Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Tatastudio
•
ติดตาม
23 ต.ค. เวลา 10:24 • ดนตรี เพลง
ครั้งหนึ่ง ผมเคยแต่งเพลงเพื่อเยียวยาตัวเอง คล้ายหมอยาทำการตำสมุนไพรแล้วเอามาโปะรักษาแผลตัวเอง แต่มันเป็นบาดแผลทางใจ บาดแผลทางความรักของตัวเอง
ก่อนหน้าผมไม่เคยคิดว่าบทเพลงจะช่วยเยียวยาจิตใจที่มีความทุกข์ได้เลย คิดว่ามีแต่ในตำราหรือคำพูดที่สวยหรู จนเมื่อเจอเข้ากับตัวเอง ความทุกข์นั้นห่อหุ้มความรู้สึกเหมือนกลุ่มเมฆสีดำเข้ม โอบรัดไว้จนจิตใจเหมือนไร้เรี่ยวแรง ตอนนั้นเกิดอาการ
“นอนมองเพดาน
นอนมองตัวเอง
ร้อง…จนหมดสิ้นแรง…”
อาการแบบนี้เชื่อว่าคนอกหักทุกคนต้องเคยเป็น ความผิดหวังในความรัก ทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับ น้ำสักหยดยังไม่แตะ วัน ๆ เอาแต่นอน นอน และนอน
นอน… มองเพดานห้อง
ร้องไห้ ฟูมฟาย น้ำตาไหลอาบแก้มจนหมดตัว ร่างกายผอมโซ
สาเหตุหลักก็คือ ไม่สามารถข้ามผ่าน จมอยู่กับความทุกข์ ที่วนเวียนมาซ้ำเติม หมุนวนในหัวสมอง ย้ำคิดย้ำทำ ปล่อยวางไม่ได้ ทำใจไม่ได้ และไม่ยอมรับความจริง
ตัวร้ายที่สุดก็คือ “ความหวัง”
สิ่งที่ทำให้คนเรามักไม่สามารถก้าวผ่านเรื่องอกหัก ก็เพราะยังแอบมีความหวัง หวังว่าเค้าจะกลับมา ยังหลอกตัวเองอยู่อย่างนั้น ซึ่งผมก็เป็นคนหนึ่งที่ติดกับดักนี้เหมือนกัน
ช่วงเวลาที่สาหัสนั้น ผมก็กัดฟันลุกขึ้นมาหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องจิตวิทยา ฟังคลิปปลอบใจต่าง ๆ นานา ฟังวนเวียนกับเรื่องเดิม ๆ เป็นเดือน ๆ
จนวันหนึ่ง..
ผมลองเอาสมุดเปล่ามากาง แล้วลงมือขีดเขียนเพลงและอะไรต่าง ๆ ในสมอง เอาออกมากองในหน้ากระดาษ หน้าหนึ่งเป็นเนื้อเพลงที่อยากร้องระบายออกมา มันคือการระบายอารมณ์แบบจริง ๆ ขีดเขียนข้อความจากความรู้สึกที่กระอักออกมา เอามาป้ายลงในกระดาษ หน้าแล้วหน้าเล่า พร้อมเกากีตาร์ร้องฮัมโหยหวนไปมา ไม่มีภาษา แค่อยากระบาย อีกหน้าก็คัดประโยคที่พอจะเป็นเนื้อเพลงได้ แยกออกมา
พอได้เนื้อร่างก้อนหนึ่งจากความรู้สึก ณ ขณะนั้น จุดเปลี่ยนทั้งหมดเกิดจากการเริ่ม “ตามรอยความรู้สึก” เหมือนการเล่นถามคำถาม “ทำไม?” แล้วค่อย ๆ ลากเหตุและผลแบบย้อนกลับไปหาต้นตอ เช่น
อกหัก - อกหักเพราะอะไร?
ทำไมถึงเจ็บ? - เจ็บเพราะเค้าไม่เลือกเรา?
ทำไมการที่เค้าไม่เลือกถึงทำให้เจ็บ?
ย้อนรอยความรู้สึก ตามไปเรื่อย ๆ จนถึงแก่น จึงได้พบสาเหตุอยู่ 2 จุดใหญ่ คือ “ความหวัง” และ “การปล่อยวาง”
ตอนนั้นรู้สึกว่าอยากลองแต่งเพลงเพื่อเอาไว้ร้องปลอบใจตัวเอง เยียวยาตัวเอง ด้วยจุดประสงค์เพื่อให้การร้องเพลงนี้ ช่วยทำให้ได้ “พักใจ” พักให้ใจและสมองได้สงบนิ่ง เพื่อได้ทบทวนและผ่อนคลายลง
ผมค้นพบวิธีปลอบใจและหยุดความฟุ้งซ่านกับเจ้า “ความหวัง” อันร้ายกาจไว้ได้วิธีหนึ่ง นั่นคือ
“การสร้างโอกาสแบบปลายเปิด แบบ 2 ตัวเลือก”
ตัวเลือกที่ 1 “ถ้าคู่กันแล้ว หนีกันไม่พ้น” หมายความว่า ให้เชื่อว่าคนเราหากเป็นคู่ชีวิตกันแล้ว ยังไงก็ต้องได้กลับมาเป็นคู่กันในสักวัน ดังนั้น “ปล่อยมันไปก่อน พักมันไว้ก่อน อาจยังไม่สาย” หมายความว่า ช่วงนี้ก็ปล่อยไปก่อน อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไป พักใจไว้ก่อน สุดท้ายเดี๋ยวเขาก็กลับมา
ตัวเลือกที่ 2 หากอนาคตเขาไม่กลับมา ไม่แน่ว่าตอนนั้น เราอาจจะเจอคนใหม่ที่ดีและใช่กว่าเดิมก็ได้ ถึงตอนนั้นอาจจะขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เป็นแบบนี้ก็ได้ ด้วยความเชื่อที่ว่า “คนที่ใช่ กำลังถูกส่งมา แค่อยู่ระหว่างการขนส่ง” ดังนั้นอนาคตอาจจะดีกว่าเดิมก็ได้
กลไกความคิดเพื่อเบรกความเศร้าของเพลงนี้จะถูกคลุมด้วยหลักใหญ่ ๆ ว่าด้วยความเชื่อเรื่อง “โชคชะตา”
ซึ่งส่วนตัวผมเองเชื่อเรื่องนี้อย่างเต็มใจ (จากประสบการณ์ที่ผ่านมา)
ส่วนใครไม่เชื่อ เพลงนี้ก็อาจไม่ได้ช่วยเท่าไหร่!
เมื่อตั้งตัวได้ ก็เริ่มความซาดิสม์ โดยเริ่มประโยคแรกสำหรับคนกำลังอกหักฟังแล้วต้องกระอักเลือด เหมือนโดนต่อยซ้ำไปที่หัวใจที่เพิ่งเจ็บ
“เค้ามีความสุขไปแล้ว เธอควรดีใจ
เค้ามีคนอื่นไปแล้ว เธอควรทำใจ”
ใครเพิ่งอกหักหมาด ๆ ฟังท่อนนี้ผมว่าดิ่ง แปล๊บ น้ำตาแตก (สารภาพว่ารู้สึกหมั่นเขี้ยว เลยอยากแกล้งคนฟัง อิอิ)
โทนเพลง อยากให้ฟุ้ง ๆ ลอย ๆ ติสต์ ๆ เสียงร้องซ้อนคู่ ก้องกังวาน อยากให้คนฟังรู้สึกเหมือนเสียงจากที่ใดสักที่ ไม่ชัดเจน เหมือนแว่ว ๆ ลอยมาตามลม กระซิบปลอบโยน ปลอบใจ อยากให้ฟังแล้วสมองนิ่ง อาจจะหม่น ๆ อึน ๆ หน่อย แต่ได้พักใจ ปลง ๆ ปล่อยวาง
“ทุกอย่างในตอนนี้ ปล่อยมันไปก่อน. พักมันไว้ก่อน..”
ช่วงเฮิร์ต ๆ ผมเกากีตาร์ร้องเพลงนี้เยียวยาตัวเอง แล้วมันได้ผล เวลาร้องแล้วมันเหมือนสอนใจตัวเองไปด้วย สะกดจิตตัวเอง ทำให้ความคิดที่ฟุ้งซ่านได้ตกตะกอน ได้รู้ว่าบทเพลงเยียวยาจิตใจได้จริงก็คราวนี้เอง แถมยังมาจากเพลงที่ตัวเองแต่งเสียด้วยสิ ตลกดีแฮะ
ตอนนั้นสิ่งที่ผมคาดหวังไว้ก็คือ หวังว่าเพลง เพลงนี้ จะได้ช่วยปลอบใจคนที่ผิดหวังในความรัก หรือจะผิดหวังจากเรื่องอื่น ๆ อะไรก็ได้ ถ้าหากเพลงนี้ได้ปลอบโยนคนได้ คงเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะตัวผมใช้แล้วได้ผล แต่ก็เข้าใจว่าแนวเพลงแบบนี้ โอกาสดังลอยไปสู่หูคนกลุ่มกว้างนั้นคงยาก ก็ได้แต่กอดเพลงนี้ไว้ร้องเล่นเป็นสมบัติส่วนตัวไป เวลาแฟนเพลงทักว่าชอบเพลงนี้ก็หัวใจเบิกบาน ดี๊ด๊าอยู่คนเดียว
จนวันนี้ ต้องขอขอบคุณทีมงานรายการ The Voice และคุณ “แบล็ค” ทิฆัมพร นามแดง ที่เลือกนำเพลงนี้เอามาอาบแสงสปอตไลต์ ให้คนไทยทั้งประเทศได้ฟัง เสียงร้องสากกร้านกระเส่า พริ้วไหวดุจเปลวเทียนต้องลม มีเสน่ห์ ถ่ายทอดขับเนื้อเพลงให้ชัดและทรงพลัง มีมิติ จนผู้คนอยากกลับมาตามหาฟังกันอีกรอบ
และเมื่อใดที่บทเพลงนี้ได้ช่วยคุณพักจากความทุกข์ใจได้นั้น ความฝันของผมก็คงเป็นจริงเสียที
ขอบคุณจริง ๆ ครับ
By ต้า Paradox
ป.ล. เพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายที่อัดของอัลบั้ม Beforeฯ จำได้ว่าอัดจนถึง10โมงเช้า อัดใกล้จะเสร็จแล้ว อ่อนล้าเต็มทน เตรียมจบงาน ทิ้งตัวนอน
แต่เครื่องคอมพิวเตอร์เจ้ากรรมดันค้าง!
กู้คืนมาได้แค่ส่วนหนึ่ง ผมต้องมาอัดกีตาร์กับMixใหม่หมดอีกรอบ ตอนนั้นท้อมากและเป็นครั้งแรกที่ปล่อยวาง ยอมจำนน แถมต้องส่งMasterอัลบั้มตอนบ่าย ก็กัดฟันทำต่อถึงบ่าย ก็ได้แค่ไหนก็แค่นั้น ส่งเสร็จนอนแว๊บ แล้วรถตู้ก็มาช้อนไปทัวร์คอนเสิร์ตต่างจังหวัดต่อช่วงเย็น เพลงนี้เป็นเพลงแรกในชีวิตที่รู้สึกทำไม่สมบูรณ์ แต่ก็ต้องปล่อยวาง ทำอะไรไม่ได้ เหมือนเนื้อหาเพลงนี้เลย
บันทึก
2
2
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย