Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
วันนี้ เวลา 04:00 • หุ้น & เศรษฐกิจ
Rebalance การลงทุนท่าง่าย ใช้ปรับพอร์ต RMF ได้ ไม่ผิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษี
หลายคนมักจะเลือกซื้อกองทุน RMF แบบปีต่อปี โดยไม่รู้วิธีจัดการกับผลกำไรขาดทุน ของกองทุนที่ตัวเองซื้อไว้เลย
ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่า หลายคนกลัวว่าหากขาย RMF ออกไปก่อนกำหนด อาจจะทำให้ต้องจ่ายภาษีย้อนหลัง เพื่อคืนสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่เคยได้รับมา
1
แต่รู้ไหมว่า แม้เราจะไม่สามารถขายกองทุน RMF ออกมาได้ แต่เราก็สามารถทำการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน เพื่อล็อกกำไรจากการลงทุนในกองทุน RMF แทน
การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนนั้นไม่ผิดกฎในการลดหย่อนภาษี ทำให้เราสามารถประยุกต์ใช้เทคนิค Rebalance เข้ากับการซื้อกองทุน RMF เพื่อลดหย่อนภาษีได้
แล้วการ Rebalance คืออะไร ? ทำไมเทคนิคนี้ถึงดีกว่าการซื้อกองทุน RMF แบบปีต่อปี แล้วถือไปยาว ๆ ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
การ Rebalance อธิบายง่าย ๆ แบบนี้ว่า คือการปรับสัดส่วนพอร์ตการลงทุนใหม่ ให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละกองทุนมีค่าเท่ากับน้ำหนักที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่แรก
เนื่องจากเมื่อเราลงทุนไปสักระยะแล้ว สินทรัพย์ที่เราลงทุนก็จะมีทั้งตัวที่กำไร และขาดทุน ทำให้น้ำหนักการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ เปลี่ยนแปลงไปตามช่วงเวลา
การทำ Rebalance จึงเหมือนเป็นการขายสินทรัพย์เพื่อล็อกกำไร แล้วนำเงินไปถัวเฉลี่ยต้นทุนในสินทรัพย์ที่ขาดทุน หรือกำไรยังไม่เยอะมาก
เช่น เราตั้งเกณฑ์เอาไว้ว่า เราจะถือกองทุนหุ้น และกองทุนตราสารหนี้อย่างละ 50% เท่ากัน
เมื่อเวลาผ่านไป 6 เดือน กองทุนหุ้นทำกำไรได้ 20% ส่วนกองทุนตราสารหนี้ทำกำไรได้เพียง 2%
แปลว่า ตอนนี้สัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นของเรากลายเป็น 54% ส่วนสัดส่วนในกองทุนตราสารหนี้กลายเป็น 46%
ดังนั้นเราก็ต้องขายกองทุนหุ้นออกไปบางส่วน เพื่อไปซื้อกองทุนตราสารหนี้ให้สัดส่วนเท่ากันอย่างละ 50% ตามที่เรากำหนดเกณฑ์ไว้
สาเหตุที่เราต้องทำ Rebalance ก็เพราะว่าเศรษฐกิจโลกมีความเป็นวัฏจักร ที่ในแต่ละช่วงเวลา จะเอื้อประโยชน์ให้ราคาสินทรัพย์บางประเภทปรับตัวเพิ่มขึ้น และทำให้ราคาสินทรัพย์บางประเภทปรับตัวลดลง สลับกันไป
หากเราจัดพอร์ตกองทุน RMF ให้ครอบคลุมทุกประเภทสินทรัพย์ ทั้งตราสารหนี้, หุ้น, กอง REIT และสินค้าโภคภัณฑ์
การทำ Rebalance แต่ละครั้ง ก็จะเหมือนเป็นการเก็บเกี่ยวผลกำไรจากสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจในรอบนั้น ๆ แล้วเพิ่มการลงทุนในสินทรัพย์อื่น ๆ ที่อาจจะได้ประโยชน์จากภาวะเศรษฐกิจในอนาคต
ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้ว มักจะมีการกำหนดช่วงเวลาการ Rebalance พอร์ตลงทุนตั้งแต่ครั้งละ 6 เดือน ไปจนถึงปีละครั้ง
กลับมาที่การ Rebalance กองทุน RMF
จริงอยู่ที่เราไม่สามารถขายกองทุน RMF ออกมาได้ แต่เราก็สามารถ Rebalance ด้วยการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนแทน
การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนก็คือ การแปลงมูลค่าหน่วยลงทุนของกองทุนหนึ่ง ให้กลายเป็นหน่วยลงทุนของกองทุนอีกกองหนึ่ง
ซึ่งการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนกองทุนรวม จะไม่ถือว่าเป็นการขาย และสามารถนับระยะเวลาถือครองแบบต่อเนื่องได้เลย
เช่น หากเราถือกองทุนหุ้นจีนมาแล้ว 3 ปี แล้วเราสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนบางส่วน ไปถือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นอีก 2 ปี
ก็เท่ากับว่าเงินก้อนนี้ของเรา ถือครองกองทุน RMF มาครบ 5 ปีแล้ว
แต่การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน จะไม่ถือว่าเป็นการซื้อกองทุน RMF เพิ่ม
ดังนั้นเราต้องไม่ลืมที่จะนำเงินก้อนใหม่มาซื้อกองทุน RMF ในทุก ๆ ปี หรืออย่างน้อยก็ซื้อแบบปีเว้นปี เพื่อไม่ให้เสียสิทธิในการลดหย่อนภาษีด้วย
1
ส่วนข้อควรระวังสำหรับการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนก็คือ หากเราสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนจากกองทุนของ บลจ. หนึ่ง ไปยังกองทุนของอีก บลจ.
มักจะมีค่าธรรมเนียมในการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนข้าม บลจ. ดังนั้นเราก็ควรเลือกสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนภายใน บลจ. เดียวกันไปเลย เพื่อประหยัดค่าธรรมเนียม
นอกจากนี้ เรื่องระยะเวลาการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน ก็เป็นอีกประเด็นที่เราควรให้ความสำคัญด้วย
เนื่องจากการสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน หมายความว่า บลจ. ต้องขายหน่วยลงทุนของกองทุนหนึ่ง จากนั้นพอได้เงินมาแล้ว บลจ. ค่อยนำเงินไปซื้อหน่วยลงทุนอีกกองทุนให้เรา แม้จะเป็นการสับเปลี่ยนภายใน บลจ. เดียวกันก็ตาม
เพราะฉะนั้นถ้าเราสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ ที่มีระยะเวลาการขายคืนยาวนาน เช่น T+5 หรือต้องใช้เวลา 5 วันทำการในการได้รับเงินค่าขายคืน
ไปยังกองทุนสินค้าโภคภัณฑ์ หรือกองทุนหุ้นไทย ที่มีความผันผวนสูง
แปลว่า เราจะไม่ได้ราคาหน่วยลงทุนในกองทุนที่เราจะสับเปลี่ยนได้ทันที แต่จะได้ราคาหน่วยในอีก 5 วันทำการแทน
ช่องว่างของเวลาตรงนี้ ก็อาจจะทำให้เราได้ซื้อหน่วยลงทุนในราคาที่แพงขึ้น
ดังนั้นอีกวิธีที่จะทำให้เราสับเปลี่ยนกองทุนได้เร็วขึ้นก็คือ หากเรามีกองทุน RMF ตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมีระยะเวลาขายคืนแค่ T+1
ก็สามารถใช้ RMF ตราสารหนี้ระยะสั้นนั้น สับเปลี่ยนไปยังกองทุนความผันผวนสูง ที่เราอยากเพิ่มสัดส่วนก่อน
แล้วค่อยสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนของกองทุนที่เราอยากจะลดสัดส่วนจากการ Rebalance ไปยังหน่วยลงทุนของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อชดเชยสัดส่วนที่หายไปแทน
พูดง่าย ๆ ก็คือ ใช้ RMF ตราสารหนี้ระยะสั้น ออกเงินสับเปลี่ยนไปซื้อ RMF ที่เราอยากเพิ่มสัดส่วนก่อน
แล้วค่อยสับเปลี่ยน RMF ที่เราอยากลดสัดส่วน มาใส่ RMF ตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อเป็นการคืนเงินให้
แทนการสับเปลี่ยนระหว่าง RMF ที่มีความผันผวนสูงไปเลยตรง ๆ
วิธีนี้เหมาะกับการสับเปลี่ยนกองทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง เพราะหากเราต้องรอเป็นเวลาหลายวัน ราคาของหน่วยลงทุนอาจสูงกว่าที่เราตั้งใจจะซื้อไว้ จนทำให้การทำ Rebalance เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ
1
และทั้งหมดนี้ก็คือ เทคนิคการทำ Rebalance ที่ช่วยปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน ไม่ให้เทน้ำหนักไปที่สินทรัพย์ใด สินทรัพย์หนึ่ง
และช่วยเปิดโอกาสให้เราได้เก็บเกี่ยวผลกำไรจากการลงทุนในกองทุน RMF ได้อย่างไม่ผิดกฎการลดหย่อนภาษี..
#WealthPreservation
#TaxFest2026
#ลงทุนดีมีเงินคืน
References
-
https://www.eastspring.co.th/funds/mutual-funds/SwitchingSchedule
-
https://www.krungsri.com/th/krungsri-the-coach/taxes/tax-knowledge/3-signs-switch-rmf-funds
-
https://kkpbetter.kkpfg.com/th/article/investment/selling-rmf-funds
-
https://www.scb.co.th/th/personal-banking/stories/salary-man/trading-rmf
-
https://www.finnomena.com/a-academy/switch-fund/
หุ้น
การลงทุน
18 บันทึก
18
17
18
18
17
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย