Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
4 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ
คนรวยสุดในอิตาลีล่าสุด ทำธุรกิจอะไร ?
พูดถึงคนที่รวยที่สุดของประเทศอิตาลี คนส่วนใหญ่คงนึกถึง เจ้าของช็อกโกแลตแบรนด์ดัง Ferrero หรือตระกูล Del Vecchio ผู้ก่อตั้งธุรกิจแว่นตา Luxottica
แต่รู้ไหมว่า ล่าสุด มีชายคนหนึ่งชื่อว่า คุณ “Giancarlo Devasini”
ได้ก้าวแซงหน้าขึ้นมาเป็นคนที่รวยที่สุดในอิตาลีแทนแล้ว ซึ่งหลายคนน่าจะแทบไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
โดยเขาประสบความสำเร็จมหาศาล จากการสร้าง “Tether” บริษัทผู้ออกเหรียญ USDT ที่เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของวงการคริปโทเคอร์เรนซีนั่นเอง
เส้นทางชีวิตของคุณ Giancarlo Devasini น่าสนใจอย่างไร
และเขามีทรัพย์สินมูลค่ามากแค่ไหน ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
คุณ Giancarlo Devasini เป็นนักธุรกิจชาวอิตาลี ปัจจุบันมีอายุ 62 ปี
ความจริงแล้ว เขาเรียนจบด้านการแพทย์ จากมหาวิทยาลัยมิลาน และเริ่มต้นทำงานในอาชีพศัลยแพทย์
แต่ผ่านไป 2 ปี ด้วยความสนใจในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี คุณ Giancarlo Devasini จึงตัดสินใจลาออกมาทำธุรกิจ
ปี 1992 เขาก่อตั้งบริษัทนำเข้าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์จากเอเชียมาขายในยุโรป
ก่อนต่อยอดไปสู่ชิ้นส่วนและชิปหน่วยความจำ และขายกิจการไปเมื่อปี 2008
1
ต่อมา จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี 2012 เมื่อคุณ Giancarlo Devasini ได้รู้จักกับ Bitcoin และมองเห็นโอกาสการเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินของโลก
เขาจึงเข้าสู่ธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซี โดยร่วมก่อตั้ง Bitfinex และช่วยบริหารจนพาแพลตฟอร์มเป็นกระดานซื้อขายเหรียญดิจิทัลอันดับต้น ๆ ของโลกได้
จากประสบการณ์ดังกล่าว ทำให้คุณ Giancarlo Devasini เล็งเห็นถึงสิ่งที่ผู้เล่นในตลาดต้องการ นั่นคือเหรียญดิจิทัลที่ราคาไม่ผันผวนเหมือนคริปโทเคอร์เรนซีทั่วไป
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงก่อตั้งบริษัทชื่อว่า Tether ขึ้นมาในปี 2014 เพื่อดำเนินธุรกิจประเภท Stablecoin
โดย Stablecoin คือคริปโทเคอร์เรนซีที่ถูกออกแบบให้มีมูลค่าคงที่ เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อ้างอิง
อย่างเช่น เหรียญ USDT ที่ Tether ผลิตออกมาอ้างอิงกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนั้น จะมีการพยายามรักษาราคาให้อยู่ใกล้เคียง 1 ดอลลาร์สหรัฐอยู่เสมอ
คนในวงการจึงนิยมใช้ USDT เป็นที่พักเงินบนระบบบล็อกเชน แทนที่จะเปลี่ยนกลับเป็นเงินสด โดยเฉพาะช่วงที่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีมีความผันผวนหรือปรับฐานรุนแรง
เมื่อเวลาผ่านไป ตลาดคริปโทเคอร์เรนซีเติบโตขึ้น และแพลตฟอร์มจำนวนมากก็รองรับ USDT ส่งผลให้ Tether ได้รับประโยชน์ไปเต็ม ๆ
ในปัจจุบัน USDT กลายเป็น Stablecoin ที่มีมูลค่าหมุนเวียนในระบบสูงที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าประมาณ 6,100,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ Tether ต้องมีการค้ำประกันให้ตลาดเชื่อมั่นว่าตอนแลกเปลี่ยน USDT กลับ มันจะมีค่าเท่ากับดอลลาร์สหรัฐจริง ๆ
โดยบริษัทต้องสำรองเงินที่ได้รับมา ไว้ในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยและมีสภาพคล่องสูง ให้เพียงพอต่อภาระผูกพัน
ข้อมูลสินทรัพย์ที่ Tether ถือครอง ณ สิ้นปี 2025
- พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ 4,710,000 ล้านบาท
- ทองคำ 581,000 ล้านบาท
- Bitcoin 280,000 ล้านบาท
ซึ่งจากการที่ตลาดการเงินอยู่ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้น จึงทำให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จ่ายผลตอบแทนสูงมากในรอบหลายทศวรรษ
ส่งผลให้ผลการดำเนินงานของ Tether ในปี 2025 มีกำไรสูงถึง 334,000 ล้านบาท เลยทีเดียว..
แน่นอนว่า ความสำเร็จของ Tether ย่อมส่งผลโดยตรงต่อคุณ Giancarlo Devasini เนื่องจากเขาถือหุ้นอยู่ประมาณ 45%
โดยข้อมูลจาก Forbes (19/10/2026) ประเมินความมั่งคั่งของคุณ Giancarlo Devasini ไว้อยู่ที่ 89,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3,000,000 ล้านบาท
นับเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยอันดับ 22 ของโลก และรวยที่สุดในประเทศอิตาลี
ขณะที่อดีตคนรวยที่สุดของอิตาลีอย่างคุณ Giovanni Ferrero เจ้าของช็อกโกแลต Ferrero Rocher และ Nutella นั้นมีความมั่งคั่งราว 1,550,000 ล้านบาท
เท่ากับว่าคุณ Giancarlo Devasini แซงหน้าแชมป์เก่า ไปเกือบเท่าตัวแล้วก็ว่าได้..
เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นว่า
ในบางครั้ง โอกาสประสบความสำเร็จ ไม่ได้อยู่ที่การขึ้นลงของราคาสินทรัพย์ที่ถือครอง แต่อาจเป็นการสร้างระบบให้คนในตลาดต้องพึ่งพาก็ได้
คุณ Giancarlo Devasini ไม่ได้ร่ำรวยจากการเก็งกำไรว่าคริปโทเคอร์เรนซีตัวไหนจะราคาขึ้นหรือลง
แต่ปลุกปั้น Tether ให้กลายเป็นสภาพคล่องที่ช่วยให้คนซื้อขายเหรียญดิจิทัลได้สะดวกมากขึ้น
ทำให้สามารถเติบโตไปพร้อมกับตลาด ไม่ว่า Bitcoin, Ethereum หรือเหรียญอื่น ๆ จะเคลื่อนไหวอย่างไร
ด้วยเหตุนี้ อดีตศัลยแพทย์ที่แทบไม่มีใครรู้จัก
จึงก้าวขึ้นมาเป็นคนที่รวยที่สุดของประเทศตัวเองได้ หลังจากก่อตั้งธุรกิจมาเพียง 12 ปีเท่านั้น..
ธุรกิจ
25 บันทึก
26
1
12
25
26
1
12
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย