•
18 ต.ค. เวลา 03:46

ติดโซลาร์เซลล์แบบไหนดี? รู้จัก 3 ระบบก่อนเสียเงินหลักแสน เลือกผิดอาจไม่คุ้มอย่างที่คิด

ค่าไฟแพงขึ้น หลายบ้านเริ่มมองหาวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว และหนึ่งในทางเลือกที่ได้รับความสนใจคือการติดตั้งโซลาร์เซลล์บนหลังคา เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง
แต่รู้หรือไม่ว่า โซลาร์เซลล์ไม่ได้มีเพียงระบบเดียว และไม่ใช่ว่าระบบที่แพงกว่าจะช่วยประหยัดค่าไฟได้มากกว่าเสมอไป
ปัจจุบันโซลาร์เซลล์สำหรับบ้านมีอยู่ 3 ระบบหลัก ได้แก่ On-Grid, Hybrid และ Off-Grid แต่ละแบบเหมาะกับการใช้งานต่างกัน ทั้งเรื่องราคา ความสามารถในการสำรองไฟ และความคุ้มค่าในระยะยาว
1. On-Grid ระบบยอดนิยมสำหรับคนอยากลดค่าไฟ
ระบบ On-Grid คือการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่ทำงานร่วมกับไฟฟ้าจากการไฟฟ้า โดยจะนำไฟฟ้าที่ผลิตได้จากแสงแดดมาใช้ภายในบ้านก่อน และใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเพิ่มเติมเมื่อผลิตไฟได้ไม่เพียงพอ
ข้อดีคือไม่จำเป็นต้องติดตั้งแบตเตอรี่เก็บไฟ ทำให้มีต้นทุนเริ่มต้นต่ำกว่าระบบอื่น และโดยทั่วไปมีโอกาสคืนทุนได้เร็วกว่า
แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือ หากไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับ ระบบ On-Grid ทั่วไปจะหยุดทำงานเพื่อความปลอดภัย แม้จะมีแดดจัดก็ตาม
เหมาะกับใคร? บ้านในเมือง บ้านที่มีคนอยู่ช่วงกลางวัน หรือบ้านที่ต้องการลดค่าไฟโดยไม่ต้องลงทุนกับแบตเตอรี่เพิ่มเติม
2. Hybrid ระบบที่ช่วยลดค่าไฟและมีไฟสำรอง
Hybrid เป็นระบบที่ทำงานร่วมกันระหว่างแผงโซลาร์เซลล์ ไฟฟ้าจากการไฟฟ้า และแบตเตอรี่เก็บพลังงาน
จุดเด่นคือสามารถเก็บไฟฟ้าที่ผลิตได้ในช่วงกลางวันไว้ใช้ในเวลาอื่น รวมถึงสำรองไฟเมื่อไฟฟ้าดับได้ หากติดตั้งอุปกรณ์และวงจรสำรองไฟที่รองรับ
ตัวอย่างเช่น บ้านที่มีไฟฟ้าดับบ่อย หรือต้องการให้เครื่องใช้ไฟฟ้าจำเป็นบางชนิดทำงานต่อได้ในช่วงไฟดับ อาจพิจารณาระบบนี้เป็นทางเลือก
อย่างไรก็ตาม Hybrid มีต้นทุนสูงกว่า On-Grid เพราะต้องจ่ายค่าแบตเตอรี่และอุปกรณ์เพิ่มเติม อีกทั้งแบตเตอรี่ยังมีอายุการใช้งานจำกัด
เหมาะกับใคร? บ้านที่ไฟฟ้าดับบ่อย บ้านที่ต้องการไฟสำรอง หรือผู้ที่ต้องการเก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไว้ใช้ในช่วงกลางคืน
3. Off-Grid ระบบผลิตไฟใช้เอง ไม่ต้องพึ่งการไฟฟ้า
Off-Grid เป็นระบบโซลาร์เซลล์ที่ไม่เชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าของการไฟฟ้า โดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าและเก็บพลังงานไว้ในแบตเตอรี่
ระบบนี้เหมาะกับบ้านสวน พื้นที่เกษตร หรือบ้านพักที่อยู่ห่างไกลจนไฟฟ้าจากการไฟฟ้าเข้าไม่ถึง
แต่ข้อควรรู้คือ แม้จะผลิตไฟฟ้าใช้เองได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีไฟฟ้าใช้อย่างไม่จำกัด หากฝนตกหลายวันหรือแสงแดดไม่เพียงพอ พลังงานในแบตเตอรี่อาจหมดได้ จึงต้องออกแบบระบบให้เหมาะกับการใช้งาน และอาจต้องมีแหล่งพลังงานสำรอง
อีกเรื่องที่หลายคนอาจมองข้ามคือเงินลงทุน เพราะการติดตั้งโซลาร์เซลล์ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายเล็กน้อย โดยเฉพาะระบบที่มีแบตเตอรี่ ซึ่งอาจต้องใช้เงินตั้งแต่หลักแสนบาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับขนาดและอุปกรณ์ที่เลือก
ปัจจุบันผู้ติดตั้งบางรายมีทางเลือกให้ลูกค้าชำระเงินเป็นงวด หรือชำระผ่านบัตรเครดิต เช่น KTC หากร้านค้ารองรับและมีเงื่อนไขการผ่อนชำระที่เข้าเกณฑ์ จึงเป็นอีกวิธีที่ผู้สนใจสามารถนำมาพิจารณาเปรียบเทียบกับการจ่ายเงินสดได้
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจควรตรวจสอบราคาสุทธิ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และยอดชำระรวมตลอดสัญญา เพราะแม้จะช่วยลดค่าไฟในอนาคต แต่หากต้องผ่อนชำระสูงเกินกำลัง ก็อาจกลายเป็นภาระทางการเงินแทน
สรุปแล้ว บ้านทั่วไปควรเลือกแบบไหน?
หากมีไฟฟ้าใช้งานตามปกติ และต้องการติดโซลาร์เซลล์เพื่อลดค่าไฟเป็นหลัก On-Grid มักเป็นตัวเลือกแรกที่น่าสนใจ เพราะต้นทุนไม่สูงเท่าระบบที่ต้องใช้แบตเตอรี่
แต่หากต้องการมีไฟสำรองในช่วงไฟดับ Hybrid อาจเหมาะสมกว่า ส่วน Off-Grid ควรพิจารณาเมื่อบ้านหรือพื้นที่ใช้งานไม่สามารถเข้าถึงไฟฟ้าจากการไฟฟ้าได้สะดวก
สิ่งสำคัญคือควรสำรวจพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะช่วงเวลากลางวัน ตรวจสอบสภาพหลังคา และขอใบเสนอราคาจากผู้ติดตั้งหลายรายก่อนตัดสินใจ
เพราะสุดท้ายแล้ว โซลาร์เซลล์ที่คุ้มที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นระบบที่แพงที่สุด แต่เป็นระบบที่เหมาะกับบ้านและการใช้ชีวิตของเรามากที่สุด
โฆษณา