18 ต.ค. เวลา 08:50 • ท่องเที่ยว

วังใหม่เจ้าเมืองพัทลุง

เรือนไทยชายคลอง กับเรื่องราวของเจ้าเมืองรุ่นสุดท้าย
ริมคลองลำปำ มีเรือนไทยโบราณกลุ่มหนึ่งตั้งอยู่อย่างสงบ ท่ามกลางร่มเงาของต้นไม้และบรรยากาศที่ชวนให้นึกถึงวันวาน
บ้านไม้เหล่านี้มิได้เป็นเพียงที่อยู่อาศัยของครอบครัวหนึ่ง หากยังเป็นหลักฐานที่บอกเล่าเรื่องราวของการปกครอง วิถีชีวิต และการเปลี่ยนผ่านของเมืองพัทลุงในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ไทย
หากวังเก่าคือเรื่องราวของเจ้าเมืองรุ่นบิดา วังใหม่ก็คือเรื่องราวของเจ้าเมืองรุ่นบุตร ผู้สืบทอดทั้งตำแหน่งหน้าที่และบทบาทในการดูแลบ้านเมืองต่อจากคนรุ่นก่อน
จากวังเก่าสู่เรือนใหม่ริมคลอง
วังใหม่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มโบราณสถานวังเจ้าเมืองพัทลุง ตั้งอยู่ในตำบลลำปำ อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
โดยอยู่ทางทิศใต้ของวังเก่า ใกล้กับคลองลำปำ จึงมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “วังชายคลอง” หรือ “วังใหม่ชายคลอง”
ผู้สร้างคือ พระยาอภัยบริรักษ์ (เนตร จันทโรจวงศ์) บุตรชายของพระยาอภัยบริรักษ์ (น้อย จันทโรจวงศ์) เจ้าเมืองพัทลุงผู้สร้างวังเก่า
เมื่อบิดาได้รับการเลื่อนขึ้นเป็นจางวางที่ปรึกษาราชการเมืองพัทลุงใน พ.ศ. 2431 เนตร จันทโรจวงศ์ ได้รับตำแหน่งเจ้าเมืองสืบต่อมา และมีการสร้างวังใหม่ขึ้นใน พ.ศ. 2432 เพื่อเป็นที่พำนักและสถานที่ดำเนินกิจการบ้านเมืองของเจ้าเมืองรุ่นต่อมา
เรื่องราวของวังใหม่จึงสะท้อนให้เห็นความต่อเนื่องของตระกูลเจ้าเมืองพัทลุงในยุคที่ระบบการปกครองหัวเมืองกำลังเปลี่ยนแปลงไปตามพัฒนาการของสยาม
กลุ่มเรือนไทยห้าหลังที่มีชีวิตอยู่ร่วมกัน
ความน่าสนใจของวังใหม่อยู่ที่การวางผังอาคาร ซึ่งแตกต่างจากบ้านเรือนสมัยใหม่ที่มักรวมทุกหน้าที่ไว้ในอาคารเดียว
วังแห่งนี้ประกอบด้วยกลุ่มเรือนไทยไม้จำนวนห้าหลัง ยกพื้นสูงและจัดวางล้อมรอบบริเวณชานกลาง โดยมีเรือนประธานเป็นเรือนแฝดสองหลัง ใช้เป็นที่พักของพระยาอภัยบริรักษ์ (เนตร จันทโรจวงศ์) ภรรยา และบุตร
ด้านหน้าห้องพักมีห้องโถง ซึ่งใช้เป็นพื้นที่รับรองและว่าราชการ ส่วนเรือนขนาดเล็กอีกสามหลังจัดเป็นที่พักของภรรยาและบุตรในครัวเรือน และมีเรือนครัวสำหรับประกอบอาหาร
การจัดพื้นที่เช่นนี้ทำให้เห็นภาพของครัวเรือนเจ้าเมืองในอดีต ซึ่งมีสมาชิกหลายกลุ่มอาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่แบ่งพื้นที่พักอาศัยและการใช้งานออกเป็นสัดส่วน
หากลองเดินชมเรือนแต่ละหลังอย่างช้า ๆ เราจะพบว่า สิ่งที่ดูเหมือนเป็นเพียงกลุ่มบ้านไม้หลายหลังนั้น แท้จริงแล้วคือระบบการอยู่อาศัยที่มีความสัมพันธ์กัน ทั้งพื้นที่ส่วนตัว พื้นที่รับรองแขก พื้นที่ราชการ และพื้นที่สำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน
สถาปัตยกรรมที่สะท้อนภูมิปัญญาไทย
เรือนไม้ยกพื้นสูงเป็นรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ตอบโจทย์สภาพภูมิอากาศของประเทศไทย ทั้งการระบายอากาศ การลดความชื้นจากพื้นดิน และการรับมือกับฝนในฤดูมรสุม
สำหรับวังใหม่ การใช้ไม้เป็นวัสดุหลักและการจัดวางเรือนแยกเป็นหลัง ๆ ยังสะท้อนความชำนาญของช่างไทยในการสร้างอาคารที่เชื่อมโยงกันด้วยชานและระเบียง
นอกจากประโยชน์ใช้สอยแล้ว ความงามของเรือนไทยยังอยู่ในสัดส่วนของหลังคา เสาไม้ จังหวะของช่องเปิด และความสัมพันธ์ระหว่างตัวอาคารกับพื้นที่โดยรอบ
ความงามเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องเกิดจากการประดับตกแต่งอย่างวิจิตรเสมอไป หากเกิดจากการออกแบบที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตและธรรมชาติอย่างพอดี
คลองลำปำกับวิถีชีวิตของเมืองพัทลุง
การตั้งวังใหม่ไว้ใกล้คลองลำปำเป็นอีกประเด็นที่ชวนให้คิดถึงความสำคัญของสายน้ำในอดีต
ในยุคที่ถนนและยานพาหนะสมัยใหม่ยังไม่แพร่หลาย คลองและทางน้ำเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับการเดินทาง การขนส่งสิ่งของ และการติดต่อระหว่างชุมชน
การมีบ้านเรือนและศูนย์กลางการปกครองอยู่ใกล้ทางน้ำจึงช่วยให้เข้าใจบริบทของการดำรงชีวิตในยุคนั้นได้ดียิ่งขึ้น
ชื่อ “วังชายคลอง” เองก็ชวนให้จินตนาการถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัววังกับสายน้ำ ซึ่งมิได้เป็นเพียงฉากหลังของอาคาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์และวิถีชีวิตของเมืองลุง
แม้วันนี้การเดินทางจะสะดวกสบายขึ้นมากแล้ว แต่การได้มายืนอยู่ริมคลองและชมเรือนไม้โบราณยังช่วยให้เรามองเห็นความสำคัญของภูมิประเทศต่อการตั้งถิ่นฐานของผู้คนในอดีต
จากวังของเจ้าเมือง สู่สมบัติของชาติ
เมื่อระบบการปกครองหัวเมืองเปลี่ยนแปลงไป บทบาทของวังเจ้าเมืองในฐานะศูนย์กลางการบริหารบ้านเมืองก็เปลี่ยนตามไปด้วย
วังใหม่ยังคงมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ในฐานะที่พำนักของพระยาอภัยบริรักษ์ (เนตร จันทโรจวงศ์) และเป็นหลักฐานของการดำเนินชีวิตในครัวเรือนเจ้าเมือง
ต่อมา ทายาทของตระกูลจันทโรจวงศ์ได้มอบกรรมสิทธิ์วังใหม่พร้อมที่ดินให้แก่กรมศิลปากร และมีพิธีรับมอบอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2526 โดยวังใหม่ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2526
การส่งมอบดังกล่าวทำให้สถานที่ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ส่วนตัวของครอบครัว กลายเป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ที่คนทั่วไปสามารถเข้ามาเรียนรู้ได้
คุณค่าของการอนุรักษ์จึงไม่ได้จำกัดอยู่ที่การรักษาเรือนไม้ให้คงอยู่เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการรักษาความทรงจำเกี่ยวกับผู้คน วิถีชีวิต และพัฒนาการของบ้านเมืองให้ส่งต่อไปถึงคนรุ่นหลัง
เมื่อเรือนเก่าบอกเล่าเรื่องราวของคนรุ่นก่อน
การได้ชมวังใหม่หลังจากเดินชมวังเก่า ทำให้เรื่องราวของสถานที่ทั้งสองแห่งเชื่อมโยงกันอย่างน่าสนใจ
วังเก่าบอกเล่าถึงเจ้าเมืองรุ่นบิดา ขณะที่วังใหม่เผยให้เห็นชีวิตของเจ้าเมืองรุ่นบุตร ทั้งสองแห่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน แต่มีเรื่องราวเฉพาะตัวที่ช่วยเติมเต็มภาพประวัติศาสตร์ของเมืองพัทลุง
เมื่อมองเรือนไทยที่ยังคงตั้งอยู่ท่ามกลางต้นไม้ เราอาจอดจินตนาการไม่ได้ว่า ครั้งหนึ่งเคยมีผู้คนเดินขึ้นลงบันไดไม้ สมาชิกในครอบครัวใช้ชีวิตอยู่ตามเรือนแต่ละหลัง และมีการต้อนรับผู้มาติดต่อราชการในห้องโถง
เสียงพูดคุยในวันนั้นอาจเลือนหายไปแล้ว แต่ตัวอาคารยังคงเป็นหลักฐานที่ทำให้เรื่องราวเหล่านั้นไม่สูญหายไปทั้งหมด
วังใหม่เจ้าเมืองพัทลุงจึงไม่ใช่เพียงบ้านเก่าริมคลอง แต่เป็นบทหนึ่งของประวัติศาสตร์เมืองลุงที่บอกเราว่า บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปได้ตามกาลเวลา ขณะที่ร่องรอยของผู้คนในอดีตยังคงมีคุณค่าเสมอ
และบางที การเดินทางที่มีความหมายที่สุด อาจไม่ใช่การได้เห็นสถานที่ใหม่ ๆ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการได้เรียนรู้เรื่องราวที่ทำให้เราเข้าใจสถานที่นั้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น
วังใหม่ชายคลอง — เรือนไทยที่ยังเก็บความทรงจำของเมืองพัทลุงไว้ริมสายน้ำ
โฆษณา