24 ต.ค. เวลา 16:45 • การศึกษา

ทุนรัฐบาลจัดสรรให้กระทรวงการต่างประเทศ ปี 2570 เปิดรับ ม.6 สอบชิง 5 ทุน เรียนต่อ ป.ตรี–โท ในต่างประเทศ

ทุนปี 2570 มีอะไรบ้าง
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เปิดจำนวน 5 หน่วยทุน 5 ทุน ครอบคลุมสาขาที่เกี่ยวข้องกับงานด้านการต่างประเทศ โดยประเทศและระดับการศึกษาจะแตกต่างกันตามหน่วยทุน ผู้ได้รับทุนจะต้องศึกษาในสาขาและประเทศตามรายละเอียดที่กำหนดในประกาศ
สาขาวิชา ประเทศ และจำนวนทุน
1. เศรษฐศาสตร์ / เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ จำนวน 1 ทุน สำหรับระดับตรี–โท โดยระดับปริญญาตรีศึกษาที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น หรือสิงคโปร์ ส่วนระดับปริญญาโทศึกษาประเทศในภูมิภาคเอเชีย สหรัฐอเมริกา หรือออสเตรเลีย โดยเรียนเป็นภาษาราชการของประเทศที่ไปศึกษาหรือภาษาอังกฤษ
2. รัฐศาสตร์ / ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เน้นเอเชียตะวันออกศึกษา จำนวน 1 ทุน สำหรับระดับตรี–โท โดยระดับปริญญาตรีศึกษาที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น หรือสาธารณรัฐเกาหลี ส่วนระดับปริญญาโทศึกษาที่ประเทศจีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ออสเตรเลีย หรือสิงคโปร์ โดยเรียนเป็นภาษาราชการของประเทศที่ไปศึกษาหรือภาษาอังกฤษ
3. เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา จำนวน 1 ทุน สำหรับระดับตรี–โท โดยกำหนดประเทศสำหรับการศึกษา ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ หรือสหราชอาณาจักร และมีการเรียนภาษาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ภาษาเมียนมา ภาษาเขมร ภาษาเวียดนาม หรือภาษาอินโดนีเซีย เป็นวิชาเลือกตามรายละเอียดของทุน
4. กฎหมายระหว่างประเทศ จำนวน 1 ทุน สำหรับระดับตรี–โท โดยศึกษาประเทศในภูมิภาคเอเชีย และเรียนเป็นภาษาราชการของประเทศที่ไปศึกษาหรือภาษาอังกฤษ
5. ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ – Strategic Communications จำนวน 1 ทุน โดยระดับปริญญาตรีเป็นสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และระดับปริญญาโทเป็น Strategic Communications ศึกษาในประเทศในภูมิภาคยุโรป โดยเรียนเป็นภาษาราชการของประเทศที่ไปศึกษาหรือภาษาอังกฤษ
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ใน ชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ประจำปีการศึกษา 2569 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หรือหลักสูตรปรับปรุง พุทธศักราช 2560 ของกระทรวงศึกษาธิการ หรือหลักสูตรอื่นที่กระทรวงศึกษาธิการรับรองว่าเทียบเท่า
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัคร
มีอายุไม่เกิน 20 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร วันที่ 30 ตุลาคม 2569
กำลังศึกษาอยู่ในชั้นปีสุดท้ายของหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย
มีคะแนนเฉลี่ยสะสมรวมทุกภาคการศึกษาที่ผ่านมา ไม่ต่ำกว่า 3.50 และเมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจะต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมไม่ต่ำกว่า 3.50
มีผลการเรียนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ประกาศกำหนด หากใช้หลักสูตรหรือสถานศึกษาที่มีระบบการวัดผลแตกต่างจากเกณฑ์ที่กำหนด ต้องมีหนังสือรับรองผลการเรียนจากสถานศึกษา
มีคุณธรรมและความประพฤติดี
ไม่อยู่ในระหว่างการรับทุนที่มีสัญญาผูกพันในการปฏิบัติงานชดใช้ทุนหรือตอบแทนทุนใด ๆ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากหน่วยงานเจ้าของทุนให้สมัครสอบ
การสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบสามารถสมัครผ่านระบบออนไลน์ของสำนักงาน ก.พ. ที่เว็บไซต์ scholar2.ocsc.go.th โดยเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 5 – 30 ตุลาคม 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ และต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่สำนักงาน ก.พ. กำหนดให้ครบถ้วนภายในเวลาที่กำหนด
ค่าธรรมเนียมสมัครสอบ
ผู้สมัครต้องชำระค่าธรรมเนียมการสมัครสอบ หน่วยละ 100 บาท และค่าธรรมเนียมธนาคารหรือค่าบริการทางอินเทอร์เน็ตจำนวน 30 บาท โดยค่าธรรมเนียมสมัครสอบจะไม่จ่ายคืนไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งนี้ผู้สมัครสามารถสมัครสอบได้เพียงครั้งเดียว
เอกสารและหลักฐานประกอบการสมัคร
ผู้สมัครต้องเตรียมและอัปโหลดเอกสารตามที่ประกาศกำหนด ได้แก่
รูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก ไม่สวมแว่นตา ถ่ายไว้ไม่เกิน 1 ปี นับถึงวันปิดรับสมัคร
สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนรวมทุกภาคการศึกษาที่ผ่านมาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
หนังสือรับรองความประพฤติและความเหมาะสมในการสมัครรับทุนจากอาจารย์ประจำชั้นหรือผู้อำนวยการโรงเรียน
หนังสือรับรองการรับทุนและอนุญาตให้มาสมัครสอบจากหน่วยงานเจ้าของทุน กรณีผู้สมัครอยู่ระหว่างการรับทุนอื่น
การสอบแข่งขัน
การสอบข้อเขียนประกอบด้วย 2 วิชา ได้แก่ ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษาและภาษาไทย
วิชาภาษาอังกฤษ คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมง เนื้อหาครอบคลุม Structure, Vocabulary และ Reading Comprehension
วิชาสังคมศึกษาและภาษาไทย คะแนนเต็ม 100 คะแนน ใช้เวลาสอบ 3 ชั่วโมง โดยสังคมศึกษาครอบคลุมเนื้อหาตามมาตรฐานการเรียนรู้ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 4–6 และภาษาไทยประเมินความสามารถในการใช้ภาษา ตลอดจนความสามารถในการประมวลและเรียบเรียงความคิดและเขียนตามหัวข้อที่กำหนด
การประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน
นอกจากการสอบข้อเขียนแล้ว ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุนจะต้องเข้ารับการประเมินจากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ความเหมาะสมสำหรับการไปศึกษาต่อต่างประเทศ และการกลับมาปฏิบัติงานในหน่วยงานที่กำหนด รวมถึงความรู้ความสามารถทางภาษาอังกฤษ ความตั้งใจจริง ทัศนคติต่อการรับทุนไปศึกษาต่อต่างประเทศ ประสบการณ์ที่ผ่านมา ความรู้ทั่วไป อุปนิสัย การปรับตัวเข้ากับสังคมและสภาพแวดล้อม ตลอดจนปัญญาและบุคลิกภาพ โดยอาจใช้การสัมภาษณ์หรือการประเมินด้วยวิธีการต่าง ๆ หลายวิธีร่วมกัน
เกณฑ์การตัดสิน
ผู้มีสิทธิเข้ารับการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุนจะต้องเข้าสอบทุกวิชาในหน่วยทุนที่สมัคร และเป็นผู้สอบได้คะแนนข้อเขียนตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยวิชาภาษาอังกฤษต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของผู้เข้าสอบทั้งหมดในประเภททุนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย
สำหรับการประเมินความเหมาะสมของบุคคลเพื่อรับทุน ผู้เข้าสอบในแต่ละหน่วยทุนต้องได้คะแนนประเมินความเหมาะสม ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 จึงจะมีสิทธิได้รับการพิจารณาตามลำดับคะแนน
การประกาศรายชื่อและการรายงานตัว
สำนักงาน ก.พ. จะประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบและวิธีการสอบแข่งขันภายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ผ่านทางเว็บไซต์สำนักงาน ก.พ. และเว็บไซต์ระบบรับสมัครทุนรัฐบาล
ข้อผูกพันในการรับทุน
ผู้ได้รับทุนจะต้องกลับมารับราชการหรือปฏิบัติงานที่กระทรวงการต่างประเทศกำหนดเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า 2 เท่าของระยะเวลาที่ได้รับทุน หากไม่กลับมารับราชการหรือไม่ปฏิบัติงานตามสัญญา ผู้ได้รับทุนจะต้องชดใช้เงินทุนที่ได้รับไปแล้วทั้งหมด และต้องชดใช้เงินเพิ่มเติมอีก 2 เท่าของจำนวนเงินทุนดังกล่าวเป็นเบี้ยปรับ ตามเงื่อนไขของประกาศ
การตรวจสุขภาพและการทำสัญญา
ผู้มีสิทธิได้รับทุนต้องเข้ารับการตรวจสุขภาพอนามัยกับคณะกรรมการแพทย์ของ ก.พ. ตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด และต้องผ่านการตรวจสุขภาพก่อนทำสัญญารับทุน โดยผู้ได้รับทุนจะทำสัญญาได้ต่อเมื่อผลการตรวจสุขภาพอนามัยระบุว่าพร้อมที่จะไปศึกษาต่อต่างประเทศ
การรับเงินทุน
ผู้ได้รับทุนจะได้รับเงินทุนเมื่อทำสัญญาเรียบร้อยแล้ว โดยครอบคลุมค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ เช่น ค่าตั๋วโดยสารเครื่องบินไป–กลับ ค่าใช้จ่ายเตรียมตัวก่อนเดินทาง ค่าใช้จ่ายประจำเดือน ค่าเล่าเรียน ค่าเครื่องหนังสือและอุปกรณ์การศึกษา ค่าคอมพิวเตอร์ และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามอัตราและหลักเกณฑ์ที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด
ลิงก์สมัคร
ประกาศเพิ่มเติม
โฆษณา