Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Effectiveth
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 10:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยในงานสัมมนาด้านการธนาคารระหว่างประเทศประจำปี ครั้งที่ 44 ของ Group of Thirty (G30)
ว่า สิ่งสำคัญของการดำเนินงานธนาคารกลางในยุคปัจจุบัน คือ การสร้างสมดุลระหว่างนวัตกรรมทางการเงินกับเสถียรภาพทางการเงิน บนความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น ทั้งหนี้สาธารณะระดับสูง ความแตกแยกทางภูมิรัฐศาสตร์ การเงินนอกภาคธนาคาร และการพึ่งพาเทคโนโลยีร่วมกัน
สำหรับประเด็นสำคัญในการหารือครั้งนี้ คือบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเงินดิจิทัลที่กำลังเปลี่ยนแปลงตลาดการเงิน ผลกระทบต่อการดำเนินงานของธนาคารกลางและเสถียรภาพทางการเงิน รวมไปถึงความจำเป็นในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อรับมือกับความเสี่ยงรูปแบบใหม่
นอกจากนี้การเงินดิจิทัลจะช่วยขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้บริการของประชาชนทั่วโลก โดยปัจจุบันผู้ใหญ่เกือบ 8 ใน 10 คนทั่วโลกมีบัญชีทางการเงิน เพิ่มขึ้นจากประมาณครึ่งหนึ่งในปี 2554 โดยการเข้าถึงบริการผ่านโทรศัพท์มือถือและช่องทางออนไลน์เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันความก้าวหน้าดังกล่าว
ขณะที่นวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะ AI มีศักยภาพมากกว่าการช่วยให้บริการทางการเงินที่มีอยู่ทำงานได้รวดเร็วขึ้นหรือมีต้นทุนลดลง เนื่องจากสามารถเพิ่มผลิตภาพผ่านการทำงานที่ซับซ้อนให้เป็นระบบอัตโนมัติ ช่วยยกระดับกระบวนการตัดสินใจ และเปิดทางให้เกิดผลิตภัณฑ์และรูปแบบธุรกิจใหม่
นอกจากนี้ภาคการเงิน AI สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการประเมินสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อสำหรับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงประชาชนที่มีประวัติเครดิตจำกัด ช่วยให้สถาบันการเงินประเมินความเสี่ยงและจัดสรรเงินทุนไปยังภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพในการสร้างผลิตภาพได้ดียิ่งขึ้น
ในขณะเดียวกันหากนำ AI มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีโทเคนไนเซชัน (Tokenization) ยังสามารถช่วยทำให้กระบวนการทางการเงินเป็นระบบอัตโนมัติ และเพิ่มประสิทธิภาพการชำระเงินข้ามพรมแดน รวมถึงกระบวนการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ได้อีกด้วย
ด้านการขยายตัวของเทคโนโลยีดิจิทัลยังมีความท้าทายจำนวนมาก โดยความรวดเร็ว ปริมาณธุรกรรม และการเชื่อมโยงระหว่างระบบที่เพิ่มขึ้น ทำให้การฉ้อโกงสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน เหตุขัดข้องด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการดำเนินงานอาจส่งผลกระทบต่อสถาบันการเงินหลายแห่งและหลายประเทศพร้อมกัน
โดยในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา พบว่าเหตุการณ์ฉ้อโกงและเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในภาคการเงินเพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ AI และ Tokenization ยังนำมาซึ่งความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบเงินตราและระบบการเงิน ทั้งความเสี่ยงที่มีอยู่เดิมและความเสี่ยงรูปแบบใหม่ที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
ผู้ว่า ธปท. กล่าว้พิ่มเติมอีกว่า หน้าที่สำคัญของผู้กำกับดูแลคือการส่งเสริมให้นวัตกรรมเกิดขึ้นได้ ควบคู่กับการวางมาตรการป้องกันเพื่อคุ้มครองผู้บริโภค รักษาการเข้าถึงบริการทางการเงินอย่างทั่วถึง ตลอดจนธำรงไว้ซึ่งเสถียรภาพทางการเงินและความเชื่อมั่นของสาธารณชน ธปท. จึงมุ่งดำเนินงานผ่านกรอบนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Innovation Framework) ซึ่งตั้งอยู่บนหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1.เทคโนโลยีที่มีความมั่นคงน่าเชื่อถือ เพื่อให้ระบบและบริการทางการเงินสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย
.
2.การกำกับดูแลที่มีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการนำเทคโนโลยีไปใช้ในทางที่ผิด และสร้างความชัดเจนให้ภาคธุรกิจใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุน
.
3.หลักเศรษฐศาสตร์ที่เหมาะสม เพื่อให้รูปแบบธุรกิจสามารถสร้างผลตอบแทนและมีแรงจูงใจในการลงทุนพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง
หลักการทั้ง 3 ประการมีความเชื่อมโยงและสนับสนุนซึ่งกันและกัน โดยการกำกับดูแลที่ดีจะช่วยให้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพไม่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด พร้อมสร้างความชัดเจนให้แก่ภาคธุรกิจ ขณะที่มาตรฐานร่วมกันช่วยลดความเสี่ยงจากการแบ่งแยกระบบ ส่งเสริมผลประโยชน์จากเครือข่าย และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
นอกจากนี้ ธุรกิจที่สามารถสร้างผลกำไรได้อย่างเหมาะสมจะมีแรงจูงใจในการลงทุนพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพบริการทางการเงินในระยะยาว โดยเป้าหมายของนวัตกรรมอย่างมีความรับผิดชอบ คือการสร้างบริการทางการเงินที่ปลอดภัย เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง และมีความยืดหยุ่นทนทานต่อความเสี่ยง
ด้านปัญหาเร่งด่วนที่ระบบการเงินกำลังเผชิญคือการฉ้อโกงทางดิจิทัล ซึ่งแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว สร้างความเสียหายมหาศาล และกลายเป็นปัญหาระดับโลก เนื่องจากกิจกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นข้ามพรมแดน การแก้ไขปัญหาจึงจำเป็นต้องอาศัยแนวทางระดับนานาชาติ มิฉะนั้น ผู้กระทำผิดอาจย้ายกิจกรรมไปยังพื้นที่หรือส่วนต่าง ๆ ของระบบที่มีมาตรการป้องกันอ่อนแอกว่า
จากสถานการณ์ที่เก้ดขึ้น ส่งผลให้กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก จึงร่วมมือกับ ธปท. เปิดตัว Bangkok Blueprint for Fraud-Resilient Financial Services หรือกรอบแนวทางกรุงเทพฯ เพื่อบริการทางการเงินที่ทนทานต่อการฉ้อโกง เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา โดยถือเป็นความร่วมมือสำคัญในการกำหนดแนวทางรับมือภัยฉ้อโกงทางการเงินที่สามารถนำไปปรับใช้ได้ในระดับประเทศและระหว่างประเทศ
พร้อมกันนี้การกำหนดความรับผิดชอบอย่างชัดเจน การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ และการสร้างแรงจูงใจที่เหมาะสม จะช่วยสนับสนุนการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบและสามารถขยายผลได้ในวงกว้าง
แต่อย่างไรก็ตาม การนำกรอบแนวทางไปปฏิบัติจริงยังมีความท้าทาย เนื่องจากเทคโนโลยี รูปแบบธุรกิจ และความเสี่ยงเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน รวมถึงการแลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ระหว่างประเทศ เพื่อให้มาตรการรับมือสามารถปรับตัวตามสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เศรษฐกิจ
ธุรกิจ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
บันทึก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย