Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เมืองไทยไดอารี่ by Supawan
•
ติดตาม
18 ต.ค. เวลา 07:55 • ท่องเที่ยว
วังเก่าเจ้าเมืองพัทลุง
ย้อนรอยอดีต ผ่านเรือนไม้แห่งเมืองลุง
บางครั้ง การเดินทางย้อนประวัติศาสตร์ ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจากโบราณสถานที่ยิ่งใหญ่ หากเริ่มจากเรือนไม้หลังหนึ่ง ซึ่งยังคงบอกเล่าเรื่องราวของผู้คนและบ้านเมืองที่ผ่านกาลเวลามาหลายชั่วอายุคน
ท่ามกลางความเขียวขจีของสนามหญ้าและร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ มีเรือนไทยไม้สีน้ำตาลแดงตั้งตระหง่านอยู่บนเสาสูง หลังคากระเบื้องดินเผาสีส้มแดงเรียงซ้อนเป็นจังหวะงดงาม จั่วแหลมสง่า และชานเรือนทอดเชื่อมอาคารหลายหลังเข้าด้วยกัน
ที่นี่คือ วังเจ้าเมืองพัทลุง หรือวังเก่า หนึ่งในสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดพัทลุง ซึ่งตั้งอยู่ในบริเวณตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง
สถานที่แห่งนี้เคยเป็นทั้งบ้านพักและที่ว่าราชการของเจ้าเมืองในอดีต ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์ไว้ให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้เรื่องราวของเมืองลุงผ่านสถาปัตยกรรมและร่องรอยแห่งกาลเวลา
จากจวนเจ้าเมือง สู่มรดกทางประวัติศาสตร์
วังเก่าสร้างโดย พระยาอภัยบริรักษ์ (น้อย จันทโรจวงศ์) เจ้าเมืองพัทลุงระหว่าง พ.ศ. 2412–2431 ในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 ท่านสร้างที่พำนักแห่งนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและสถานที่ว่าราชการเมือง อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานยืนยันปีที่สร้างอย่างแน่ชัด
ในอดีต การปกครองหัวเมืองของสยามอาศัยเจ้าเมืองเป็นผู้ดูแลกิจการบ้านเมืองในท้องถิ่น จวนเจ้าเมืองจึงไม่ได้เป็นเพียงที่พักอาศัยส่วนตัว แต่ยังเป็นสถานที่รับรองข้าราชการ ประชุมหารือราชการ และดำเนินกิจการสำคัญต่าง ๆ ด้วย
เมื่อพระยาอภัยบริรักษ์พ้นจากตำแหน่ง วังเก่ายังคงเป็นที่พำนักของผู้สืบทอดในตระกูลจันทโรจวงศ์ ก่อนตกทอดเป็นมรดกแก่ทายาทหลายรุ่น
ต่อมา เมื่อระบบการปกครองหัวเมืองเปลี่ยนแปลงไป บทบาทของจวนเจ้าเมืองก็ลดลง วังเก่าค่อย ๆ เสื่อมโทรมตามกาลเวลา จนกระทั่งทายาทได้มอบกรรมสิทธิ์วังและที่ดินให้แก่แผ่นดิน โดยมีกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแล เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2535
การส่งมอบครั้งนั้นมีความหมายมากกว่าการยกบ้านเก่าให้แก่รัฐ เพราะเป็นการรักษามรดกของครอบครัวให้กลายเป็นสมบัติทางประวัติศาสตร์ที่สังคมสามารถเรียนรู้ร่วมกันได้
ความงามของเรือนไทยที่ซ่อนภูมิปัญญาไว้ทุกส่วน
เสน่ห์ของวังเก่าอยู่ที่สถาปัตยกรรมเรือนไทยโบราณ ซึ่งผสมผสานรูปแบบของภาคกลางและภาคใต้เข้าด้วยกัน
ตัวเรือนสร้างด้วยไม้ ยกใต้ถุนสูง มีเรือนแฝดสามหลังเชื่อมต่อกันด้วยห้องโถง ระเบียง และชานบ้าน หลังคากระเบื้องดินเผาสีอบอุ่นรับกับผนังไม้สีน้ำตาลแดง ทำให้กลุ่มเรือนมีความสง่างามโดยไม่ต้องอาศัยความหรูหราฟุ่มเฟือย
สิ่งที่น่าสนใจคือภูมิปัญญาของช่างไม้ไทยในอดีต การประกอบเรือนใช้ “ลูกสัก” หรือลิ่มไม้สำหรับยึดส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน แทนการใช้ตะปูโลหะอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
วิธีการดังกล่าวสะท้อนความเข้าใจเรื่องวัสดุและโครงสร้างของช่างไทยโบราณ
พื้นที่ภายในยังบอกเล่าการจัดสรรชีวิตประจำวันอย่างเป็นระบบ ทั้งห้องนอน ห้องโถง ชานเรือน ห้องครัว และพื้นที่เก็บข้าวของเครื่องใช้ นอกจากนี้ยังมีร่องรอยของการจัดพื้นที่สำหรับคนในครัวเรือนและการต้อนรับผู้มาติดต่อราชการ
สิ่งเหล่านี้ทำให้เรามองเห็นว่า เรือนไทยมิใช่เพียงสิ่งปลูกสร้างที่มีความงามทางศิลปะ แต่เป็นสถาปัตยกรรมที่ออกแบบขึ้นจากวิถีชีวิตจริงของผู้คน
วังเก่าและวังใหม่ สองรุ่นของตระกูลเจ้าเมือง
เมื่อมาเยือนวังเจ้าเมืองพัทลุง สิ่งที่ควรทำความเข้าใจคือ ชื่อ “วังเก่า–วังใหม่” หมายถึงกลุ่มเรือนสองส่วนที่ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่เกี่ยวข้องกับเจ้าเมืองคนละรุ่น
วังเก่าเป็นจวนของพระยาอภัยบริรักษ์ (น้อย จันทโรจวงศ์) ส่วนวังใหม่สร้างขึ้นภายหลังโดยพระยาอภัยบริรักษ์ (เนตร จันทโรจวงศ์) ผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าเมืองและเป็นบุตรชายของท่าน วังใหม่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ใกล้คลองลำปำ จึงมีอีกชื่อหนึ่งว่า “วังชายคลอง”
วังใหม่มีลักษณะเป็นกลุ่มเรือนไทยยกพื้นสูงหลายหลัง ล้อมพื้นที่ชานหรือลานกลางบ้าน โดยมีการแบ่งพื้นที่พักอาศัยและพื้นที่ใช้งานตามลักษณะของครัวเรือน
เมื่อพิจารณาวังทั้งสองส่วนร่วมกัน จึงไม่ใช่เพียงการชมบ้านโบราณสองกลุ่ม แต่เป็นการมองเห็นพัฒนาการของครอบครัวเจ้าเมือง ตลอดจนรูปแบบการอยู่อาศัยและการบริหารบ้านเมืองที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย
ลำปำกับความทรงจำของเมืองลุง
ที่ตั้งของวังเจ้าเมืองพัทลุงในตำบลลำปำยังเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์การตั้งถิ่นฐานของเมืองพัทลุง ซึ่งเคยมีการย้ายที่ตั้งเมืองหลายครั้ง ก่อนบริเวณลำปำจะเป็นศูนย์กลางสำคัญแห่งหนึ่งของบ้านเมืองในอดีต
คลองลำปำมีความสำคัญต่อการเดินทางและการติดต่อระหว่างชุมชนรอบทะเลสาบสงขลา การตั้งจวนเจ้าเมืองใกล้เส้นทางน้ำจึงช่วยให้เข้าใจบริบทของการคมนาคมและการดำเนินชีวิตในสมัยที่การเดินทางทางน้ำมีบทบาทมาก
เรื่องราวของวังเก่าจึงไม่ได้แยกขาดจากชุมชน หากสัมพันธ์กับภูมิประเทศ สายน้ำ และการเปลี่ยนแปลงของเมืองพัทลุงมาโดยตลอด
บ้านเก่าที่ทำให้ประวัติศาสตร์มีชีวิต
วันนี้ เมื่อยืนมองเรือนไม้เก่าแก่ท่ามกลางสนามหญ้าสีเขียว อาจรู้สึกว่าเวลาของสถานที่แห่งนี้เดินช้ากว่าโลกภายนอก
บันไดไม้ ชานเรือน หน้าต่าง และหลังคากระเบื้องดินเผา ล้วนเป็นรายละเอียดที่ชวนให้จินตนาการถึงชีวิตผู้คนในวันวาน ทั้งเจ้าของบ้าน สมาชิกในครอบครัว ข้าราชการที่เดินทางมาติดต่อราชการ ตลอดจนผู้คนที่มีส่วนร่วมในกิจการของเมือง
แน่นอนว่า การอนุรักษ์โบราณสถานไม่อาจหยุดกาลเวลาได้ทั้งหมด ตัววังที่เห็นในวันนี้ผ่านการบูรณะและปรับปรุงจากสภาพดั้งเดิมมาแล้ว แต่คุณค่าของสถานที่ไม่ได้อยู่ที่การคงสภาพเดิมทุกประการเท่านั้น หากยังอยู่ที่การรักษาหลักฐานทางประวัติศาสตร์และเปิดโอกาสให้คนรุ่นหลังได้ทำความเข้าใจอดีตอย่างมีความหมาย
วังเก่าเจ้าเมืองพัทลุงจึงเป็นมากกว่าเรือนไทยโบราณที่งดงาม แต่เป็นหน้าต่างบานหนึ่งที่เปิดให้เรามองเห็นชีวิตของเมืองลุงในวันวาน
เพราะประวัติศาสตร์ไม่ได้อยู่เฉพาะในหนังสือเรียนหรือชื่อของบุคคลสำคัญ หากยังอยู่ในบ้านที่ผู้คนเคยอาศัย อยู่ในไม้ทุกแผ่นที่ช่างโบราณบรรจงประกอบ และอยู่ในความทรงจำที่คนรุ่นปัจจุบันเลือกจะเก็บรักษาไว้ส่งต่อให้คนรุ่นต่อไป
บางครั้ง การอนุรักษ์อดีตที่ดีที่สุด อาจเริ่มจากการหยุดมองบ้านเก่าสักหลังหนึ่งให้ละเอียดขึ้น แล้วตั้งใจฟังเรื่องราวที่บ้านหลังนั้นยังคงบอกเล่าแก่เรา
วังเก่าเจ้าเมืองพัทลุง — มรดกแห่งเมืองลุง ที่ยังมีชีวิตอยู่ในความทรงจำของผู้คน
บันทึก
3
1
1
3
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย