Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
BirdBrand
•
ติดตาม
20 ต.ค. เวลา 01:49 • การตลาด
เมื่อ “ผักในสวน 🥬” กลายเป็นความหอมแบบ Luxury
คลื่นลูกใหม่ของวงการน้ำหอมกำลังพา “วัตถุดิบธรรมดา” จากชีวิตประจำวัน เข้ามาอยู่ในโลกของความหรูหรา
ในปี 2026 วงการน้ำหอม Luxury กำลังหันกลับไปมองสิ่งใกล้ตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ 🍅 แครอต 🥕 บีตรูต หรือพิสตาชิโอ 🥜 วัตถุดิบที่เราคุ้นเคยจากครัวและสวน กำลังถูกนำมาใช้เป็นส่วนหนึ่งของน้ำหอมและผลิตภัณฑ์กลิ่นหอมระดับไฮเอนด์ 👃🏻 ขณะเดียวกันแบรนด์ต่างๆ ก็สร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงกลิ่นเข้ากับอาหาร สวน ตลาด และประสาทสัมผัสมากขึ้นเรื่อยๆ
เหตุผลหนึ่งคือ ผู้คนในวันนี้ต้องการให้น้ำหอมรู้สึก “เป็นตัวเอง” และเชื่อมโยงกับชีวิตจริงมากขึ้น
ข้อมูลจาก VML’s Future 100: 2026 ระบุว่า 69% ของคนทั่วโลกเห็นด้วยว่า กลิ่นที่พวกเขาเลือกใช้สะท้อนตัวตนของพวกเขา
เมื่อผู้บริโภคมองหากลิ่นที่มีเอกลักษณ์มากขึ้น แบรนด์จึงเริ่มขยับออกจากโลกเดิมๆ ของดอกไม้และกลิ่นขนมหวาน แล้วหันไปหาแรงบันดาลใจจากสิ่งที่เราพบเจอในสวน ตลาดสด และผลผลิตตามฤดูกาล 🥬🥕
Prada พาความหรูหราออกไปอยู่ในสวนจริงๆ
Prada Beauty ทำให้แนวคิดนี้เห็นภาพอย่างชัดเจนในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ด้วยการเปลี่ยน Frutteto Garibaldi สวนผลไม้เก่าแก่ในเมืองมิลาน ให้กลายเป็นพื้นที่จัดงาน Prada Spring Market 🛒
แทนที่จะนำเสนอ Prada Fragrance และเครื่องสำอางในบรรยากาศเคาน์เตอร์ความงามแบบเดิมๆ แบรนด์กลับนำสินค้าไปอยู่ท่ามกลางดอกไม้และผักผลไม้สด สร้างบรรยากาศที่เต็มไปด้วยสีสัน พื้นผิว และกิจวัตรเล็กๆ ของการเดินตลาดในละแวกบ้าน
Runway Magazine มองว่า แนวคิดนี้เป็นการนำ “ความหรูหรา” เข้าไปอยู่ในกิจกรรมที่ธรรมดามากอย่างการซื้อผักและผลไม้ 🥬🍅🍎 ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาภาพลักษณ์อันยกระดับของ Prada เอาไว้ได้
พูดง่ายๆ คือ Prada ไม่ได้ทำให้ตลาดดูหรูขึ้น แต่ทำให้สิ่งธรรมดาในตลาดรู้สึกหรูขึ้นผ่านวิธีการเล่าเรื่องและการออกแบบประสบการณ์
Loewe เปลี่ยนกลิ่นพิสตาชิโอให้กลายเป็นไอศครีม 🍨
แนวคิดเดียวกันเกิดขึ้นในลอนดอน แต่ครั้งนี้เชื่อมโยง “กลิ่น” เข้ากับ “รสชาติ” โดยตรง
ในเดือนกรกฎาคม Loewe Perfumes เปลี่ยนร้านไอศครีมอาร์ติซานอย่าง The Dreamery ให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวพิสตาชิโอ เพื่อเปิดตัวเทียนหอมกลิ่น Pistachio 🥜
ผู้มาเยือนไม่ได้เพียงแค่ดมกลิ่นของเทียน 🕯️ แต่ยังได้กินไอศครีมพิสตาชิโอสูตรพิเศษที่ทำขึ้นสำหรับงานนี้ด้วย
ทั้งหน้าร้านถูกทาสีใหม่เป็นสีเขียวอ่อนแบบเดียวกับภาชนะของเทียนหอม Loewe 🕯️ มันจึงเกิดประสบการณ์ที่น่าสนใจมาก เพราะ สิ่งที่เรากินกับสิ่งที่เราดม กลายเป็นเรื่องเดียวกัน
จากเดิมที่น้ำหอมเป็นสิ่งที่เรารับรู้ด้วยจมูกเพียงอย่างเดียว แบรนด์กำลังทำให้มันกลายเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้ผ่านทั้งสายตา กลิ่น รสชาติ และสถานที่
Jo Malone London พา “สวนผัก 🥬” เข้ามาอยู่ในโลกของน้ำหอม
Jo Malone London ก้าวไปอีกขั้นด้วยการนำแรงบันดาลใจจากสวนผักมาสร้างเป็น Veggies Collection รุ่นลิมิเต็ด ซึ่งเปิดตัวในเดือนมิถุนายน
คอลเลกชันนี้ประกอบด้วย Scarlet Beetroot, Carrot Blossom และ Velvety Butternut ในรูปแบบโคโลญจน์ รวมถึง Green Tomato Vine สำหรับสร้างกลิ่นหอมภายในบ้าน และ Tomato Leaf สำหรับผลิตภัณฑ์ล้างมือ 🧴
ที่น่าสนใจคือ แนวคิดไม่ได้เกิดขึ้นจากจินตนาการในห้องทดลองเพียงอย่างเดียว แต่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทางไปสำรวจสวนในอังกฤษ รวมถึง Sissinghurst Castle
Céline Roux หัวหน้าฝ่ายน้ำหอมระดับโลกของ Jo Malone London อธิบายว่า สิ่งที่น่าสนใจของผักและพืชเหล่านี้คือ “ความงามที่ดิบและเป็นธรรมชาติ” ซึ่งเกิดจากการที่มันเติบโตอยู่ในดิน 🪴
สำหรับเธอ กลิ่นเหล่านี้มีทั้งความเข้มข้น ความเป็นดิน และความรู้สึกที่จริงแท้ จนเกิดเป็นสิ่งที่เธอเรียกว่า “textured freshness” หรือความสดชื่นที่มีพื้นผิวและมิติ
และ Jo Malone ไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวผลิตภัณฑ์
นี่ไม่ใช่แค่กระแสของแบรนด์ไม่กี่แบรนด์ สิ่งที่เกิดขึ้นกำลังขยายตัวเป็นเทรนด์ที่ใหญ่ขึ้น
Cosmetics Business รายงานว่าในปี 2026 น้ำหอมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากผักกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เช่น Tomato Trellis ของ Voluspa ขณะที่ Allure ก็พบว่า ผู้บริโภคให้ความสนใจกับกลิ่นอย่างบีตรูต แตงกวา 🥒 และมะเขือเทศสีเขียวมากขึ้น
Deirdre Walters ผู้ร่วมก่อตั้งและพาร์ตเนอร์ของ Untapped Innovation ซึ่งเป็นเอเจนซีด้านนวัตกรรมระดับโลก มองว่า ส่วนหนึ่งเกิดจากวัฒนธรรมการปลูกต้นไม้และการทำสวนที่เติบโตขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อคนใช้เวลาอยู่กับต้นไม้มากขึ้น 🌿 พวกเขาก็เริ่มมี “ความคาดหวังต่อกลิ่น” ที่เปลี่ยนไป
พวกเขาไม่ได้ต้องการเพียงกลิ่นที่ “หอม”
แต่ต้องการกลิ่นที่รู้สึกว่า จริง
กลิ่นที่พวกเขาจำได้ว่าเคยเจอ กลิ่นที่สามารถเรียกชื่อได้ และกลิ่นที่ทำให้รู้สึกเชื่อมโยงกับชีวิตจริง
เมื่อ Luxury ไม่จำเป็นต้องหนีจากความธรรมดาอีกต่อไป
ที่ผ่านมา เรามักเข้าใจว่า Luxury ต้องหมายถึง สิ่งที่หายาก ไกลตัว และไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้
แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกลับกำลังย้อนตรรกะนั้น
บีตรูต มะเขือเทศ 🍅 หรือพิสตาชิโอ 🥜 เป็นวัตถุดิบที่ธรรมดามาก ราคาก็ไม่ได้สูง และหาได้ในชีวิตประจำวัน
แต่เมื่อสิ่งเหล่านี้ถูกนำผ่าน น้ำหอม การออกแบบ บรรจุภัณฑ์ การเล่าเรื่อง และประสบการณ์ในพื้นที่จริง มันกลับกลายเป็นสิ่งที่มีเสน่ห์และน่าปรารถนาในแบบใหม่
นี่จึงเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับแบรนด์ Beauty และ Luxury
วัตถุดิบไม่จำเป็นต้องหายาก เพื่อทำให้ประสบการณ์รู้สึกพิเศษ
สิ่งที่ทำให้มันกลายเป็น Luxury อาจไม่ใช่ “สิ่งนั้นคืออะไร” แต่คือ แบรนด์หยิบสิ่งนั้นมาเล่าอย่างไร และสร้างประสบการณ์รอบตัวมันได้ดีแค่ไหน
ผู้บริโภคยุคนี้กำลังมองหาความจริง ความเป็นธรรมชาติ และความเชื่อมโยงกับประสาทสัมผัสมากกว่าความหรูหราที่ดูห่างไกลและเข้าถึงไม่ได้
ดังนั้น แบรนด์ Luxury จึงกำลังยกระดับสิ่งที่เราคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน ด้วยการออกแบบและประสบการณ์ที่เหนือความธรรมดา
เพราะท้ายที่สุดแล้ว Luxury ในยุคใหม่ อาจไม่ได้เกิดจากความหายากของวัตถุดิบ แต่อยู่ที่ความสามารถของแบรนด์ในการทำให้สิ่งธรรมดา “รู้สึกพิเศษ 😇”
และบางที… ความหรูหราที่คนยุคนี้ต้องการ อาจไม่ได้อยู่ไกลตัวเลย แต่อาจอยู่ในสวนผักหลังบ้านของเราเอง 🌳🌴
Credit: VML -
https://shorturl.at/ZAoiX
✍🏻 เกร็ดเล็กๆ ของแบรนด์ by BirdBrand - Brand Strategist & Creative Director (ผู้ที่เชื่อในพลังของแบรนด์ที่ไม่ใช่แค่ขายของ แต่เปลี่ยนชีวิตคนได้)
1 บันทึก
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย