•
27 ต.ค. เวลา 05:56 • หุ้น & เศรษฐกิจ

ชีวิตที่ยืนยาวขึ้น กำลังกลายเป็นความท้าทายครั้งใหญ่ของสังคมไทย

ทุกครั้งที่มีการพูดถึง “สังคมสูงวัย” ภาพที่คนส่วนใหญ่นึกถึงมักเป็นผู้สูงอายุที่กำลังใช้ชีวิตหลังเกษียณ แต่ความจริงแล้ว ประเด็นนี้เกี่ยวข้องกับคนวัยทำงานมากกว่าที่คิด
ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่เด็กเกิดน้อยลง ขณะที่คนมีอายุยืนยาวขึ้น นั่นหมายความว่าในอนาคต ประเทศจะมีผู้สูงอายุมากขึ้น แต่มีคนวัยแรงงานที่เป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจน้อยลงเรื่อย ๆ
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า “เราจะดูแลผู้สูงอายุอย่างไร”
แต่คือ “คนวัยทำงานในวันนี้ จะมีชีวิตอย่างไรในวันที่ถึงวัยเกษียณ”
หลายคนเชื่อว่าการเกษียณเป็นเรื่องที่ยังอีกไกล แต่ในความเป็นจริง คุณภาพชีวิตหลังอายุ 60 ปี ถูกกำหนดตั้งแต่ช่วงอายุ 20-40 ปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ สุขภาพ ทักษะการทำงาน หรือวินัยทางการเงิน
เพราะในโลกที่คนมีอายุยืนขึ้น การใช้ชีวิตหลังเกษียณอาจไม่ได้กินเวลาเพียง 5-10 ปี แต่อาจยาวนานถึง 20-30 ปี หรือมากกว่านั้น นั่นหมายความว่า “อายุที่เพิ่มขึ้น” อาจไม่ใช่ความท้าทาย แต่ “เงินที่ต้องอยู่ได้นานขึ้น” ต่างหากที่เป็นโจทย์สำคัญ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เราได้เห็นหลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนหันมาให้ความสำคัญกับแนวคิด Financial Well-being หรือสุขภาวะทางการเงินมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการสร้างรายได้ แต่รวมถึงการสร้างความพร้อมในการรับมือกับอนาคตที่ไม่แน่นอน เมื่ออายุขัยยืนยาวขึ้น การวางแผนทางการเงินจึงไม่ใช่เรื่องของนักลงทุนหรือคนมีรายได้สูงเท่านั้น แต่เป็นทักษะชีวิตของคนทุกกลุ่ม
ในมุมนี้ บทบาทขององค์กรด้านการเงินอย่าง KTC จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การให้บริการทางการเงิน แต่ยังรวมถึงการส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ และวินัยทางการเงิน เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจได้อย่างมีคุณภาพมากขึ้น
เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเตรียมพร้อมสำหรับสังคมสูงวัยอาจไม่ได้เริ่มจากนโยบายระดับประเทศเพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ที่แต่ละคนต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า
“ถ้าวันหนึ่งเราใช้ชีวิตได้ยืนยาวกว่าที่คิด วันนี้เราพร้อมแล้วหรือยังที่จะดูแลตัวเองในวันข้างหน้า”
โฆษณา