เมื่อวาน เวลา 08:13 • ข่าว

ทายาท Evergreen ถูกฟ้อง ปมแย่งมรดกหมื่นล้าน ขัดเจตนาบริจาคเงินเพื่อการกุศลของพ่อ

เมื่อไม่นานมานี้ ที่บ้านเราเคยมีข่าวดัง กรณีทายาทเรียกร้องขอคืนที่ดินกลางเมืองราคาหลักร้อยล้าน ที่พ่อผู้ล่วงลับเคยยกโฉนด บริจาคให้วัดเพื่อใช้เป็นที่ดินสงฆ์ โดยอ้างว่า เมื่อบิดาเสียชีวิต ถือว่าข้อตกลงเป็นโมฆะ และทายาทมีสิทธิ์ทวงคืนทรัพย์สินของบิดา ได้กลายเป็นที่ถกเถียงในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง
ขนาดที่ดินมูลค่าแค่หลักร้อยล้าน ยังวุ่นวายจนถึงขั้นจะปิดวัด ถ้าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าหลักหมื่นล้านจะขนาดไหน???
และมันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ ที่ไต้หวัน กับครอบครัวระดับอภิมหาเศรษฐีเบอร์ต้นๆของชาติ เจ้าของเครือธุรกิจ Evergreen Group ที่มีมูลค่าสูงกว่า 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5.56 แสนล้านบาท)
Evergreen Group ถือกำเนิดขึ้นจากน้ำพัก น้ำแรงของ จาง หรงฝ่า ลูกชาวเลไต้หวันจากครอบครัวยากจน ที่ก่อตั้งบริษัทเดินเรือเล็กๆ ด้วยเรือเก่ามือสองกับเพื่อนๆ ในปี 1961 ก่อนจะขยายใหญ่โตจนกลายเป็นบริษัทเดินเรือที่ใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก ให้บริการขนส่งสินค้าครอบคลุม 80 ประเทศทั่วโลก และยังขยายสู่ธุรกิจสายการบิน EVA Airways หนึ่งในสายการบินพรีเมียมระดับ 5 ดาวของไต้หวัน
ด้านชีวิตส่วนตัว จาง หรงฝ่า แต่งงานมาแล้ว 2 ครั้ง โดยมีบุตร 4 คน กับภรรยาคนแรก (หลิน ชินฉี) ที่เป็นบุตรชาย 3 บุตรสาว 1 ก่อนที่จะหย่าร้าง และ แต่งงานใหม่กับ หลี่ ยู่เหมย และมีบุตรชายด้วยกันอีก 1 คนคือ จาง กั๋วเหว่ย
นอกจากนี้ จาง หรงฝ่า ยังได้ก่อตั้งมูลนิธิจาง หรงฝ่า ในปี 1985 โดยตั้งใจให้เป็นมูลนิธิครอบครัวเพื่อการกุศลตอบแทนกำไรคืนสู่สังคม ซึ่งที่ผ่านมา มูลนิธิของ จาง หรงฝ่า ได้สนับสนุนทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากไร้ และช่วยเหลือสังคมในยามเกิดภัยพิบัติมาโดยตลอด
ด้วยกิจการที่มั่นคง และทรัพย์สมบัติมูลค่ามหาศาล แค่หุ้นส่วนของบริษัท ก็มีแบ่งให้ลูกๆ หลานๆ กินใช้ได้อย่างสุขสบายได้หลายรุ่น แต่อย่างที่รู้กันว่า ปัญหาเรื่องเงินๆ ทองๆ มันไม่เคยเข้าใครออกใคร ต่อให้มีเหลือ เฟือแบ่ง ก็มีปัญหาได้
