•
เมื่อวาน เวลา 05:09 • หนังสือ

ถ้ามดชอบความหวาน... แล้วทำไมมดถึงไม่ขึ้นโรงงานน้ำตาลล่ะครับ?

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว innowayถีบ หายหน้าหายตาจากการรีวิวหนังสือไปสักพัก วันนี้แอดกลับมาพร้อมกับคำถามชวนสงสัยที่เป็นชื่อหนังสือเล่มล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบครับ นั่นคือ "มดไม่ขึ้นโรงน้ำตาล" หนังสือเล่มนี้เขียนโดยนักเขียนรุ่นใหญ่ที่หลายคนคุ้นเคยกันดี พี่จิก - ประภาส ชลศรานนท์ ศิลปินแห่งชาติผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้ร่วมก่อตั้งอาณาจักรเวิร์คพอยท์นั่นเองครับ
บอกก่อนว่าเล่มนี้ ไม่ใช่ หนังสือวิทยาศาสตร์ที่มานั่งวิเคราะห์พฤติกรรมของมดนะครับ แต่ มันคือ การร้อยเรียงเรื่องราวรอบตัว ธรรมชาติ วัฒนธรรม ศาสนา และปรัชญา เข้าด้วยกันอย่างแยบคาย พี่จิกมีวิธีการเล่าเรื่องหนักๆ ให้ย่อยง่าย อ่านเพลิน แถมยังทิ้งตะกอนความคิดให้เราตั้งคำถามกับชีวิตต่อได้อีกมากมายเลยครับ
พออ่านจบแอดขออนุญาตจัดกลุ่มเรื่องราวที่ประทับใจออกมาเป็น 3 หมวดใหญ่ๆ ที่อยากเอามาแชร์ให้ทุกคนฟังกันครับ
1. ปรัชญาโลกที่แสนเรียบง่าย (Scandinavian Philosophy of Happiness)
ในหนังสือมีบทหนึ่งที่พูดถึง "ยานเต้ ลา-กอม ฮุกกะ" ปรัชญาการใช้ชีวิตของคนในแถบสแกนดิเนเวีย (บทที่ 32) ซึ่งแอดชอบมากๆ ครับ ยานเต้ คือการเตือนใจตัวเองง่ายๆ ว่าอย่าโอ้อวด อย่าทับถมคนอื่น และอย่าคิดว่าตัวเองพิเศษกว่าใคร ลา-กอม คือวิถีแห่งความพอดี ไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป ฮุกกะ คือการมองหาความสุขเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว เพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจไม่ให้แข็งกระด้าง
ที่น่าสนใจคือ ปรัชญาเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่คำสวยหรูที่เอาไว้แปะข้างฝา แต่มันฝังรากลึกลงไปในวิถีชีวิตและการทำงานจริงๆ อย่างแบรนด์ระดับโลกอย่าง อิเกีย, วอลโว่ หรือเลโก้ ก็ดึงความเรียบง่ายและประโยชน์ใช้สอยที่พอดีนี้มาเป็นแกนหลักของบริษัท
พออ่านถึงตรงนี้ แอดนึกถึงเรื่องเล่าของคุณทอเร่ จอห์นเซ่น อดีต CEO ของ DTAC เลยครับ ระดับผู้บริหารสูงสุด แต่แกมักจะลงลิฟต์มาซื้อกาแฟด้วยตัวเองเสมอ ไม่ยอมให้เลขาทำให้ พอมีคนถาม แกตอบเรียบง่ายมากครับว่า เพราะวันหนึ่งที่แกเกษียณกลับไปอยู่บ้าน จะไม่มีใครมองว่าแกเป็นคนพิเศษอีกแล้ว แกเลยต้องฝึกทำทุกอย่างด้วยตัวเองให้ชิน แอดว่าปรัชญาของสแกนดิเนเวียนี้ สอดคล้องกับ "วิถีพุทธ" ของบ้านเราอย่างลงตัวเลยครับ สุดท้ายแล้วความสุขที่แท้จริง ก็แค่การพาตัวเองกลับมาอยู่ในจุดที่ "พอเหมาะพอดี" นั่นเอง
2. ซอฟต์พาวเวอร์สีอิฐในแก้วน้ำแข็ง (The Brick-Colored Soft Power)
เรามักมองว่าเรื่องไทยๆ บางทีก็ดูเชย แต่จริงๆ เราอาจจะแค่ตีความมันน้อยไปครับ อย่างเรื่องของ "ชาไทยสีส้ม" ที่เคยผงาดติด 1 ใน 10 เครื่องดื่มไร้แอลกอฮอล์ที่ดีที่สุดในโลกมาแล้ว
รู้ไหมครับว่าชาไทยแก้วโปรดของเรา จุดเริ่มต้นจริงๆ มีส่วนผสมจากหลากหลายวัฒนธรรมมาก ทั้งตัวชาซีลอนที่ชงแล้วได้สีส้มอ่อนๆ ไปจนถึงนมข้นหวานที่เรารับมาจากฝรั่งในช่วงสงครามโลก คนไทยเราเก่งเรื่องการหยิบจับมาเชื่อมโยงและก้าวข้ามกรอบวัฒนธรรมเดิมๆ จนเกิดเป็นชาที่มีความเป็น "ขนม" ในตัว
พี่จิ๊กเปรียบเปรยไว้ดีมากครับว่า ชาไทยสะท้อนนิสัยของคนไทยชัดเจนที่สุด นั่นคือเราไม่ยึดติดกับการเป็นต้นตำรับ ไม่เน้นพิธีรีตอง แต่เรา "กล้าผสมผสาน" และเอาความอร่อยสบายใจของคนกินเป็นหลัก เราเลยเห็นชาไทยกลายร่างไปอยู่ในไอศกรีมบ้าง ขนมเค้กยุคใหม่บ้าง แอดเชื่อเลยว่า ถ้าคนไทยเอาความกล้าผสมผสานแบบนี้ไปประยุกต์ใช้กับเรื่องอื่นๆ เราคงมีนวัตกรรมเจ๋งๆ มาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้อีกเยอะเลยครับ
3. ลิ้น หู และตู้เซฟแห่งความทรงจำ (Taste and Music: The Memory Vaults)
ในยุคที่ทุกอย่างถูกย่อลงมาอยู่ในจอสี่เหลี่ยมเท่าฝ่ามือ ข้อมูลมหาศาลไหลผ่านตาเราไปทุกวันจนเราจำอะไรแทบไม่ได้ แต่ร่างกายมนุษย์กลับมีกระบวนการจัดเก็บความทรงจำที่แสนวิเศษอยู่ 2 อย่างครับ นั่นคือ "รสชาติ" และ "เสียงเพลง"
ในหนังสือ พี่จิ๊กเล่าถึงอารยธรรมของเครื่องจิ้มและน้ำพริก (ซึ่งจริงๆ แล้วพริกเพิ่งถูกนำเข้ามาในอยุธยาตอนปลายโดยชาวต่างชาตินะครับ โบราณกว่านั้นเราไม่มีพริกกินกัน!) มุมมองของแอด: สำหรับแอด "รสชาติ" ทำงานเหมือนไทม์แมชชีนเลยครับ แค่นึกถึงเมนู "ข้าวขยำปลาคลุกน้ำปลา" ฝีมือคุณย่า หรือ "น้ำพริกกะปิ" จานเด็ดของคุณแม่ (รวมถึงเมนูผักที่แอดเคยเกลียดแสนเกลียดตอนเด็กๆ ด้วย)
เรื่องราวพวกนี้แอดไม่เคยจดบันทึกไว้เลยนะครับ แต่พอนึกถึงรสชาติทีไร ภาพบรรยากาศในห้องครัวเก่าๆ หรือตู้เย็นเครื่องแรกของบ้าน มันกลับมาเรียงตัวชัดเจนในหัวเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
เช่นเดียวกับเสียงเพลงครับ (บทที่ 20 ยิ่งกว่าความทรงจำ) วิทยาศาสตร์บอกว่าเวลาเราฟังเพลง ระบบประสาทจะรับรู้ถึงความถี่และกระตุ้นร่างกายได้ลึกซึ้งกว่าที่หูเราได้ยินเสียอีก ยิ่งถ้าเราเอาความรู้สึก ณ ตอนนั้นไปผูกกับเพลง มันจะยิ่งฝังลึกลงไปในใจ (แอดเชื่อว่าทุกคนต้องเคยแอบมโนภาพตัวเองเป็นพระเอกนางเอก MV เวลานั่งรถเมล์ฟังเพลงเศร้าๆ แน่นอน ฮ่าๆ)
ที่เล่ามาทั้งหมดนี้ เป็นแค่น้ำจิ้มเล็กๆ จากหนังสือเท่านั้นครับ แล้วสรุปว่าทำไมมดถึงไม่ขึ้นโรงน้ำตาล? แอดอยากชวนให้ทุกคนลองไปหาอ่านคำตอบกันต่อในเล่มดูนะครับ รับรองว่าจะได้มุมมองดีๆ กลับมาเพียบเลย
ก่อนจากกัน แอดอยากชวนคุย... มี "รสชาติอาหาร" หรือ "บทเพลง" ไหนไหมครับ ที่พอนึกถึงทีไร ก็พาเพื่อนๆ นั่งไทม์แมชชีนกลับไปหาความทรงจำเก่าๆ ที่อบอุ่นหัวใจได้ทุกที? คอมเมนต์มาแชร์ให้แอดฟังบ้างนะครับ!
📌 ทิ้งท้ายสายป้ายยา: ช่วงนี้ (27 ต.ค. - 1 พ.ย. 2569) มีงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ (Book Expo Thailand 2026) นะครับ หนังสือครบทุกแนว บูธเยอะมากๆ ใครอยากหาเวลาพักผ่อน ลองแวะไปเดินเล่นเติมเสบียงสมองกันได้นะครับ!
โฆษณา