20 ต.ค. เวลา 08:20 • ไลฟ์สไตล์
ฮะมะมะสึ

ตอนที่ 2: บันไดเลื่อนแห่งน้ำตา และความกล้าในใจที่แผ่วเบา

ในช่วงเวลาของการเตรียมตัวก่อนออกเดินทาง สิ่งเดียวที่ฉันทำได้คือการจ้องมองภาพเมืองปลายทางผ่านหน้าจออินเทอร์เน็ต
WCTOTOMA
ฉันไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเมืองที่จะต้องไปใช้ชีวิตอยู่เลย ไม่รู้ว่าอากาศจะเป็นอย่างไร อาหารการกินจะถูกปากไหม หรือผู้คนรอบตัวจะใจดีกับคนต่างภาษาอย่างฉันหรือเปล่า ข้อมูลทั้งหมดเท่าที่พอจะนึกภาพออก มาจากการเปิดกูเกิลแมปดูสภาพบ้านเมืองไปทีละจุด… อ่อ เมืองนี้เป็นเมืองที่ติดทะเลสินะ ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาพร้อมกับความกังวลคือ ‘กลัวสึนามิจัง’ แต่ในความกังวลนั้นก็ยังมีมุมที่ทำให้ยิ้มได้ เมื่อเห็นว่ามีทะเลสาบขนาดใหญ่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนสอนภาษา และเมืองนี้อยู่ใกล้ฝั่งนาโกย่ามากกว่าโตเกียวเสียอีก
ช่วงเวลานั้น หัวใจของฉันอบอวลไปด้วยความรู้สึกที่ผสมปนเปกัน ทั้งตื่นเต้นกับสิ่งใหม่ที่จะได้เจอ และกังวลกับความไม่แน่นอนที่กำลังจะมาถึง
จนกระทั่งวันที่ต้องเดินทางมาถึงจริงๆ…
จุดเริ่มต้นของการจากลาเริ่มขึ้นที่สนามบินเชียงใหม่ พ่อ แม่ และน้า เดินทางมาส่งฉันด้วยความห่วงใย พร้อมกับเพื่อนสนิทที่มาบอกลากันตรงนี้ จากนั้นฉันออกเดินทางต่อมายังสนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีแฟนเก่าและพี่สาวที่สนิทนั่งเครื่องบินตามลงมาส่งเพื่อให้แน่ใจว่าฉันจะออกเดินทางได้อย่างเรียบร้อย
และแล้ว วินาทีที่ต้องลาจากกันจริงๆ ก็มาเยือน
ฉันมายืนอยู่ตรงหน้าบันไดเลื่อนขาออกต่างประเทศ บันไดเลื่อนตัวที่ใครหลายคนมักกล่าวขานกันว่าเป็น ‘บันไดเลื่อนแห่งน้ำตา’ วินาทีที่ต้องหันหลังให้ทุกคนแล้วก้าวเท้าขึ้นไป ความรู้สึกหวิวไหวหลั่งไหลเข้ามาจนแทบตั้งตัวไม่ติด มันดิ่งลึกและอ้างว้างกว่าที่คิดไว้มาก
ในความเงียบงันตอนที่บันไดเลื่อนค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นไป ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ และบอกกับตัวเองในใจซ้ำๆ ว่า “ไหวดิวะ กลัวอะไร... เราทำได้”
แม้จะรู้ดีว่าที่ปลายทาง ณ สนามบินฮาเนดะ จะมีคุณมินารอรับอยู่ก็ตาม แต่ความกลัวต่อเส้นทางข้างหน้าที่ต้องเผชิญเพียงลำพัง ก็ยังคงทำให้หัวใจดวงนี้ไหวสั่นลึกๆ อยู่ดี
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
โฆษณา