22 ต.ค. เวลา 02:42 • ไลฟ์สไตล์
ฮะมะมะสึ

ตอนที่ 11: กลิ่นอายของร้านทงคัตสึ เกล็ดขนมปัง และเวลาสองชั่วโมงที่ไม่เคยพอ

หลังจากที่ฉันเริ่มเรียนรู้งานในร้านทงคัตสึไปได้สักระยะ รายละเอียดอันยิบย่อยของโลกหลังร้านอาหารญี่ปุ่นก็หลั่งไหลเข้ามาให้จดจำอย่างไม่รู้จบ ในวันนี้ ความทรงจำบางส่วนอาจเริ่มเลือนรางไปตามกาลเวลา แต่ฉันจะพยายามขุดค้นและบันทึกมันเอาไว้ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยเหตุผลเดียวคือ... ฉันไม่อยากลืมช่วงเวลาเหล่านี้เลยแม้แต่เสี้ยวเดียว
เรื่องราวที่ฉันอยากเล่าในตอนนี้ คือความแตกต่างระหว่างการทำงานในวันธรรมดากับวันหยุดสุดสัปดาห์
หากเป็นวันเสาร์และอาทิตย์ หน้าที่ของฉันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ฉันไม่ได้เข้ากะบ่ายสามโมงครึ่งเหมือนเคย แต่ต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำหน้าที่ ‘เปิดร้านตอนเช้า’ ซึ่งมีขั้นตอนและรายละเอียดที่แน่นหนากว่ากะบ่ายมากมายนัก
เมื่อเดินทางมาถึงร้าน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการเปลี่ยนเครื่องแบบตามกฎอนามัย จากนั้นจึงเดินไล่เปิดไฟตามจุดต่างๆ เพื่อปลุกร้านให้ตื่นจากการหลับใหล ฉันต้องตระเตรียมเหยือกน้ำสำหรับบาร์เครื่องดื่ม นำไปวางสแตนบายไว้ในตู้บาร์น้ำหนึ่งเหยือก และแช่สำรองเก็บไว้ในตู้เย็นหลังร้านอีกหนึ่งเหยือก
ขั้นตอนต่อมาคืองานทำความสะอาดหน้าร้าน ซึ่งถือเป็นงานที่เรียกเหงื่อได้อย่างดีเยี่ยม
เนื่องจากที่นี่เป็นร้านขายทงคัตสึ (หมูชุบแป้งทอด) สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยคือ ‘เศษเกล็ดขนมปัง’ จำนวนมากที่ร่วงหล่นอยู่ตามพื้น ฉันต้องลงมือกวาดพื้นร้านอย่างละเอียดรอบหนึ่งก่อน จากนั้นจึงต้องลากเครื่องดูดฝุ่นมาเดินดูดซ้ำอีกรอบหนึ่งอย่างทั่วถึง ด้วยขนาดพื้นที่ของร้านที่กว้างประมาณ 100 ตารางเมตร การก้มๆ เงยๆ ทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมเพียงลำพังคนเดียว จึงเป็นกิจกรรมที่สร้างความเหน็ดเหนื่อยได้ตั้งแต่ร้านยังไม่เปิด
เมื่อจัดการพื้นที่ภายในเสร็จสิ้น ฉันต้องก้าวออกไปนอกร้านเพื่อกวาดเศษใบไม้และดูแลความสะอาดบริเวณหน้าร้านให้เรียบร้อย ก่อนจะหมุนตัวกลับเข้ามาด้านในเพื่อตรวจสอบความพร้อมบนโต๊ะอาหารอีกครั้ง
ฉันคอยเช็กขวดซอสทงคัตสึ ตรวจสอบปริมาณกระดาษทิชชู่ว่ามีเพียงพอหรือไม่ จากนั้นจึงหันไปจัดการตู้แช่บาร์เครื่องดื่ม คอยจัดเรียงเบียร์ น้ำอัดลม และชา เข้าช่องให้เต็มแน่นทุกช่อง ห้ามมีช่องว่างหรือของขาดเด็ดขาด และขั้นตอนสุดท้ายของงานหน้าร้านคือการต้มชาในกาต้มน้ำใบโต เตรียมพร้อมสำหรับใช้เสิร์ฟต้อนรับลูกค้า
เมื่อภารกิจหน้าร้านเสร็จสิ้นลง... โลกใบที่สองในห้องครัวก็กำลังรอฉันอยู่
ฉันต้องเปลี่ยนบทบาทมาเตรียมวัตถุดิบ เริ่มต้นจากการนำกะหล่ำปลีสดๆ ที่พึ่งเดินทางมาส่งจากฟาร์มมาล้างทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน หั่นแบ่งออกเป็นสี่ส่วนอย่างเท่ากัน แล้วนำเข้าเครื่องหั่นฝอยเพื่อเตรียมกะหล่ำปลีฝอยประมาณ 5 หัวใหญ่ ล้างน้ำอีกครั้งเพื่อความสะอาด นำไปจัดเก็บเข้าตู้แช่เย็นเพื่อคงความกรอบอร่อยและสดใหม่เอาไว้ให้ดีที่สุด
จากนั้นคือการทำ ‘ซุปทงจิรุ’ (ซุปมิโซะสไตล์ญี่ปุ่นที่ใส่เนื้อหมูและผักต้ม) ซึ่งสูตรเด็ดและวิธีทำในหม้อนี้ ฉันคงต้องขอเก็บไว้เป็นความลับของทางร้าน
นอกจากนี้ รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ ยังมีอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน ฉันต้องเตรียมอุปกรณ์และจัดเซตกล่องข้าวเบนโตะ สำหรับรองรับลูกค้าที่จะโทรมาสั่งอาหารกลับบ้าน ต้องเตรียมแกะเปลือกกุ้งสำหรับทำเมนูเทมปุระ ตระเตรียมสลัดมันฝรั่ง รวมถึงขั้นตอนการหุงข้าวด้วยน้ำเย็นจัดตามสูตรเคร่งครัดที่เคยเล่าให้ฟังไปแล้ว
ทุกอย่างที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ต้องถูกจัดการให้เสร็จสิ้นภายในระยะเวลาเพียง 2 ชั่วโมงก่อนประตูร้านจะเปิดออก
มันเป็นช่วงเวลาสองชั่วโมงที่สั้นมาก... สั้นเสียจนฉันรู้สึกว่ามันแทบจะไม่เคยพอเลยสักครั้งเดียวในชีวิตการทำงานที่นี่
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
WCTOTOMA
โฆษณา