21 ต.ค. เวลา 01:47 • ไลฟ์สไตล์
ฮะมะมะสึ

ตอนที่ 5: เพื่อนร่วมทางสีฟ้า และการเริ่มต้นก้าวออกจากเซฟโซน

สัปดาห์แรกในรั้วโรงเรียนสอนภาษาเริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางโต๊ะเรียนที่ยังคงมีเก้าอี้ว่างอยู่หลายตัว เนื่องจากเพื่อนร่วมชั้นบางคนยังเดินทางมาไม่ถึงประเทศญี่ปุ่น เซนเซ (คุณครู) จึงบอกกับพวกเราว่า ในช่วงแรกนี้จะเน้นไปที่การทบทวนบทเรียนพื้นฐานเพื่อรอกันก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องของตัวอักษรฮิรางานะและคาตาคานะที่ฉันพอจะเคยผ่านตาและท่องจำมาจากเมืองไทยอยู่บ้างแล้ว
นอกจากเรื่องเรียน เซนเซยังแจ้งข่าวดีว่า หากนักเรียนคนไหนมีความประสงค์อยากจะทำงานพิเศษ (Arubaito) เพื่อแบ่งเบาค่าใช้จ่าย ทางโรงเรียนก็ยินดีที่จะช่วยประสานงานและจัดหางานที่เหมาะสมให้ ซึ่งฉันเองก็ไม่ลังเลใจที่จะลงชื่อแจ้งความประสงค์ไว้ตั้งแต่แรก
ตารางชีวิตในสัปดาห์แรกจึงยังไม่มีอะไรซับซ้อนนัก กิจวัตรประจำวันมีเพียงการตื่นนอนเพื่อเข้าเรียนตอนแปดโมงครึ่ง และเลิกเรียนในเวลาเที่ยงครึ่ง หลังจากนั้นในช่วงบ่าย... เข็มนาฬิกาของชีวิตในต่างแดนก็กลายเป็นเวลาว่างของฉันโดยสมบูรณ์
ฉันใช้ช่วงเวลาในบ่ายวันเหล่านั้นไปกับการภารกิจสำคัญ นั่นคือการตามหาพาหนะคู่ใจของตัวเอง
ใจจริงแล้วฉันไม่ได้อยากซื้อจักรยานคันใหม่ป้ายแดงเลย เพราะราคาของมันค่อนข้างสูงทีเดียว ตกคันละประมาณ 30,000 เยน ซึ่งหากคำนวณจากจำนวนเงินสดที่ฉันแลกติดตัวข้ามน้ำข้ามทะเลมาเพียง 1 แสนเยนแล้ว การจ่ายเงินเกือบหนึ่งในสามไปกับจักรยานคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก ฉันจึงตั้งโจทย์ในใจไว้ว่าจะมองหาจักรยานมือสองในราคาที่ไม่เกิน 15,000 เยนก็พอ
ความพยายามพาฉันเดินเข้าไปในร้านขายของมือสองแห่งหนึ่ง และโชคก็เข้าข้างเมื่อฉันได้พบกับจักรยานมือสองสภาพดีเยี่ยมคันหนึ่งจอดอยู่ พี่พนักงานในร้านเล่าให้ฟังว่า จักรยานคันนี้เป็นของรุ่นพี่นักเรียนต่างชาติจากโรงเรียนเดียวกันที่เพิ่งเรียนจบและนำมาขายต่อก่อนเดินทางกลับประเทศ ฉันจึงตัดสินใจซื้อทันทีโดยไม่ลังเล
ทว่ากฎหมายของประเทศญี่ปุ่นนั้น กิจกรรมการซื้อขายจักรยานไม่ได้รับเงินแล้วจะจบบทบาทลงตรงนั้น เราไม่สามารถจูงจักรยานกลับบ้านแล้วทึกทักว่าเป็นเจ้าของได้ทันที แต่มีความจำเป็นต้องนำรถไปทำเรื่องลงทะเบียนความเป็นเจ้าของ (Jitensha Bounan Toroku) เพื่อป้องกันการโจรกรรมเสียก่อน ซึ่งในตอนนั้น นับเป็นความโชคดีของฉันอีกครั้งที่มีน้องรูมเมทจากหอพักอาสาช่วยพาไปจัดการติดต่อทุกขั้นตอน จนในที่สุด... ฉันก็ได้ครอบครองจักรยานคันแรกเป็นของตัวเอง
มันคือจักรยานแม่บ้านมือสองสีฟ้า... คันเดียวกับที่ฉันถ่ายภาพเก็บไว้ในตอนที่แล้วนั่นเอง
และนับตั้งแต่วินาทีที่ได้จักรยานสีฟ้าคันนี้มา ชีวิตของฉันในเมืองฮามามัตสึก็เริ่มแปรเปลี่ยนความโดดเดี่ยวเป็นความสนุกสนาน
จักรยานคันนี้เปรียบเสมือนเพื่อนสนิทคนใหม่ ในวันที่ฉันยังไม่มีความกล้าพอที่จะก้าวขาขึ้นรถบัสหรือก้าวเข้าสู่สถานีรถไฟ เจ้าเพื่อนยากสีฟ้าคันนี้จะคอยอยู่เคียงข้างและพาร่างของฉันขยับขยายเส้นทางออกไปในทุกๆ ที่ ฉันเริ่มต้นจากการเปิดดูแผนที่ในกูเกิลแมปที่เคยนั่งไล่ดูมาตั้งแต่ตอนอยู่เมืองไทย เลือกจุดหมายปลายทางใกล้ๆ ที่เคยอยากไปเป็นอันดับแรกๆ แล้วปั่นออกไปทักทายทีละนิด
จากร้านกาแฟเล็กๆ หัวมุมถนน สู่ร้านขายของมือสอง ซูเปอร์มาร์เก็ตท้องถิ่น และร้านสะดวกซื้อ (คอมบินี) ที่กระจายตัวอยู่รอบเมือง
เวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านพ้นไป พร้อมกับความเร็วของวงล้อที่หมุนไปข้างหน้า ช่วยให้ฉันได้ทำความรู้จัก เข้าใจ และหลงรักย่านที่อยู่อาศัยแห่งนี้เพิ่มขึ้นอีกมากมายเหลือเกิน
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
WCTOTOMA
โฆษณา