21 ต.ค. เวลา 11:44 • ธุรกิจ

Paul Krugman นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ ปี 2008 ได้แสดงความเห็นผ่านบทความ *“What’s the Matter With France?”* เผยแพร่เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2026 ว่า

🇫🇷 ฝรั่งเศสกำลังเผชิญกับปัญหาทางการคลังเชิงโครงสร้าง ซึ่งมีรากฐานสำคัญจากระบบบำนาญ ภาวะสังคมสูงวัย และความขัดแย้งทางการเมือง ปัญหาเหล่านี้กำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน และอาจพัฒนาไปสู่วิกฤตหนี้สาธารณะที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของเขตยูโร
1. 💰 หนี้สาธารณะสูงและฐานะการคลังไม่ยั่งยืน
ฝรั่งเศสมีหนี้สาธารณะอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับ GDP ขณะเดียวกันรัฐบาลยังคงขาดดุลงบประมาณจำนวนมาก แม้ไม่ได้เผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินทางเศรษฐกิจ
ปัญหาดังกล่าวทำให้นักลงทุนเริ่มกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการชำระหนี้ของรัฐบาล ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลและราคาประกันความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Credit Default Swaps: CDS) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ความน่าจะเป็นโดยนัยของการผิดนัดชำระหนี้ภายใน 5 ปี ยังอยู่ที่ประมาณ 1.2%
2. 👴 ระบบบำนาญเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างสำคัญ
ฝรั่งเศสมีระบบบำนาญที่ให้สิทธิประโยชน์ค่อนข้างสูง และประชาชนสามารถเกษียณอายุได้เร็วกว่าหลายประเทศพัฒนาแล้ว
- ปี 2023 อายุเกษียณตามกฎหมายอยู่ที่ 62 ปี
- รัฐบาลประธานาธิบดี Emmanuel Macron พยายามปรับเพิ่มอายุเกษียณเป็น 64 ปี
- การปฏิรูปถูกระงับไว้จากแรงต่อต้านทางการเมือง ทำให้อายุเกษียณหยุดอยู่ที่ 62 ปี 9 เดือน ตามที่บทความระบุ
- ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ทำให้รัฐบาลต้องจ่ายบำนาญเป็นระยะเวลานานขึ้น
3. 🎓 การจัดสรรงบประมาณระหว่างคนต่างรุ่น
ภาระรายจ่ายด้านบำนาญที่สูงส่งผลให้รัฐบาลมีข้อจำกัดในการจัดสรรงบประมาณสำหรับบริการสาธารณะด้านอื่น โดยเฉพาะการศึกษา
ความขัดแย้งในการจัดสรรทรัพยากรระหว่างประชากรต่างรุ่น กล่าวคือ รัฐบาลต้องใช้งบประมาณจำนวนมากเพื่อสนับสนุนผู้สูงอายุ ขณะที่ทรัพยากรสำหรับนักเรียน นักศึกษา และประชากรกลุ่มอื่นถูกจำกัด
สถานการณ์ดังกล่าวเชื่อมโยงกับการชุมนุมประท้วงของนักเรียนและนักศึกษาที่ไม่พอใจคุณภาพบริการสาธารณะ
4. 🏛️ ความขัดแย้งทางการเมืองทำให้การปฏิรูปยากขึ้น
ปัญหาทางการคลังของฝรั่งเศสมีรากฐานสำคัญจากความขัดแย้งทางการเมือง
การปรับเพิ่มอายุเกษียณเผชิญแรงต่อต้านจากทั้งฝ่ายซ้ายจัดและฝ่ายขวาจัด ขณะที่ Marine Le Pen ผู้นำพรรค National Rally ให้คำมั่นว่าจะลดอายุเกษียณกลับไปอยู่ที่ 62 ปี
นโยบายดังกล่าวจะเพิ่มภาระทางการคลัง และสะท้อนถึงความไม่เต็มใจของฝ่ายการเมืองที่จะยอมรับข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ
5. 📉 ความเสี่ยงของการเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะ
หากนักลงทุนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลฝรั่งเศส อาจเกิดวงจรที่ทำให้วิกฤตหนี้รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
6. 🇪🇺 การใช้เงินยูโรทำให้ฝรั่งเศสมีข้อจำกัดในการรับมือวิกฤต
ฝรั่งเศสแตกต่างจากสหรัฐอเมริกา เนื่องจากไม่สามารถออกเงินตราของตนเองเพื่อชำระหนี้ได้อย่างอิสระ เพราะใช้นโยบายการเงินร่วมกันภายใต้เขตยูโร
หากเกิดวิกฤตหนี้สาธารณะ ฝรั่งเศสอาจจำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากธนาคารกลางยุโรป (European Central Bank: ECB)
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือฝรั่งเศสอาจเผชิญอุปสรรคสำคัญสองประการ ได้แก่
- อุปสรรคทางการเมือง: ประเทศสมาชิกอื่น โดยเฉพาะเยอรมนี อาจคัดค้านการช่วยเหลือประเทศที่ยังไม่สามารถควบคุมฐานะการคลังได้
- ขนาดเศรษฐกิจของฝรั่งเศส: ฝรั่งเศสมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของเขตยูโร ทำให้ต้นทุนการช่วยเหลืออาจสูงมาก
จึงเกิดความกังวลว่า ฝรั่งเศสอาจเปลี่ยนจากประเทศที่ “ใหญ่เกินกว่าจะปล่อยให้ล้มเหลว” (Too Big to Fail) เป็นประเทศที่ “ใหญ่เกินกว่าจะช่วยเหลือไหว” (Too Big to Save)
7. 🔮 อนาคตของฝรั่งเศสยังมีความไม่แน่นอน
ความเป็นไปได้หลายประการที่อาจช่วยป้องกันวิกฤต ได้แก่ การกลับมาได้รับความนิยมของกลุ่มการเมืองสายกลาง การปรับนโยบายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงมากขึ้นของฝ่ายขวาจัด หรือความพร้อมของ ECB ที่จะเข้าแทรกแซงหากเกิดวิกฤต
โฆษณา