•
วันนี้ เวลา 08:31 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ไอพีโอ "ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK)" เทรดวันแรก 21 ต.ค.นี้ บิ๊กเนมวงการหุ้นจองเพียบ

.
หุ้น IPO ช่วงหลังเริ่มเห็น "ท่าใหม่ ๆ" โดยบริษัทก่อนหน้านี้ขายราคาจอง "ต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี"
.
ล่าสุด "ควิก ทรานส์ฟอร์เมชั่น (QUICK)" จัดสรรหุ้น IPO แบบไม่ได้เปิดให้ประชาชนรายย่อยทั่วไปจองซื้อ แต่แบ่งให้บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่าย 75% และผู้มีอุปการคุณ 15% รวมถึง กรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงาน 10% โดยระบุว่า ความต้องการจากกลุ่มดังกล่าวเพียงพอแล้ว และบริษัทเห็นว่าสามารถกระจายหุ้นได้อย่างเพียงพอ
QUICK จะเข้าซื้อขายวันแรกในกระดาน mai วันที่ 21 ต.ค.นี้ โดยมีรายละเอียดของธุรกิจและโครงสร้างบริษัทที่น่าสนใจ ดังนี้
.
1. QUICK ทำธุรกิจหลักคือให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ปรับแต่ง และดูแลระบบดิจิทัลสำหรับองค์กร โดยมีความเชี่ยวชาญสำคัญในระบบ ERP หรือระบบบริหารทรัพยากรองค์กร ธุรกิจแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
- Business Solutions: วางระบบบัญชี การขาย จัดซื้อ และบริหารองค์กร โดยใช้ ERP เป็นแกนกลาง รายได้ครึ่งแรกปี 69 อยู่ที่ 143.72 ล้านบาท สัดส่วน 86.16%
- Digital Workplace Solutions: วางเครื่องมือทำงานดิจิทัล เช่น Microsoft 365, Power Platform และ Copilot รายได้ครึ่งแรกปี 69 อยู่ที่ 16.73 ล้านบาท สัดส่วน 10.03%
- IoT Solutions: เชื่อมข้อมูลจากเครื่องจักรและอุปกรณ์เข้ากับระบบองค์กร รายได้ครึ่งแรกปี 69 อยู่ที่ 4.98 ล้านบาท สัดส่วน 2.99%
2. ราคา IPO ที่ 5.65 บาท (พาร์ 0.50 บาท) พิจารณาอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ที่ 8.29 เท่า โดยมีที่ปรึกษาทางการเงินคือ บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด ขณะที่มี บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย ร่วมกับ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) และ บล.บีวายดีเอช ในฐานะผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
3. มี 13.9 ล้านหุ้น (13.63%) ของ "ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร" ไม่ติด Silent Period อย่างไรก็ตาม "ไพศาล แซ่ลี้", "สุภาพร พุทธสอน", "ศรุต กิตติไพศาลทรัพย์", "ทรงวิทย์ ละมุล" และ "รักชัย ผลดี" ผู้ถือหุ้นเดิม ได้สมัครใจที่จะไม่ขายหุ้นและลงนามในสัญญาข้อจำกัดการโอนหุ้นสำหรับผู้ถือหุ้น (Voluntary IPO Lock Up) โดยจะไม่ขายหุ้นที่ตนถือเป็นส่วนเพิ่มเติมจากหุ้นส่วนที่ถูกสั่งห้ามขายหุ้นตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นระยะเวลา 6 เดือน
นับตั้งแต่วันที่หุ้นของบริษัทเริ่มทำการซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้มีจำนวนหุ้นเดิมที่ถูกห้ามซื้อขายตามเกณฑ์ Silent Period และ Voluntary IPO Lock Up รวมจำนวน 70 ล้านหุ้น คิดเป็น 68.63% ของทุนชำระแล้วหลังจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนในครั้งนี้
4. เงินระดมทุน 180.80 ล้านบาท จะนำไปใช้ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ 32.88 ล้านบาท, พัฒนาโครงการฝึกอบรมบุคลากรภายในและภายนอกบริษัท 32.88 ล้านบาท, ลงทุนเชิงกลยุทธ์ 32.88 ล้านบาท และ เงินทุนหมุนเวียนทั่วไป 65.78 ล้านบาท
5. ผลประกอบการเติบโตเด่น รายได้รวม 3 ปีหลัง (2566-68) อยู่ที่ 229.74 ล้านบาท, 240.78 ล้านบาท และ 301.44 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 34.49 ล้านบาท, 42.71 ล้านบาท และ 51.97 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนครึ่งแรกปี 69 มีรายได้ 166.81 ล้านบาท กำไรสุทธิ 34.22 ล้านบาท โดยรายได้รวมเพิ่มขึ้น 27.10% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 105.10% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรสุทธิขยับจาก 12.71% เป็น 20.51%
6. หุ้น QUICK มีบุคคลและนิติบุคคลในตลาดหุ้นไทยได้รับการจัดสรร จำนวนมาก แยกเป็นกลุ่ม ๆ จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าใครเข้ามาบ้าง
.
