วันนี้ เวลา 06:16 • หุ้น & เศรษฐกิจ

เกิดอะไรขึ้นกับ ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย จากดาวรุ่ง สู่ดาวร่วง ปีนี้ดิ่ง -40%

ต้นปี 2026 ตลาดหุ้นอินโดนีเซียยังเป็นดาวรุ่ง ดัชนี IDX Composite ปิดที่ 9,174 จุด สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อวันที่ 19 มกราคม
วันนี้ ดัชนีอยู่แถว 5,200 จุด ลดลงจากต้นปีราว 40%
แถมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา วันเดียว.. ดัชนีร่วงกว่า 11% หนักที่สุดตั้งแต่ปี 1998
ตลาดที่เพิ่งทำสถิติสูงสุด กลายมาเป็นตลาดที่ร่วงหนักที่สุดในเอเชียได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เรื่องนี้เริ่มจากตัวละครที่ชื่อว่า MSCI
MSCI คือบริษัทที่ทำดัชนีหุ้น
กองทุนทั่วโลกใช้ดัชนีของ MSCI เป็นแนวทางว่า ควรเอาเงินไปลงในประเทศไหนเท่าไร
ซึ่งถ้าประเทศไหนถูกลดสถานะ กองทุนที่ลงทุนตามดัชนี ก็มักต้องขายหุ้นประเทศนั้นออก
ปีที่แล้ว ตลาดหุ้นอินโดนีเซียขึ้นมาราว 22% ดีที่สุดในรอบ 10 ปี
ทุกอย่างดูดีจนถึงต้นปี 2026..
MSCI ประกาศว่า จะพักการปรับดัชนีของหุ้นอินโดนีเซียไว้ก่อน
เหตุผลคือ เรื่องของความโปร่งใสในตลาด
โดย MSCI มองไม่ชัดว่า หุ้นของบริษัทใหญ่ในอินโดนีเซีย มีใครถืออยู่บ้าง หลายบริษัทถูกถือโดยคนไม่กี่คนเป็นส่วนใหญ่ เหลือหุ้นให้คนทั่วไปซื้อขายน้อย
1
และ MSCI สงสัยว่า อาจมีการซื้อขายและถือหุ้นที่ไขว้กันไปมา เพื่อสร้างราคาเป็นไปในทางที่ต้องการ
1
ถ้านักลงทุนไม่รู้ว่าใครคุมราคา ก็ยากที่จะเชื่อว่าราคาที่เห็นคือ ราคาที่แท้จริง
1
วันนั้น ดัชนี IDX ร่วง 7% จนตลาดต้องหยุดพักการซื้อขาย
อีก 2 วันต่อมา ซีอีโอของตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซียลาออกจากตำแหน่ง
หลังจาก MSCI เตือนเรื่องความโปร่งใสและโครงสร้างการถือหุ้น จนตลาดหุ้นเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก
หลังจากนั้น ทางการอินโดนีเซีย ก็รีบออกมาแก้สถานการณ์ เช่น เพิ่มเกณฑ์ขั้นต่ำของหุ้นที่ต้องเปิดให้คนทั่วไปซื้อขาย เป็น 2 เท่า และบังคับให้เปิดเผยข้อมูลผู้ถือหุ้นมากขึ้น
แต่ความกังวลของนักลงทุนต่างชาติ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องผู้ถือหุ้น
ระหว่างปี บริษัทจัดอันดับเครดิตระดับโลก 2 แห่ง ปรับมุมมองเครดิตของอินโดนีเซียเป็นลบ เหตุผลคือ นโยบายรัฐบาลคาดเดายากขึ้น และอำนาจตัดสินใจรวมศูนย์มากขึ้น
รัฐบาลอินโดนีเซียตั้งเป้าให้เศรษฐกิจโต 8% ต่อปี
ขณะที่ IMF และ World Bank มองว่า อินโดนีเซีย จะโตได้เพียง 5% ในปีนี้
2
เหตุการณ์เหล่านี้ เกิดขึ้นพร้อม ๆ กับการที่ค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงต่อเนื่อง จนทะลุ 18,000 ต่อดอลลาร์
แถมผู้ดูแลเศรษฐกิจ ยังลาออกอย่างกระทันหัน..
ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง วันที่ 27 กรกฎาคม 2026 ก่อนครบกำหนดวาระ
และเดือนกันยายน รัฐมนตรีคลังอินโดนีเซีย ถูกเปลี่ยนเป็นคนที่ 3 ในเวลาไม่ถึง 2 ปี..
ความกังวลทั้งหมดนี้ ทำให้เงินทุนต่างชาติ ทยอยออกจากตลาด
ปีนี้ นักลงทุนต่างชาติขายหุ้นอินโดนีเซีย สุทธิไปแล้วราว 5,100 ล้านดอลลาร์ และกำลังจะเป็นเงินไหลออกรายปีที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์
 
สัดส่วนที่ต่างชาติถือหุ้นอินโดนีเซีย ลดจาก 27% ในเดือนมกราคม เหลือ 25% ในเดือนตุลาคม และมูลค่าหุ้นที่ต่างชาติถืออยู่ ลดเกือบครึ่ง จากราว 250,000 ล้านดอลลาร์ เหลือราว 130,000 ล้านดอลลาร์
1
เงินที่ไหลออก ยังกดดันค่าเงินด้วย
เพราะคนที่ขายหุ้นอินโดนีเซีย ต้องเอาเงินรูเปียห์ไปแลกเป็นดอลลาร์ก่อนนำออกนอกประเทศ
ยิ่งมีคนขายมาก ค่าเงินรูเปียห์ก็ยิ่งอ่อน และพอค่าเงินอ่อน เงินที่ต่างชาติได้กลับไปเมื่อแปลงเป็นดอลลาร์ ก็ลดลงอีก จึงยิ่งมีเหตุผลที่จะขายต่อ
นักวิเคราะห์ของ SEB ธนาคารจากสวีเดน ให้ความเห็นว่า ค่าเงินที่อ่อนกำลังกัดกินผลตอบแทนที่แท้จริง และจนกว่าค่าเงินจะนิ่ง เงินทุนทั่วโลกก็คงขอยืนดูอยู่ข้างสนามก่อน
1
ขณะที่ Bond Yield 10 ปีของสหรัฐฯ อยู่เหนือ 5% ทำให้สินทรัพย์ของประเทศอย่างอินโดนีเซีย น่าสนใจน้อยลง กดดันให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศเข้าไปอีก
ล่าสุด แรงขายลามไปถึงพันธบัตรด้วย
Bond Yield 10 ปีของอินโดนีเซีย ขึ้นไปสูงสุดในรอบ 4 เดือน ที่ระดับราว 7.47%
และ Goldman คาดว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย อาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% ซึ่งอาจกดดันเศรษฐกิจและมูลค่าหุ้นต่อ ดัชนีหุ้นจึงค่อย ๆ ไหลลง..
แต่เรื่องยังไม่จบเท่านี้
เดือนมิถุนายน MSCI ประกาศให้อินโดนีเซีย ยังเป็นตลาดเกิดใหม่ต่อไป แต่เตือนว่า ถ้าถึงเดือนพฤศจิกายนแล้วยังไม่เห็นความคืบหน้า อาจลดไปเป็นตลาดชายขอบ (Frontier)
1
และแล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา MSCI ก็พลิกเกม..
MSCI ประกาศว่า กำลังพิจารณาลดสถานะอินโดนีเซีย ไปเป็นตลาดที่เรียกว่า Standalone ซึ่งแรงกว่า Frontier ที่เคยเตือนไว้มาก
ตลาด Standalone คือกลุ่มที่มีอาร์เจนตินา เลบานอน ยูเครน และซิมบับเว
1
ถ้าอินโดนีเซียถูกลดสถานะจริง จะกลายเป็นตลาดเดียวจากเอเชียแปซิฟิก ที่อยู่ในกลุ่มนี้..
MSCI บอกเหตุผลว่า ถึงทางการอินโดนีเซีย จะประกาศปฏิรูป แต่ก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าสม่ำเสมอ และยังขาดหลักฐานว่า บังคับใช้กฎอย่างจริงจัง
วันนั้น ตลาดหุ้นอินโดนีเซีย เปิดมาร่วงแรงทันที และปิดวันดิ่งกว่า 11% มูลค่าตลาดหายไปราว 60,000 ล้านดอลลาร์ในวันเดียว
จนทางการอินโดนีเซีย เร่งออกมาตรการพยุงตลาด โดยมาตรการที่ออกมา ก็เช่น
- ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย ลดเพดานการลดลงรายวัน ของหุ้นรายตัว จาก 15% เหลือ 7% ไปจนถึงสิ้นปี เพื่อชะลอการเทขาย
- หน่วยงานกำกับดูแล เรียกนักวิเคราะห์ นักเศรษฐศาสตร์ และอินฟลูเอนเซอร์ด้านการเงิน มาชี้แจงเรื่องการปฏิรูป
แล้วต่อจากนี้ จะเป็นอย่างไรต่อ ?
MSCI บอกว่า จะรับฟังความเห็นถึงสิ้นเดือนเมษายน 2027 และประกาศผลภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2027 ถ้าไม่เห็นการปรับปรุงชัดเจน MSCI จะเดินหน้าตามข้อเสนอเดิม
ซึ่ง Goldman Sachs ประเมินว่า ถ้าอินโดนีเซีย ถูกถอดจากดัชนีตลาดเกิดใหม่ของ MSCI ทั้งหมด จะมีเงินไหลออกจากกองทุนที่ลงทุนตามดัชนีราว 5,600 ล้านดอลลาร์ และเตือนว่าหุ้นอินโดนีเซีย อาจยังไม่ถึงจุดต่ำสุด..
ต้องบอกว่า ตลาดหุ้นทำงานบนความเชื่อใจ
ดัชนีที่ขึ้นมา 22% ในปีเดียว ก็ถูกตั้งคำถามได้ ถ้านักลงทุนไม่แน่ใจว่า ตลาดโปร่งใสแค่ไหน และราคาสะท้อนความจริงหรือไม่
เพราะความเชื่อมั่นของนักลงทุน ต้องใช้เวลาหลายปี กว่าจะสร้างได้ แต่มันสามารถหายไปได้ในไม่กี่วัน..
โฆษณา