27 ต.ค. เวลา 04:00 • ธุรกิจ

ตระกูล Morgan เจ้าของนามสกุลที่มีมูลค่า มากกว่าทั้งตลาดหุ้นไทย

ถ้าถามว่า นามสกุลอะไร มีมูลค่ามากที่สุดในโลก ?
หลายคนอาจจะตอบเป็นชื่อราชวงศ์ หรือชื่อตระกูลดัง ๆ อย่าง Rothschild หรือ Rockefeller
แต่รู้ไหมว่า นามสกุลที่มีมูลค่าที่สุดในโลก คือนามสกุล Morgan
เพราะนามสกุลนี้ คือชื่อของธนาคารยักษ์ใหญ่ 2 แห่ง ที่เปรียบเสมือนพี่น้องที่คลอดตามกันมาจากแม่คนเดียวกัน คือ JPMorgan Chase & Co. และ Morgan Stanley
โดย JPMorgan Chase & Co. คือธนาคารที่มีมูลค่ามากที่สุดของโลก และเป็นบริษัทที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 17 ของโลก
ด้วยมูลค่ากิจการ 902,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 30.27 ล้านล้านบาท
เทียบกับมูลค่าบริษัททั้งหมดที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทย ที่อยู่ที่ประมาณ 20 ล้านล้านบาท
ก็ทำให้ธนาคารแห่งนี้ธนาคารเดียวมีมูลค่ามากกว่ามูลค่าบริษัททั้งหมดที่จดทะเบียนอยู่ในตลาดหุ้นไทยเสียอีก
ถึงอย่างนั้นปัจจุบันไม่มีสมาชิกของตระกูล Morgan คนไหน เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของทั้ง 2 บริษัทนี้เลย พูดง่าย ๆ ว่า ธนาคารแห่งนี้ไม่ได้เป็นของตระกูลนี้อีกต่อไปแล้ว
แล้วเรื่องราวความเป็นมาของตระกูล Morgan และธนาคารทั้ง 2 แห่งนี้เป็นอย่างไร ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
คำว่า JPMorgan ในชื่อธนาคาร มาจากชื่อของคุณ John Pierpont Morgan ทายาทรุ่นที่ 2 ของตระกูล Morgan ผู้วางรากฐานธนาคาร JPMorgan Chase & Co. ให้ยิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้
ในปี 1871 คุณ John เปิดบริษัทของตัวเองชื่อ Drexel, Morgan & Co. ซึ่งเป็นวาณิชธนกิจที่คอยดึงดูดนักลงทุนจากยุโรป ให้เข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของสหรัฐอเมริกา
และหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ร้อนแรงที่สุดในยุคนั้น คืออุตสาหกรรมรางรถไฟ
ในตอนนั้นเหล่าผู้ประกอบการชาวอเมริกันต่างแข่งขันกันสร้างรางรถไฟ ในเส้นทางเดียวกัน แบบคู่ขนานกันไป
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจรางรถไฟ เป็นธุรกิจที่ลงทุนสูง การที่ธุรกิจนี้จะคืนทุนได้ ก็ต้องมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการมาก ๆ
แต่เมื่อมีคู่แข่งเข้ามาแข่งขันในเส้นทางเดียวกัน ลูกค้าก็ต้องถูกแบ่งไปให้คู่แข่ง และมีการทำสงครามราคากันอย่างดุเดือด
ผลคือ รางรถไฟที่ทับซ้อนในเส้นทางเดียวกัน ทำให้ธุรกิจการขนส่งทางรางเกือบทั้งหมดในสหรัฐอเมริกา ต่างประสบปัญหาขาดทุนกันหมด
ตรงนี้เองที่บริษัท Drexel, Morgan & Co. เข้ามามีบทบาท ทำดีลการควบรวมกิจการรางรถไฟที่ประสบปัญหาขาดทุน จากการสร้างรางรถไฟทับซ้อนกันบนเส้นทางเดียวกัน
โดยบริษัท Drexel, Morgan & Co. ทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ทำดีล และผู้ลงทุน เพื่อสนับสนุนเงินทุนในการฟื้นฟูกิจการ
นับเป็นต้นแบบของสถาบันการเงินแบบวาณิชธนกิจ หรือ Investment Banking ที่เราเห็นกันในปัจจุบัน
เมื่อ Drexel, Morgan & Co. ทำดีลควบรวมกิจการสำเร็จแล้ว ก็ยุบรวมรางรถไฟให้เหลือรางเดียว
จนบริษัทใหม่ที่เกิดการควบรวมกัน มีฐานลูกค้ามากพอ ที่จะทำให้บริษัทถึงจุดคุ้มทุน และทำกำไรได้อย่างมหาศาลในที่สุด
คุณ John ใช้วิธีแบบนี้กับบริษัทรางรถไฟทั่วสหรัฐอเมริกา จนทำให้เขากลายเป็นผู้พลิกฟื้นอุตสาหกรรมรถไฟของสหรัฐอเมริกา ให้เป็นอุตสาหกรรมที่ทำกำไรได้สำเร็จ
ต่อมาคุณ John ก็ได้ใช้วิธีแบบเดียวกันนี้กับอุตสาหกรรมผลิตเหล็กกล้า โดยควบรวมบริษัท Carnegie Steel และบริษัทคู่แข่งรายอื่น ๆ
กลายเป็น U.S. Steel บริษัทผลิตเหล็กรายใหญ่ที่สุดของโลก และเป็นบริษัทแห่งแรกของโลกที่มีมูลค่าเกินพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ด้วยผลงานการพลิกฟื้นอุตสาหกรรมรางรถไฟ และการผลิตเหล็กกล้า ซึ่งเป็น 2 อุตสาหกรรมสำคัญในการสร้างชาติของสหรัฐอเมริกา
ก็ทำให้คุณ John กลายเป็นนักการเงินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดไม่แพ้ตระกูล Rothschild และ Baring จากฝั่งยุโรปเลย
ในปี 1893 หลังจากหุ้นส่วนของคุณ John เสียชีวิตลง เขาก็เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น J.P. Morgan & Co.
โดย J.P. Morgan & Co. ทำธุรกิจครอบคลุมทั้ง ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งทำหน้าที่รับฝาก และปล่อยกู้ให้แก่คนทั่วไป และภาคธุรกิจ
ธุรกิจวาณิชธนกิจ ที่ทำหน้าที่ทำดีลควบรวมกิจการ ระดมทุน และการปรับโครงสร้างธุรกิจ
และสุดท้ายคือธุรกิจการบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคล ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับเหล่าเศรษฐี
ต่อมาในปี 1933 รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ต้องการให้เงินฝากของคนทั่วไปที่อยู่ในธนาคารพาณิชย์ ได้รับความเสี่ยง จากการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงของธุรกิจวาณิชธนกิจ
จึงออกกฎหมายที่เรียกว่า Glass-Steagall Act ที่กำหนดให้สถาบันการเงินต้องแยกระหว่างธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจวาณิชธนกิจออกจากกัน
1
ทำให้ J.P. Morgan ภายใต้การนำของคุณ Jack Morgan บุตรชายของคุณ John ที่เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจจากพ่อของเขา ที่เสียชีวิตไปในปี 1913
ต้องแยกธุรกิจออกมาเป็น 2 แห่ง คือ J.P. Morgan ที่ทำหน้าที่เป็นธนาคารพาณิชย์ และ Morgan Stanley ที่ทำหน้าที่เป็นธุรกิจวาณิชธนกิจ
พอแยกออกมาเป็น 2 บริษัทแล้ว ก็ทำให้ฐานทุนของธนาคาร J.P. Morgan จากธนาคารใหญ่ ร่อยหรอลงไป จนกลายเป็นเพียงแค่ธนาคารขนาดกลาง
แต่ถึงอย่างนั้นในปี 1940 คุณ Jack ก็ยังสามารถนำธนาคาร J.P. Morgan เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้สำเร็จ
แต่หลังจากเอาบริษัทเข้าตลาดได้เพียง 3 ปี ก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เพราะคุณ Jack ได้เสียชีวิตลง และเป็นการปิดฉากผู้นำธุรกิจที่เป็นสมาชิกของตระกูล Morgan
เพราะหลังจากนั้นก็ไม่มีสมาชิกของตระกูล Morgan คนไหน ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารสูงสุดในการกุมบังเหียนธนาคาร J.P. Morgan อีกเลย จวบจนถึงปัจจุบัน
เนื่องจากทายาทหลายคน ไม่มีความสนใจที่จะทำธุรกิจธนาคารต่อ บางคนก็รับราชการทหารจนกลายเป็นพลเรือเอก บางคนก็เอาดีด้านกีฬา จนกลายเป็นนักกีฬาโอลิมปิก บางคนก็ทำธุรกิจส่วนตัวของตัวเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง ธนาคาร J.P. Morgan ที่เป็นเพียงธนาคารขนาดกลาง ประสบปัญหาขาดเงินทุนในการปล่อยสินเชื่อให้ภาคธุรกิจขนาดใหญ่
กลุ่มผู้บริหารมืออาชีพเลยตัดสินใจควบรวมกับอีกธนาคารหนึ่งที่ชื่อ Guaranty Trust ซึ่งเป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่กว่า J.P. Morgan
หลังจากควบรวมแล้ว บริษัทแห่งใหม่นี้ ก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Morgan Guaranty Trust
และถึงแม้ Guaranty Trust จะมีขนาดใหญ่กว่า J.P. Morgan แต่ผู้บริหารส่วนใหญ่ ก็ยังเป็นคนของธนาคาร J.P. Morgan อยู่
เพราะถึงแม้ J.P. Morgan จะเป็นธนาคารขนาดกลาง แต่ด้วยผลงานที่ผ่านมา ก็ทำให้คนในวงการการเงินของสหรัฐฯ ให้การยอมรับเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้นามสกุล Morgan ยังมีมูลค่าในแง่ของความน่าเชื่อถือ และความเป็นมืออาชีพมาก ทำให้บริษัทใหม่นี้ ก็ยังคงมีคำว่า Morgan เป็นส่วนหนึ่งของชื่ออยู่
แต่หลังจากนั้นเพียง 10 ปี ธนาคารก็จัดตั้งบริษัทโฮลดิงขึ้นมา และเปลี่ยนกลับมาใช้ชื่อ J.P. Morgan & Co. เหมือนเดิม
อย่างไรก็ตาม การควบรวมกับธนาคารที่มีฐานทุนใหญ่กว่าตัวเองหลายเท่า ก็ทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของตระกูล Morgan ลดลง จนไม่มีอำนาจในการควบคุมบริษัทอีกต่อไปแล้ว
แลกกับความอยู่รอด และการเติบโตของธนาคาร ที่กลับมาเป็นธนาคารขนาดใหญ่ได้อีกครั้ง
และการควบรวมกิจการครั้งใหญ่ก็เกิดขึ้นอีกครั้งในปี 2000 เมื่อ J.P. Morgan ควบรวมกับธนาคาร Chase Manhattan
ซึ่งในตอนนั้น Chase Manhattan ก็เป็นอีกธนาคาร ที่มีขนาดใหญ่กว่า J.P. Morgan
แต่คำว่า Morgan กลายเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือในวงการธนาคารระดับโลกไปแล้ว ทำให้ชื่อของบริษัทใหม่หลังการควบรวมในครั้งนี้ ก็ยังมีคำว่า Morgan อยู่ในชื่อเช่นเดิม
ธนาคาร JPMorgan Chase & Co. จึงถือกำเนิดขึ้นมา และเป็นชื่อที่ยังคงใช้อยู่จนถึงทุกวันนี้
น่าสนใจดีที่ถ้าย้อนเวลากลับไปเมื่อเกือบ 200 ปีที่แล้ว ชื่อของ J.P. Morgan อาจจะเป็นเพียงแค่ชื่อของนักการเงินคนหนึ่ง
แต่ในปัจจุบันคำว่า JPMorgan กลายเป็นชื่อแบรนด์ที่มีมูลค่านับล้านล้านบาทไปแล้ว
เพราะในโลกการเงิน ความน่าเชื่อถือ และชื่อ Morgan นั้น ได้กลายเป็นสิ่งเดียวกันไปแล้วนั่นเอง..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ รู้ไหมว่า เมื่อตอนที่คุณ John Pierpont Morgan เสียชีวิตลง ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กถึงกับหยุดการซื้อขายเป็นเวลา 2 ชั่วโมง เพื่อไว้อาลัยให้แก่เขา
#WealthCreation
#ธุรกิจต่างประเทศ
#JPMorgan
โฆษณา