24 ต.ค. เวลา 06:11 • ศิลปะ & ออกแบบ

เทวดาน้อยเล่นพิณ(Cherub Playing a Lute)

รูปเทวดาน้อย (ที่บางคนอาจเข้าใจว่าเป็นกามเทพ) ทำท่าง่วงหลับคาพิณซึ่งตัวเองกำลังเล่นอยู่ ดูน่ารัก น่าเอาทำเป็นโปสการ์ด (ซึ่งก็มีคนเอามาทำขายกันเกลื่อนจริง ๆ) ทว่าภาพนี้มีความสำคัญกว่านั้น เพราะมันเน้นการเปลี่ยนผ่านจากยุคเรเนซองส์ไปเป็นรูปแบบแมนเนอริซึ่ม
ตามแบบฉบับของเรเนซองส์แบบแท้นั้น ศิลปินต่าง ๆ เช่น ดาวินชี แองเจโล ราฟาเอล จะสร้างงานที่ดูมั่นคง จัดท่าทางวางสวยในลักษณะโพสท์ท่าถ่ายรูปอย่างตั้งใจ (ลองคิดถึงรูปจากร้านฉายาจิตรกร ที่คนถ่ายมีการวางท่านิ่ง ๆ แข็ง ๆ มั่นคงแบบนั้น)
แต่งานนี้แม้ว่าจะถูกวาดในช่วงเรเนซองส์ แต่ก็เป็นเรเนซองส์ที่เริ่มบิดเบี้ยวกลายเป็นลักษณะที่เรียกว่า แมนเนอริซึ่ม (mannerism) แล้ว คือเล่นกับความไม่มั่นคง ไม่สมจริง แต่เกินจริง ลองสังเกตดูจะรู้ว่า เทวดาทำท่าง่วงหลับ ไม่มั่นคง ราวกับว่าอีกสักประเดี๋ยวพ่อหนูน้อยอาจจะล้มหลับลงพับลงกับพื้น หรือพิณนั้นจะร่วงหล่นลงมาจนพัง
กรอบภาพก็แคบมากบีบอัดจนไม่ได้สัดส่วนที่ลงตัวเป๊ะแบบเรเนซองส์ที่แท้จริง แต่นั่นก็ทำให้มันดูสวยยิ่งขึ้น อีกทั้งมีการระบายสีแดงลงบนปีก ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีใครทำปีกแดงแบบนี้มาก่อน แต่ความแดงที่ขนาบใบหน้าของพ่อหนูก็ทำให้ขับเน้นสีสันที่กระแดะขึ้น และไม่เน้นความเป็นจริงแต่ดูเพิ่มจริตให้กับภาพ
ส่วนท่าทางพ่อหนูอ่อนช้อยดี มีเสน่ห์มาก แต่ก็ไม่เป็นท่าทางแบบธรรมชาติ ทั้งการวางมือบนพิณ การเอียงคอ และที่สำคัญคือมีสีหน้า ซึ่งจะไม่เห็นในงานอื่น ๆ กล่าวคือ เป็นสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเทวดาน้อยทั่วไปที่เคยวาดกัน แสดงอารมณ์ซับซ้อนคลุมเครือ นี่แสดงให้เห็นว่า เรเนซองส์รุ่นปลาย ๆ เริ่มมีการประดิษฐ์จริตจะก้าน ไม่สง่าแข็งทื่อซื่อตรง เหมือนก่อนนี้แล้ว
สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ศิลปะไม่เคยหยุดนิ่ง แต่มันพัฒนาแปรเปลี่ยนอยู่เสมอ แม้ว่าใคร ๆ จะคิดว่าไอ้เรเนซองส์สมบูรณ์แบบแล้ว แต่การที่พอเจออะไรนาน ๆ ศิลปินคงจะเบื่อและอยากจะสร้างอะไรที่มันไม่สมบูรณ์แบบกันบ้าง มีการใส่ความไม่สมจริง ใส่ความคลุมเครือ ความไม่สมดุล เอียงกระเท่เร่จะหล่นมิหล่นแล้วแบบนี้ ซึ่งอีกหน่อยอาจพัฒนาต่อไปอีก ดังที่บางคนคิดไปว่า แมนเนอริซึ่ม เป็นรอยต่อระหว่างเรเนซองส์กับบารอกนั่นเอง
โฆษณา