18 ต.ค. เวลา 06:26 • ท่องเที่ยว

วัดพระธาตุหริภุญไชย วรมหาวิหาร จังหวัดลำพูน

วัดพระธาตุหริภุญไชย วรมหาวิหาร: หัวใจแห่งศรัทธาและมรดกพันปีแห่งเมืองลำพูน
วัดพระธาตุหริภุญไชย วรมหาวิหาร พระอารามหลวงชั้นเอก .. ไม่ได้เป็นเพียงวัดสำคัญของจังหวัดลำพูนหากยังเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาที่เชื่อมโยงประวัติศาสตร์ของอาณาจักรหริภุญไชย กับพัฒนาการของล้านนา
ตลอดจนสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนา ศิลปกรรม อำนาจการปกครอง และวิถีชีวิตของผู้คนในภาคเหนือมาอย่างยาวนาน
1. กำเนิดหริภุญไชยและวัดพระธาตุฯ
รากฐานอารยธรรม: ก่อนยุครุ่งเรืองของล้านนาและเชียงใหม่ ลุ่มแม่น้ำกวงและปิงเป็นที่ตั้งของ อาณาจักรหริภุญไชย ศูนย์กลางวัฒนธรรมมอญโบราณ
โดยมีตำนานกล่าวถึง พระนางจามเทวี ปฐมกษัตริย์หญิงผู้ได้รับการเชิญจากเมืองละโว้ขึ้นมาปกครองและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนา
จุดเริ่มต้นของวัด: ข้อมูลท้องถิ่นระบุว่า พระยาอาทิตยราช ผู้ปกครองหริภุญไชย ได้ค้นพบพระบรมสารีริกธาตุ จึงโปรดให้เปลี่ยนพื้นที่พระราชฐานใจกลางเมืองให้เป็นพุทธสถาน และสร้างพระเจดีย์เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุไว้
พัฒนาการทางรูปแบบ: องค์เจดีย์เดิมได้รับการบูรณะครั้งใหญ่ในสมัย พระเจ้าติโลกราช แห่งเชียงใหม่ (ราว พ.ศ. 1990) โดยปรับเปลี่ยนรูปทรงเป็น เจดีย์ทรงระฆังตามคติศิลปกรรมลังกาวงศ์ และในสมัย พระเมืองแก้ว (ราว พ.ศ. 2054) ได้มีการรวบรวมแผ่นทองแดงเพื่อนำมาหุ้มองค์พระธาตุอย่างสวยงามดังที่เห็นในปัจจุบัน
2. สถาปัตยกรรมและจุดเด่นภายในวัด
ประตูสิงห์ .. ด้านหน้าซุ้มประตูบริเวณทางเข้าทิศตะวันออก มี สิงห์คู่ ประติมากรรมก่ออิฐถือปูนขนาดใหญ่ ลักษณะยืนอ้าปาก มีเคราและหางม้วนขึ้นกลางหลัง สีแดงก่ำและตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้นสีขาว
กรมศิลปากรระบุว่าสิงห์คู่สร้างขึ้นพร้อมกับซุ้มโขง และทำหน้าที่เสมือนทวารบาลผู้พิทักษ์ศาสนสถาน
องค์พระธาตุหริภุญชัย .. มีลักษณะเป็น เจดีย์ทรงระฆังแบบล้านนา ตั้งอยู่บนฐานที่ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป
ฐานล่างเป็นฐานบัวและฐานเขียงกลม ก่อนจะรับองค์ระฆังขนาดใหญ่ เหนือองค์ระฆังเป็นบัลลังก์ย่อมุม ต่อด้วยปล้องไฉนและปลียอด ซึ่งประดับด้วยฉัตรหลายชั้น เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ
องค์พระธาตุได้รับการหุ้มด้วยทองจังโกและปิดทองจนมีสีทองอร่าม เมื่อกระทบแสงแดดจึงเกิดประกายโดดเด่นเหนือหลังคาวิหารและอาคารโดยรอบ ..
รูปแบบของพระธาตุหริภุญชัยยังได้รับการกล่าวถึงในฐานะต้นแบบสำคัญของเจดีย์ล้านนา และมีอิทธิพลต่อรูปแบบเจดีย์สำคัญในภาคเหนืออีกหลายแห่ง
วิหารหลวง: อาคารประธานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญ เป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจ โดดเด่นด้วยหลังคาซ้อนชั้นและลวดลายประดับตามแบบฉบับศิลปกรรมล้านนา
รายละเอียดของเครื่องลำยอง หน้าบัน ช่อฟ้า ใบระกา และการประดับกระจก ล้วนสะท้อนความละเอียดอ่อนของศิลปกรรมล้านนา
วิหารหลวง มีพระระเบียงโดยรอบและมีมุขยื่นออกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญของวัด
เครื่องประกอบศาสนกิจ ภายในวิหารหลวง
ถ้าิตรกรรมฝาผนับถายในวิหารหลวง
หอธรรม หรือหอไตร : แบ่งพื้นที่เป็นสองระดับ ชั้นล่างเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ส่วนชั้นบนเป็นเรือนไม้ ประดับด้วยงานแกะสลักและลวดลายตกแต่งอย่างวิจิตร
หอธรรม มีความสำคัญต่อการศึกษาพระพุทธศาสนา เพราะเคยใช้เป็นสถานที่เก็บรักษาคัมภีร์พระไตรปิฎกและคัมภีร์ใบลาน ..
หลักฐานจารึกที่เกี่ยวข้องกับวัดสะท้อนถึงการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาในสมัยพระเมืองแก้ว และการสร้างสถานที่สำหรับเก็บรักษาพระธรรมคำสอน
หอธรรมแห่งนี้เป็นเสมือน “ห้องสมุดของคนล้านนาในอดีต” ที่เก็บรักษาความรู้ด้วยตัวอักษรที่จารลงบนใบลาน
วิหารพระพุทธ
วิหารพระเจ้าทันใจ (หรือ วิหารพระเจ้าทันใจและพระกัจจายนะ) : ประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่สร้างเสร็จภายในวันเดียวตามความเชื่อล้านนา ซึ่งเชื่อว่าหากมาขอพรจะประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็วทันใจ
พระสังกัจจายน์ (พระกัจจายนะ): ประดิษฐานอยู่ภายในวิหารเดียวกัน ให้ประชาชนได้สักการะบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล โชคลาภ และความอุดมสมบูรณ์
สุวรรณเจดีย์ หรือปทุมวดีเจดีย์ .. เจดีย์รูปทรงสี่เหลี่ยมลดหลั่นกันขึ้นไปหลายชั้น มีซุ้มจระนำประดับอยู่โดยรอบ ซึ่งเดิมภายในซุ้มเคยประดิษฐานพระพุทธรูป
ตามตำนานกล่าวว่า ปทุมวดีเจดีย์เกี่ยวข้องกับ พระนางปทุมวดี พระอัครมเหสีของพระเจ้าอาทิตยราช และมีความเกี่ยวเนื่องกับการสร้างพระธาตุหริภุญชัย
สิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกหลายแห่งที่ผู้มาเยือนสามารถแวะกราบสักการะได้
พระเจ้าทองทิพย์ ..พระพุทธรูปปางมารวิชัยสีทอง เป็นอีกองค์หนึ่งที่ควรหาโอกาสเข้าไปกราบ แม้จะไม่ได้ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่โดดเด่นที่สุดของวัด
พระพุทธไสยาสน์บรมธาตุอุปนันท์ .. พระพุทธรูปปางไสยาสน์สีทองที่ประดิษฐานอยู่ในวิหาร และเป็นที่เคารพสักการะของพุทธศาสนิกชน
วิหารพระพุทธ
วิหารพระบาทสี่รอย ซึ่งประดิษฐานรอยพระพุทธบาทจำลอง
แต่ละแห่งอาจมีเรื่องราวและคติความเชื่อแตกต่างกัน ทว่าเมื่อรวมอยู่ภายในพื้นที่เดียวกัน ต่างก็ทำให้วัดพระธาตุหริภุญชัยมีบรรยากาศของ “เมืองแห่งพระธาตุ” ที่เต็มไปด้วยศรัทธา
หอระฆัง–กังสดาล .. เป็นอาคารปูนเปิดโล่งสองชั้น ชั้นบนแขวนระฆังสำริดขนาดใหญ่ ส่วนชั้นล่างแขวนกังสดาล ซึ่งระฆังและกังสดาลเหล่านี้ต่างมีประวัติความเป็นมาของตนเอง และเกี่ยวข้องกับการอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาในเมืองล้านนา
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้นในวัดเก่าแก่แห่งนี้ จึงเหมือนเสียงจากอดีตที่ยังเดินทางมาถึงปัจจุบัน—เตือนให้ผู้คนหยุดจากความวุ่นวาย แล้วหันกลับมาสู่ความสงบของจิตใจ
3. ศรัทธา คติความเชื่อ และวิถีชีวิต
พระธาตุประจำปีเกิด: ตามคติความเชื่อล้านนา พระธาตุหริภุญไชยเป็น พระธาตุประจำปีระกา (ปีไก่) ซึ่งดึงดูดผู้เกิดปีนี้รวมถึงพุทธศาสนิกชนทั่วไปให้เดินทางมาร่วมสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล
พิธีกรรมและประเพณีสืบต่อ: วัดแห่งนี้ยังคงเป็น "ศาสนสถานที่มีชีวิต" ผ่านกิจกรรมทางศาสนา เช่น การเวียนเทียนในวันสำคัญ และ ประเพณีสรงน้ำพระธาตุหริภุญไชย ซึ่งเป็นงานประจำปีที่สะท้อนความสามัคคีและแรงศรัทธาของคนในชุมชน
สืบสานอารยธรรม: แม้อำนาจทางการเมืองจะเปลี่ยนผ่านจากหริภุญไชยสู่ล้านนา แต่วัดพระธาตุหริภุญไชยยังคงทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนา ศิลปะ และวิถีชีวิตของชาวลำพูนจากอดีตมาจนถึงปัจจุบัน
โฆษณา