•
8 ชั่วโมงที่แล้ว • หุ้น & เศรษฐกิจ

โฆษณาเด้งจนรำคาญ ทำไมแบรนด์ยังทุ่มเงินซื้อ? เปิดผลลัพธ์ที่มากกว่าแค่ยอดคลิก

เคยไหม? กำลังดูคลิปเพลินๆ แต่โฆษณากลับเด้งขึ้นมาขัดจังหวะ จนต้องรีบกดปิด แล้วทำไมแพลตฟอร์มยังมีโฆษณา และธุรกิจยังยอมจ่ายเงินเพื่อให้คนเห็นแบรนด์?
Bnomics ธนาคารกรุงเทพ วิเคราะห์ว่า ในยุค Attention Economy หรือเศรษฐกิจแห่งความสนใจ ธุรกิจไม่ได้แข่งขันกันแค่คุณภาพสินค้าและราคา แต่ยังต้องแย่งความสนใจเพื่อให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ก่อนคู่แข่ง โดยกรณีศึกษาพบว่า โฆษณาที่ออกแบบเหมาะสมสามารถช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ได้จริง
โฆษณาที่เด้งมารบกวน มันเวิร์กจริงหรือ?
โฆษณายังทำเงินมหาศาล
ตัวอย่างกรณีของ Meta เจ้าของ Facebook และ Instagram มีรายได้จากโฆษณาในปี 2025 อยู่ที่ 196,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อนหน้า ขณะที่จำนวนครั้งที่โฆษณาถูกแสดงเพิ่มขึ้น 12% และราคาเฉลี่ยต่อโฆษณาเพิ่มขึ้น 9%
ด้าน YouTube มีรายได้จากโฆษณา 40,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นประมาณ 12% และเมื่อรวมรายได้จากโฆษณากับ Subscription ก็สูงกว่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่า ธุรกิจยังยอมจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงผู้ชม ยิ่งมีผู้ใช้งานมากและใช้เวลาอยู่บนแพลตฟอร์มนาน ก็ยิ่งมีโอกาสสร้างรายได้จากโฆษณา อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่าโฆษณาทุกชิ้นจะคุ้มค่าเสมอไป
เมื่อแบรนด์ต้องแย่งความสนใจ
Attention Economy คือแนวคิดที่มองว่าเวลาและความสนใจของผู้บริโภคเป็นทรัพยากรที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ เมื่อมีแบรนด์จำนวนมากต้องการเข้าถึงผู้บริโภค พื้นที่บนหน้าจอจึงกลายเป็นพื้นที่แข่งขัน
หากแบรนด์ไม่ซื้อโฆษณา คู่แข่งก็อาจเข้าถึงลูกค้าแทน การลงโฆษณาจึงไม่ได้มีเป้าหมายแค่กระตุ้นยอดขายทันที แต่ยังช่วยสร้าง Brand Awareness หรือการรับรู้แบรนด์ เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำและนึกถึงสินค้าเมื่อต้องการซื้อ
โฆษณาช่วยเพิ่มยอดขายได้จริงไหม?
กรณีศึกษาจาก 3 แพลตฟอร์มแสดงให้เห็นว่า การออกแบบโฆษณาให้เหมาะสมช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ได้
1. YouTube × Central Retail
Central Retail เพิ่ม Product Feed หรือข้อมูลสินค้าในโฆษณาวิดีโอ YouTube เพื่อให้ผู้ชมเข้าถึงขั้นตอนซื้อได้ง่ายขึ้น ผลการทดลองที่ Google รายงานพบว่า Conversion Volume เพิ่มขึ้น 52 เท่า และ Conversion Rate เพิ่มขึ้น 32% ขณะที่ต้นทุนต่อ Conversion ลดลงอย่างมาก
กรณีนี้สะท้อนว่า การเชื่อมโฆษณากับช่องทางซื้อที่สะดวกช่วยเปลี่ยนการรับรู้ให้เป็นการตัดสินใจซื้อได้
2. Meta × Whoscall
Whoscall แอประบุเบอร์โทรศัพท์ ปรับตำแหน่งโฆษณาให้เหมาะกับการใช้งาน เช่น แสดงหลังวางสาย แทนการแทรกระหว่างใช้งาน
ผลการศึกษาของ Meta พบว่า รายได้โฆษณาเพิ่มขึ้น 25 เท่าเมื่อเทียบกับเดือนแรกที่ใช้ Audience Network รายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้เพิ่มขึ้น 4 เท่า และ eCPM หรือรายได้ต่อการแสดงโฆษณา 1,000 ครั้งในตำแหน่งหลังวางสายเพิ่มขึ้น 20 เท่า
กรณีนี้ชี้ว่าการเลือกจังหวะและตำแหน่งโฆษณาที่เหมาะสมช่วยเพิ่มรายได้ โดยไม่จำเป็นต้องรบกวนผู้ใช้มากขึ้น
3. TikTok × Torrid
Torrid แบรนด์แฟชั่น Plus Size จากสหรัฐฯ ใช้ Conversion Lift Study เปรียบเทียบกลุ่มที่เห็นโฆษณากับกลุ่มควบคุม เพื่อวัดผลของโฆษณาต่อยอดซื้อ
ผลการศึกษาพบว่า โฆษณาช่วยเพิ่มยอดซื้อ 4.03% และทุกการใช้จ่าย 1 ดอลลาร์สหรัฐ สร้างรายได้ส่วนเพิ่มประมาณ 2.41 ดอลลาร์สหรัฐ
วิธีนี้ช่วยแยกยอดขายที่เกิดขึ้นหลังเห็นโฆษณา ออกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นเพราะโฆษณาจริงๆ
โฆษณายิ่งเยอะ ยิ่งทำเงินได้มากจริงหรือ?
แม้โฆษณาจะสร้างรายได้ แต่หากแสดงบ่อยเกินไปจนผู้ใช้รำคาญ ก็อาจทำให้กดข้าม ปิดแอป หรือลดเวลาใช้งาน ส่งผลต่อรายได้ของแพลตฟอร์มในระยะยาวได้
แพลตฟอร์มจึงต้องรักษาสมดุลระหว่างรายได้กับประสบการณ์ของผู้ใช้ ทั้งการเลือกโฆษณาที่ตรงความสนใจ ควบคุมความถี่ และเลือกตำแหน่งที่เหมาะสม เพราะการทำให้คนเห็นโฆษณามากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะทำให้คนสนใจมากขึ้นเสมอไป
ใช้บริการฟรี แต่จ่ายด้วยความสนใจ
บริการดิจิทัลฟรียังมีต้นทุนด้านเทคโนโลยี บุคลากร และการผลิตคอนเทนต์ รายได้จากโฆษณาจึงช่วยให้แพลตฟอร์มให้บริการผู้ใช้ได้โดยไม่ต้องเก็บเงินจากทุกคนโดยตรง
รูปแบบนี้เรียกว่า Two-sided Market ซึ่งแพลตฟอร์มเชื่อมผู้บริโภคที่ต้องการใช้บริการเข้ากับธุรกิจที่จ่ายเงินเพื่อเข้าถึงลูกค้า ผู้บริโภคจึงเลือกได้ระหว่างใช้บริการฟรีที่มีโฆษณา หรือจ่ายเงินเพื่อรับประสบการณ์ที่ไม่มีโฆษณาหรือมีโฆษณาน้อยลง เช่น YouTube Premium
นอกจากนี้ อัลกอริทึมยังทำให้ผู้บริโภคค้นพบสินค้าผ่าน Feed และคอนเทนต์ที่แพลตฟอร์มแนะนำ มากกว่าค้นหาด้วยตัวเองเพียงอย่างเดียว ซึ่งนำมาสู่คำถามเรื่องความเป็นส่วนตัวและอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อด้วย
โฆษณาได้ผล แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่เห็นแล้วซื้อ
Bnomics ธนาคารกรุงเทพ ชี้ว่า โฆษณายังคงเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการรับรู้แบรนด์และเพิ่มโอกาสในการขาย หากออกแบบให้เหมาะสมกับผู้บริโภค
อย่างไรก็ตาม โฆษณาที่มากเกินไปอาจทำให้ผู้ใช้รำคาญและลดการใช้งานแพลตฟอร์มได้ ท้ายที่สุด แพลตฟอร์มต้องการรายได้ ธุรกิจต้องการลูกค้า ครีเอเตอร์ต้องการผลตอบแทน และผู้บริโภคต้องการคอนเทนต์ฟรี โดยมีสิ่งที่ทุกฝ่ายต้องการเหมือนกันคือ “ความสนใจ” ของผู้บริโภค
เมื่อความสนใจมีจำกัด โฆษณาที่เข้าถึงคนได้อย่างเหมาะสมและไม่รบกวนมากเกินไป จึงอาจสร้างคุณค่าได้มากกว่าการเพิ่มจำนวนโฆษณาเพียงอย่างเดียว
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com/wealth
และช่องทาง Social Media
โฆษณา