กลุ่มแรก บริษัทที่เข้าลงทุนโดยตรง รายใหญ่สุดคือ บมจ.ฮิวแมนิก้า (HUMAN) ได้รับจัดสรร 4 ล้านหุ้น (12.50%) และ บริษัท ซินเนอร์ยี่ กรุ๊ป เวนเจอร์ส จำกัด บริษัทย่อยในกลุ่ม บมจ.เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC) ได้อีก 1 ล้านหุ้น (3.13%)
กลุ่มสอง ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียน นำโดย
- "สุระ คณิตทวีกุล" ผู้ถือหุ้นและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.คอมเซเว่น (COM7) ได้รับจัดสรร 2 ล้านหุ้น (6.25%)
- "ชูวิทย์ จึงธนสมบูรณ์" ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.นอร์ทอีส รับเบอร์ (NER) ได้ 1 ล้านหุ้น (3.13%)
- "เกษมสันต์ สุจิวโรดม" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กิจเจริญ เอ็นจิเนียริ่ง อีเลคทริค (KJL) ได้ 450,000 หุ้น (1.41%)
- "วิชา พูลวรลักษณ์" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) ได้ 150,000 หุ้น (0.47%)
- "ฐกร รัตนกมลพร" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ดิทโต้ (ประเทศไทย) (DITTO) ได้ 132,600 หุ้น (0.41%)
อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดได้รับจัดสรรในชื่อส่วนตัว จึงไม่ได้หมายความว่าบริษัทต้นสังกัดเข้าลงทุนด้วย
กลุ่มที่สาม นักลงทุนชื่อดังในตลาดหุ้นมีทั้ง “เสี่ยป๋อง” หรือ "วัชระ แก้วสว่าง" ได้รับจัดสรร 1,519,000 หุ้น (4.75%) และ “บอย ท่าพระจันทร์” หรือ "อรรถวัติ ศิริสิทธิธงไชย" ได้ 1,175,300 หุ้น (3.67%)
กลุ่มที่สี่ กรรมการบริษัทจดทะเบียนอื่น กลุ่มนี้มี
- "รัตน์ โอสถานุเคราะห์" รองประธานกรรมการ บมจ.โอสถสภา (OSP) ได้รับจัดสรร 921,100 หุ้น (2.88%)
- "ปิยวัชร ราชพลสิทธิ์" รองประธานกรรมการและประธานกรรมการลงทุน บมจ.เมดีซ กรุ๊ป (MEDEZE) ได้ 884,900 หุ้น (2.77%)
- "เอกรัฐ วงศ์ศุภชาติกุล" กรรมการ บมจ.น้ำมันพืชไทย (TVO) ได้ 713,200 หุ้น (2.23%)
- "เอ สัจเดว์" กรรมการอิสระ บมจ.ไพร์ม โรด เพาเวอร์ (PRIME) ได้ 141,500 หุ้น (0.44%)
ทั้งสี่รายได้รับจัดสรรในชื่อส่วนตัวเช่นกัน
7. ความเสี่ยงสำคัญ ที่นักลงทุนควรศึกษาเพิ่มเติม
.
- พึ่งพา Microsoft สูง: ครึ่งแรกปี 69 รายได้ขายไลเซนส์ Microsoft คิดเป็น 97.54% ของรายได้ขายไลเซนส์ทั้งหมด หากมีการเปลี่ยนเงื่อนไข ราคา หรือสถานะพันธมิตร จะมีนัยต่อธุรกิจ
- งานติดตั้ง มีต้นทุนและกำหนดส่งมอบ: หากประเมินความยากของงานหรือเวลาทำงานต่ำไป บริษัทอาจต้องใช้คนและต้นทุนมากกว่าที่คิด กระทบกำไรและกระแสเงินสด
- โตได้ต้องมีกำลังคนรองรับ: ธุรกิจต้องใช้บุคลากรที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยี และกระบวนการทำงานของลูกค้า การขาดแคลนหรือสูญเสียพนักงานสำคัญอาจกระทบการส่งมอบงาน
- รายได้ต่อเนื่องยังต้องอาศัยการต่อสัญญา: ลูกค้าอาจลดจำนวนผู้ใช้งาน ชะลอโครงการ หรือเปลี่ยนแผนลงทุน ขณะที่ต้นทุนไลเซนส์บางส่วนเป็นดอลลาร์ บริษัทจึงมีความเสี่ยงค่าเงิน แม้มีการใช้สัญญาล่วงหน้าช่วยบริหารความเสี่ยง
สำหรับผู้ลงทุน สิ่งที่ต้องติดตามหลัง IPO คือ QUICK จะนำเงินไปเพิ่มผลิตภัณฑ์และกำลังคนได้ตามแผนเพียงใด รักษาการต่อสัญญาของลูกค้าได้หรือไม่ และเปลี่ยนงานใหม่ให้เป็นกำไรพร้อมเงินสดได้ต่อเนื่องแค่ไหน ส่วนรายชื่อผู้ได้รับจัดสรรหุ้นเป็นข้อมูลประกอบที่น่าสนใจ แต่ยังต้องประเมินธุรกิจและราคาที่เข้าซื้อควบคู่กัน
#QUICK #ควิกทรานส์ฟอร์เมชั่น #หุ้นIPO #หุ้นน้องใหม่ #ตลาดหุ้นไทย #mai #หุ้นเทคโนโลยี #DigitalTransformation #ERP #HUMAN #MFEC #COM7 #NER #KJL #MAJOR #DITTO #OSP #MEDEZE #TVO #PRIME #เสี่ยป๋อง #บอยท่าพระจันทร์ #สุระคณิตทวีกุล #ชูวิทย์จึงธนสมบูรณ์ #รัตน์โอสถานุเคราะห์ #ปิยวัชรราชพลสิทธิ์ #เอกรัฐวงศ์ศุภชาติกุล #เกษมสันต์สุจิวโรดม #วิชาพูลวรลักษณ์ #ฐกรรัตนกมลพร #Effective #effectiveTh
โฆษณา