ซึ่งปมร้าวในครอบครัว Evergreen ก็เริ่มต้นทันทีหลังการจากไปของ จาง หรงฝ่า ในปี 2016 โดยเจ้าสัววัย 88 ปีได้ทิ้งพินัยกรรมระบุให้ จาง กั๋วเหว่ย บุตรชายคนเล็กสุด ที่เกิดกับภรรยาคนที่สองของเขา เป็นผู้รับมรดกทรัพย์สินของบริษัทกว่า 1.6 หมื่นล้านเหรียญแต่เพียงผู้เดียว
นั่นเป็นเหตุให้ลูกชายคนโตทั้ง 3 คนที่เกิดจากภรรยาคนแรกไม่พอใจ ยื่นฟ้องคัดค้านพินัยกรรม และร่วมกันใช้สิทธิ์ในฐานะผู้บริหารรวบรวมเสียงข้างมากเพื่อขับ จาง กั๋วเหว่ย ออกจากตำแหน่งประธานบริษัท EVA Airways และห้ามกลับมารับตำแหน่งใดๆในเครือ Evergreen ได้อีก
ซึ่งต่อมา จาง กั๋วเหว่ย แยกตัวออกมาเปิดสายการบินใหม่ Starlux Airlines ในปี 2018 และกำลังเติบโตอย่างมั่นคง กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของ EVA Airways
ส่วนการฟ้องร้องเรื่องสิทธิ์ในมรดกของ จาง หรงฝ่า ศาลสูงไต้หวันได้ยืนยันความถูกต้องตามพินัยกรรมของ จาง หรงฝ่า ที่ยกทรัพย์สินในกับบุตรชายคนเล็ก ไปแล้วในปี 2024 เป็นอันจบคดีความ แต่ยังคงทิ้งความขัดแย้งในใจให้กับครอบครัว Evergreen อันยิ่งใหญ่จนถึงวันนี้
แต่ปมพินัยกรรมที่ควรจะจบไปแล้ว กลับเดินหน้าสู่ภาคต่อในทันที เมื่อมูลนิธิ จาง หรงฝ่า ได้ออกมายืนยันสิทธิ์ในกองมรดกของเจ้าสัวจางผู้ล่วงลับ
โดยยื่นหลักฐานเป็นคำประกาศที่เขาเคยระบุไว้ในอัตตชีวประวัติส่วนตัวของเขาในปี 2012 ซึ่งเป็นช่วงที่เขายังมีชีวิตอยู่ และ เทปบันทึกเสียงของเขาที่ประกาศต่อหน้าพนักงานบริษัทว่าเขาตั้งใจจะบริจาคทรัพย์สินทั้งหมดที่มีของเขาให้องค์กรการกุศล ผ่านมูลนิธิ จาง หรงฝ่า และย้ำว่ามูลนิธิของเขาจะต้องดำเนินการต่อไปหลังจากเขาเสียชีวิตไปแล้ว
ดังนั้น พินัยกรรมที่จาง หรงฝ่า เขียนขึ้นหลังจากที่เขายืนยันเจตจำนงค์ ซึ่งถือว่าเป็น "คำมั่นสัญญาสาธารณะ" ตั้งแต่ปี 2012 จะถือว่าเป็นโมฆะ
และ ทางมูลนิธิก็ได้แต่งตั้งทนายขึ้นมาสู้คดีเพื่ออ้างสิทธิ์ในทรัพย์สินของเจ้าสัวจางผู้ล่วงลับที่เคยแสดงเจตนารมณ์ไว้กับมูลนิธิ โดยทนายอ้างว่า เจ้าสัว จาง หรงฝ่า ได้แบ่งหุ้น และ ทรัพย์สิน ให้แก่ลูกๆทุกคนไปแล้วไม่น้อยกว่าคนละ 7 หมื่นล้านเหรียญไต้หวัน ตั้งแต่ตอนที่เขายังมีชีวิตอยู่ ดังนั้นทรัพย์สินที่เหลืออยู่หลังจากที่เขาเสียชีวิต ต้องเป็นส่วนของมูลนิธิ
และทนายมูลนิธิได้ยื่นฟ้อง ผู้จัดการมรดก 4 คนเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หลังตรวจพบเส้นทางการเงินในกองมรดกเจ้าสัวจาง ถูกโอนเข้าบัญชีร่วมของผู้จัดการมรดก เพราะหากพินัยกรรมเป็นโมฆะแล้ว ผู้จัดการมรดกย่อมไม่มีสิทธิ์บริหารจัดการ ถ่ายโอนทรัพย์สินได้ตามกฎหมาย
และล่าสุด เมื่อ 22 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา ทนายมูลนิธิได้ยื่นฟ้องทายาทของ เจ้าสัว จาง หรงฝ่า เพิ่มเติมอีก 7 ราย ที่รวมถึง อดีตภรรยาหม้าย และ ลูกชายคนเล็ก จาง กั๋วเหว่ย ผู้มีชื่อหนึ่งเดียวในพินัยกรรมของเจ้าสัวจาง โดยเรียกร้องค่าเสียหายเป็นเงิน 1 พันล้านเหรียญไต้หวัน ในกรณีข้อพิพาทมรดกทรัพย์สิน
และแน่นอนว่า ทีมผู้จัดการมรดก และ จาง กั๋วเหวย ปฏิเสธคำร้องของมูลนิธิ โดยอ้างคำพิพากษาของศาลสูงในปี 2024 ที่เขาชนะคดี ยืนยันความถูกต้องของพินัยกรรมมาแล้วก่อนหน้านี้ อีกทั้งพินัยกรรมไม่ปรากฏสัญญาบริจาคใดๆให้กับมูลนิธิ นอกจากสิทธิ์ในการรับมรดกแต่เพียงผู้เดียวของเขา
ซึ่งเจตจำนงค์การบริจาคทรัพย์เพื่อการกุศลของเจ้าสัว จาง หรงฝ่า น่าจะหมายถึงเงินบริจาคประจำปีภายใต้ชื่อบริษในเครือ Evergreen ที่เป็นนิติบุคคล ไม่ใช่มรดกส่วนตัวอย่างที่มูลนิธิกล่าวอ้าง
แต่ทั้งนี้ ศาลไต้หวันรับฟ้องคดีนี้ และกำลังเป็นที่ฮือฮาอย่างมากว่า ศาลไต้หวันจะให้น้ำหนัก "คำมั่นสัญญาสาธารณะ" ของผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศลในการบริจาคทรัพย์สินของตน โดยระบุไว้ในบันทึกความทรงจำ หรือ กล่าวคำมั่นสัญญาที่ไม่เป็นทางการ แต่มีพยานรู้เห็น จะสามารถใช้เป็นหลักฐานที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และสามารถบังคับให้ทายาทต้องปฏิบัติตามได้หรือไม่
และนี่อาจเป็นคดีพินัยกรรมตัวอย่างของไต้หวันเลยทีเดียว เพราะหลังจากนี้ครอบครัวตระกูลเจ้าสัวใหญ่ จำเป็นต้องตรวจสอบคำแถลงการณ์ ที่เข้าข่าย "คำมั่นสัญญาสาธารณะ" ของผู้ก่อตั้งองค์กรการกุศล ในการมอบมรดก และทรัพย์สินหลังจากที่เขาเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นทางการ หรือไม่เป็นทางการก็ตาม เพราะอาจมีผลทางกฎหมายที่สะเทือนกองมรดกครอบครัวได้ในภายหลัง
และยังทิ้งคำถามถึงคนรุ่นลูกว่า ภาระผูกพันทางการกุศล นับเป็นมรดกของลูกหลานหรือไม่?
****************
ติดตามบทความของ "หรรสาระ" เพิ่มเติมได้ที่
Facebook - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
Twitter - @HunsaraByJeans
Blockdit - หรรสาระ By Jeans Aroonrat
แพลทฟอร์มคุณภาพ ไม่ปิดกั้นการมองเห็นเนื้อหา
****************
แหล่งข้อมูล
โฆษณา