21 ต.ค. เวลา 03:03 • ไลฟ์สไตล์
ฮะมะมะสึ

ตอนที่ 7: กะบ่ายสามโมงครึ่ง รายละเอียดที่มองไม่เห็น และกฎเหล็กของความเร็ว

เช้าวันจันทร์เริ่มต้นด้วยวิถีชีวิตตามปกติของนักเรียนต่างชาติ ฉันตื่นเช้าเพื่อเตรียมตัวไปเรียนหนังสือจนถึงเวลาเที่ยงครึ่ง จากนั้นจึงเดินทางกลับมายังที่พัก หาอาหารกลางวันทานเพื่อเติมพลัง และเริ่มจัดแจงเตรียมความพร้อมสำหรับกะการทำงานพาร์ทไทม์ครั้งแรกที่จะเริ่มขึ้นในเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง
ฉันตรวจสอบความเรียบร้อยของชุดทำงาน อุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงขวดน้ำดื่มและขนมชิ้นเล็กๆ ที่เตรียมพกติดกระเป๋าไปด้วย เพราะตารางงานที่ลากยาวไปจนถึงสองทุ่มครึ่งอาจทำให้ร่างกายเริ่มประท้วงด้วยความหิวได้
เมื่อเข็มนาฬิกาชี้ที่เวลาบ่ายสามโมงตรง ฉันก็จูงจักรยานคู่ใจปั่นตรงไปยังหอพักของรุ่นพี่คนไทยที่ทำงานอยู่ที่ร้านเดียวกัน ในวันแรกนี้ฉันเอ่ยปากขอเดินทางไปพร้อมกับเธอก่อน เพราะความไม่รู้ในเส้นทางและระบบระเบียบทำให้ฉันไม่กล้าที่จะเสี่ยงเดินทางไปคนเดียว เมื่อรุ่นพี่เดินลงมา เราสองคนก็ออกแรงปั่นจักรยานเคียงข้างกันไปตามท้องถนนจนถึงจุดหมาย
หลังจากจอดจักรยานในพื้นที่ของร้านแล้ว เราพากันเดินเข้าสู่พื้นที่หลังร้าน ภาพแรกที่เห็นคือคุณลุงเทนโจมายืนสแตนบายรอเปิดประตูต้อนรับพวกเราอยู่ก่อนแล้ว
ขั้นตอนแรกคือการตอกบัตรเข้างานตามวิถีแบบญี่ปุ่น ซึ่งรุ่นพี่คอยอธิบายและสอนวิธีใช้งานให้ฉันอย่างใจเย็น จากนั้นพวกเราจึงแยกย้ายไปเปลี่ยนยูนิฟอร์ม ตรวจเช็กความเรียบร้อยของเสื้อผ้า หน้า ผม และรีบเร่งเข้าสู่พื้นที่หน้าร้านทันทีเพื่อจัดเตรียมความพร้อมก่อนที่ประตูร้านจะเปิดต้อนรับลูกค้าในเวลาห้าโมงเย็น
ระยะเวลาเกือบสองชั่วโมงก่อนร้านเปิด อาจจะฟังดูเหมือนมีเวลาเหลือเฟือ… แต่ในความเป็นจริงแล้ว เวลามันช่างผ่านไปรวดเร็วราวกับโกหก
ทุกอย่างในร้านต้องถูกทำความสะอาดและจัดเตรียมอย่างเป็นระบบ วันแรกนี้ฉันจำเป็นต้องเดินตามและลงมือทำทุกขั้นตอนไปพร้อมๆ กับรุ่นพี่ เพราะรายละเอียดของงานหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นนั้นมีเยอะมากจนน่าใจหาย ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบรอง เช่น กะหล่ำปลีฝอย น้ำซุป สลัด การจัดเรียงถ้วยชาม ช้อน ตะเกียบ บนโต๊ะอาหารให้ถูกต้องตามตำแหน่ง การเตรียมต้มชาร้อนๆ ไปจนถึงงานทำความสะอาดปัดกวาดเช็ดถู
สารภาพตามตรงเลยว่า ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมง สมองของฉันก็เบลอจนแทบจำอะไรไม่ได้เลย รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่แฝงอยู่ในทุกตารางนิ้วของร้านนั้นเข้มงวดกว่าที่คิดไว้มาก
ตัวอย่างเช่น เรื่องการเตรียมข้าวสวย… เมล็ดข้าวที่จะนำมาหุงนั้นต้องเป็นข้าวที่ผ่านการแช่เย็นจัดมาก่อนเท่านั้น และในขั้นตอนการหุงก็จำเป็นต้องใช้น้ำเย็นจัดในการหุงด้วยเช่นกัน อัตราส่วนระหว่างเมล็ดข้าวกับน้ำต้องถอดรหัสให้ตรงตามที่ทางร้านระบุไว้แบบห้ามขาดห้ามเกิน และเมื่อหม้อข้าวหุงสุกเรียบร้อยแล้ว กฎคือต้องรีบนำข้าวนั้นมาล้างน้ำแล้วนำกลับไปเข้าตู้แช่เย็นอีกครั้ง เพื่อสแตนบายรอไว้สำหรับหุงในหม้อถัดไปเมื่อข้าวใกล้หมด หรือสำหรับเตรียมไว้ใช้ในวันรุ่งขึ้น
ท่ามกลางความสับสนและหยาดเหงื่อในวันแรก รุ่นพี่คนไทยหันมาบอกกับฉันด้วยน้ำเสียงที่พยายามช่วยให้คลายความกังวลว่า
“ไม่เป็นไรนะ วันแรกยังไม่ต้องจำทั้งหมดก็ได้ ค่อยๆ เรียนรู้ไป… แต่ข้อสำคัญคือต้องทำเร็วนะ เพราะถ้าช้า วันต่อๆ ไปโดนดุแน่ๆ”
ประโยคเตือนสติสั้นๆ นั้นทำให้ฉันรู้ทันทีว่า โลกการทำงานที่แท้จริงในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วอย่างเป็นทางการ
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
WCTOTOMA
โฆษณา