น พี่จ่าหิ้วอะไรมา...”
ผมเข่าอ่อน คุกเข่าลง คลี่ผ้าขาวม้าเอาหัวไอ้เสือยอดออกมาดูต่อหน้าตำรวจหลายๆ คน
“ไอ้ฉิบป๋าย!... ใบหน้าเหมือนกันเปี๊ยบเลย” ไม่รู้ว่าใครตะโกนออกมา
เสือยอดในกรงตะโกนออกมาลั่นกรง เมื่อเห็นหัวคนที่ผมหิ้วมา
“โธ่! พี่จ่า นั่นมันน้องชายฝาแฝดของผม มันเป็นคนดี พี่ไปฆ่ามันทำไม”
ผมก้มลงกราบหัวของศพ น้ำตาผมไหลออกมาโดยไม่รู้สึกตัว แล้วร้องออกมาลั่นโรงพักว่า
“เลิกกันซะทีเถอะโว้ย... ไอ้วิสามัญฆาตกรรม ระยำ...! ระยำ...! ระยำ...!”
.................…………………….
ความรู้รอบตัว
เศรษฐกิจ
ธุรกิจ
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย