Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
DoctorWantTime
•
ติดตาม
27 ต.ค. เวลา 00:28 • หุ้น & เศรษฐกิจ
💰 เงินปันผล vs เงินเฉลี่ยคืนของสหกรณ์ออมทรัพย์ ต่างกันอย่างไร?
ช่วงปลายปี สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หลายคนคงรอรับเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน 🤔 แต่ทั้งสองอย่างนี้ต่างกันอย่างไร ใครมีสิทธิได้รับบ้าง และการได้เงินเฉลี่ยคืนเยอะ ๆ หมายความว่าเราคุ้มค่ากว่าหรือไม่?
มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ ในโพสต์เดียว 🔍
📌 1. เงินปันผล คืออะไร?
เงินปันผลเป็นผลตอบแทนที่สมาชิกได้รับจากการถือหุ้นสหกรณ์ หรือที่เรียกว่า ทุนเรือนหุ้น
โดยทั่วไป สหกรณ์จะจัดสรรเงินปันผลจากกำไรสุทธิประจำปี ตามหลักเกณฑ์ของสหกรณ์และการอนุมัติในที่ประชุมใหญ่
💡 ตัวอย่าง
สมมติว่าเรามีทุนเรือนหุ้น 200,000 บาท และถือหุ้นจำนวนนี้ครบทั้งปี โดยสหกรณ์จ่ายเงินปันผลในอัตรา 4.5% ต่อปี
เราจะได้รับเงินปันผล 200,000 × 4.5% = 9,000 บาท
แต่ถ้าเราทยอยสะสมหุ้นเพิ่มขึ้นทุกเดือน เงินปันผลที่ได้รับจริงอาจไม่เท่ากับการนำยอดหุ้น ณ สิ้นปีมาคูณอัตราปันผล เพราะต้องคำนึงถึงระยะเวลาที่ถือหุ้นด้วย
ทั้งนี้ อัตราเงินปันผลไม่ได้รับประกันว่าจะเท่ากันทุกปี ขึ้นอยู่กับผลประกอบการและการจัดสรรกำไรของสหกรณ์
📌 2. เงินเฉลี่ยคืน คืออะไร?
เงินเฉลี่ยคืนเป็นเงินที่สหกรณ์จัดสรรคืนให้สมาชิกตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกทำกับสหกรณ์ในระหว่างปี โดยสหกรณ์ออมทรัพย์มักคำนวณจากดอกเบี้ยเงินกู้ที่สมาชิกจ่ายไป ตามหลักเกณฑ์ของแต่ละแห่ง
💡 ตัวอย่าง
สมมติว่าในปีที่ผ่านมา เราจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้สหกรณ์รวม 35,000 บาท
สหกรณ์ประกาศจ่ายเงินเฉลี่ยคืนในอัตรา 15% ของดอกเบี้ยเงินกู้ที่เข้าเกณฑ์
เราจะได้รับเงินเฉลี่ยคืน 35,000 × 15% = 5,250 บาท
เมื่อคิดเงินเฉลี่ยคืนกลับเข้ามาด้วย ภาระดอกเบี้ยสุทธิในตัวอย่างนี้จะเหลือ 35,000 − 5,250 = 29,750 บาท
อย่างไรก็ตาม เงินเฉลี่ยคืนไม่ได้เป็นสิทธิที่ได้รับโดยอัตโนมัติทุกคน สมาชิกต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของสหกรณ์ด้วย เช่น การผิดนัดชำระเงินงวดหนี้อาจทำให้ไม่ได้รับเงินเฉลี่ยคืนสำหรับปีนั้น
🔍 3. เงินปันผลกับเงินเฉลี่ยคืนต่างกันอย่างไร?
💵 เงินปันผล คิดจากทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้ว โดยคำนึงถึงระยะเวลาที่ถือหุ้น
🔄 เงินเฉลี่ยคืน คิดจากส่วนธุรกิจที่สมาชิกทำกับสหกรณ์ โดยทั่วไปสำหรับสหกรณ์ออมทรัพย์จะเกี่ยวข้องกับดอกเบี้ยเงินกู้ที่จ่ายไป
ดังนั้น สมาชิกที่มีหุ้น แต่ไม่ได้กู้เงิน มีสิทธิได้รับเงินปันผล แต่จะไม่มีดอกเบี้ยเงินกู้มาใช้คำนวณเงินเฉลี่ยคืน
ส่วนสมาชิกที่มีทั้งหุ้นและเงินกู้ อาจได้รับทั้งเงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืน หากเข้าเงื่อนไขของสหกรณ์
⚠️ 4. ได้เงินเฉลี่ยคืนเยอะ แปลว่าคุ้มกว่าหรือไม่?
ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะเงินเฉลี่ยคืนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนการกู้เงิน
ตัวอย่างเช่น หากอัตราดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 6% ต่อปี และได้รับเงินเฉลี่ยคืน 15% ของดอกเบี้ยที่จ่าย เมื่อคำนวณแบบง่าย ๆ อัตราดอกเบี้ยหลังหักเงินเฉลี่ยคืนจะเทียบเท่าประมาณ 5.1% ต่อปี
แต่ไม่ได้หมายความว่าการกู้เงินจะทำให้เราได้กำไร เพราะเรายังคงต้องจ่ายดอกเบี้ยและมีภาระหนี้ที่ต้องชำระคืน
ดังนั้น ไม่ควรกู้เงินเพียงเพราะอยากได้เงินเฉลี่ยคืน หากไม่ได้มีความจำเป็นต้องกู้
🎯 สรุป
เงินปันผลเป็นผลตอบแทนจากการถือหุ้น ส่วนเงินเฉลี่ยคืนเป็นเงินที่สหกรณ์จัดสรรคืนตามส่วนธุรกิจที่สมาชิกทำกับสหกรณ์ โดยทั้งสองอย่างขึ้นอยู่กับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของสหกรณ์
สิทธิประโยชน์ทางภาษี เงินปันผลและเงินเฉลี่ยคืนที่สมาชิกได้รับจากสหกรณ์ออมทรัพย์ ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จึงไม่ต้องนำเงินทั้งสองส่วนนี้ไปรวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
การประเมินว่าสหกรณ์ให้ผลตอบแทนดีหรือไม่ จึงไม่ควรดูแค่ว่าได้เงินปันผลหรือเงินเฉลี่ยคืนมากแค่ไหน แต่ควรติดตามผลประกอบการ ฐานะการเงิน และความเสี่ยงของสหกรณ์ควบคู่กันด้วย 📊
เพราะเป้าหมายของการออมไม่ได้มีแค่การได้รับผลตอบแทน แต่ยังรวมถึงการดูแลเงินออมของเราให้มีความมั่นคงในระยะยาวด้วย
#สหกรณ์ออมทรัพย์ #เงินปันผล #เงินเฉลี่ยคืน #วางแผนการเงิน #หมอยุ่งอยากมีเวลา
การเงิน
การลงทุน
1 บันทึก
2
1
1
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย