•
28 ต.ค. เวลา 13:08 • หุ้น & เศรษฐกิจ

หนังหนึ่งเรื่องสร้างรายได้ให้ใครบ้าง? เปิดเศรษฐกิจเบื้องหลังโรงภาพยนตร์ ที่ไม่ได้มีแค่ค่าตั๋วหนัง

เวลาพูดถึงธุรกิจภาพยนตร์ หลายคนอาจนึกถึงรายได้จากการขายตั๋วเป็นอันดับแรก แต่รู้หรือไม่ว่า การที่คนหนึ่งคนตัดสินใจออกจากบ้านไปดูหนัง อาจสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับบริษัทอีกหลายแห่ง ตั้งแต่ผู้ผลิตภาพยนตร์ โรงภาพยนตร์ ศูนย์การค้า ไปจนถึงธุรกิจบัตรเครดิตและผู้ให้บริการโทรคมนาคม
เพราะการดูหนังในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมความบันเทิง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของ Experience Economy หรือเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการใช้จ่ายเพื่อประสบการณ์
หากลองมองผ่านพฤติกรรมของผู้บริโภค จะพบว่าการดูหนังหนึ่งครั้งมีธุรกิจหลายประเภทเข้ามาเกี่ยวข้อง
🍿 1. โรงภาพยนตร์ไม่ได้ขายเพียงตั๋ว แต่ขายประสบการณ์ที่ต่อยอดรายได้ได้
ผู้ประกอบการโรงภาพยนตร์อย่าง MAJOR มีโอกาสสร้างรายได้จากหลายช่องทาง ทั้งค่าตั๋วภาพยนตร์ ป๊อปคอร์น เครื่องดื่ม สินค้าที่ระลึก และพื้นที่โฆษณา
ที่น่าสนใจคือ รายได้จากผู้ชมหนึ่งคนอาจไม่ได้จบลงที่ราคาตั๋ว เพราะเมื่อผู้บริโภคตัดสินใจเข้ามาใช้บริการแล้ว ยังมีโอกาสซื้อสินค้าและบริการอื่นเพิ่มเติม
ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจโรงภาพยนตร์ต้องให้ความสำคัญจึงไม่ใช่เพียงจำนวนผู้ชม แต่รวมถึงความสามารถในการเพิ่มมูลค่าการใช้จ่ายต่อคนด้วย
💳 2. บัตรเครดิตและระบบสะสมคะแนน เมื่อการดูหนังกลายเป็นเครื่องมือรักษาลูกค้า
อีกหนึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูหนังอย่างน่าสนใจคือผู้ให้บริการบัตรเครดิต ธนาคาร และโทรคมนาคม ซึ่งนำสิทธิพิเศษด้านภาพยนตร์มาเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ดูแลลูกค้า
ข้อมูลจาก SET Lifestyle ระบุถึงบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มนี้ เช่น ADVANC, AEONTS, BAY, BBL, KBANK, KTB, KTC, SCB, TRUE และ TTB รวมถึงบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ในมุมผู้บริโภค การใช้คะแนนสะสมแลกสิทธิประโยชน์หรือการเลือกใช้โปรโมชั่นช่วยให้การดูหนังมีความคุ้มค่ามากขึ้น
แต่หากมองจากมุมธุรกิจ กลยุทธ์ดังกล่าวมีความหมายมากกว่าการลดราคาตั๋วหนัง
เพราะทุกครั้งที่ลูกค้ากลับมาใช้คะแนนหรือสิทธิพิเศษ เท่ากับแบรนด์มีโอกาสสร้างความสัมพันธ์และเพิ่มความถี่ในการใช้บริการ
ตัวอย่างเช่น KTC หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดอยู่ในกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบสิทธิประโยชน์ด้านภาพยนตร์ สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจบัตรเครดิตสามารถมีบทบาทในอุตสาหกรรมความบันเทิงได้ แม้ไม่ได้เป็นผู้ผลิตหนังหรือเจ้าของโรงภาพยนตร์โดยตรง
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าลูกค้าจะได้รับส่วนลดเท่าไร แต่คือสิทธิประโยชน์เหล่านี้ช่วยเพิ่มคุณค่าของการเป็นสมาชิกและสร้างโอกาสให้เกิดการใช้จ่ายต่อเนื่องได้อย่างไร
ทั้งนี้ สิทธิพิเศษและเงื่อนไขการใช้คะแนนขึ้นอยู่กับรายการส่งเสริมการขายของแต่ละผู้ให้บริการในแต่ละช่วงเวลา
🎬 3. ผู้ผลิตภาพยนตร์และคอนเทนต์ จุดเริ่มต้นของห่วงโซ่รายได้
ก่อนที่ผู้ชมจะซื้อตั๋ว ต้องมีภาพยนตร์หรือคอนเทนต์ที่ดึงดูดให้คนอยากออกจากบ้านเสียก่อน
บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ SET Lifestyle จัดอยู่ในกลุ่มธุรกิจผลิตคอนเทนต์และภาพยนตร์ ได้แก่ BEC, GRAMMY, MAJOR, TVT และ WORK
ความน่าสนใจของธุรกิจกลุ่มนี้อยู่ที่การต่อยอดทรัพย์สินทางปัญญา หรือ IP (Intellectual Property)
ภาพยนตร์หนึ่งเรื่องอาจไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะช่วงที่เข้าฉาย แต่ยังมีโอกาสต่อยอดไปสู่การจำหน่ายลิขสิทธิ์ การเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ หรือการพัฒนาสินค้าและกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกบริษัทในกลุ่มนี้จะมีรายได้จากภาพยนตร์โดยตรงในสัดส่วนเท่ากัน จึงต้องพิจารณาโครงสร้างธุรกิจของแต่ละบริษัทเพิ่มเติม
🏬 4. ศูนย์การค้าได้ประโยชน์อย่างไร เมื่อคนออกมาดูหนัง?
การดูหนังมักไม่ได้เป็นกิจกรรมเดียวของการออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน
หลายคนอาจรับประทานอาหารก่อนดูหนัง ซื้อเครื่องดื่ม เดินเลือกสินค้า หรือใช้บริการอื่นภายในศูนย์การค้า
โรงภาพยนตร์จึงมีบทบาทเป็นหนึ่งในตัวดึงดูดผู้ใช้บริการ หรือ Traffic Driver ที่ช่วยสร้างโอกาสให้ร้านค้ารอบข้าง
บริษัทจดทะเบียนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจศูนย์การค้าและพื้นที่เช่าตามข้อมูล SET Lifestyle ได้แก่ ALLY, AWC, CPAXT, CPN, CPNREIT, CRC, FUTURERT, J, LHSC และ MBK
แต่สิ่งที่ต้องแยกให้ออกคือ จำนวนคนเข้าโรงหนังที่เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความว่ารายได้ของศูนย์การค้าจะเติบโตในสัดส่วนเดียวกันเสมอไป เพราะยังขึ้นอยู่กับโครงสร้างค่าเช่า ปริมาณการจับจ่ายจริง และประเภทร้านค้าที่ได้รับประโยชน์
📊 แล้วหนังทำเงินหนึ่งเรื่อง ส่งผลต่อเศรษฐกิจมากแค่ไหน?
หากมองในเชิงธุรกิจ การมีภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมสามารถสร้างผลต่อเนื่องเป็นทอด ๆ
หนังน่าสนใจ → คนตัดสินใจออกจากบ้าน → ซื้อตั๋วและสินค้าในโรงหนัง → ใช้จ่ายในศูนย์การค้า → ใช้บัตรหรือสิทธิพิเศษ → เกิดโอกาสในการใช้บริการซ้ำ
นี่คือเหตุผลที่ภาพยนตร์ไม่ได้เป็นเพียงธุรกิจความบันเทิง แต่ยังเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจการบริโภคในหลายมิติ
อย่างไรก็ตาม กระแสหนังดังเพียงไม่กี่เรื่องยังไม่เพียงพอที่จะยืนยันว่าทั้งอุตสาหกรรมกำลังเติบโตอย่างยั่งยืน นักลงทุนจึงควรพิจารณาปัจจัยอื่นประกอบ ทั้งจำนวนผู้ชมเฉลี่ยตลอดปี รายได้ต่อผู้ชม ต้นทุนดำเนินงาน และสัดส่วนรายได้ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ของแต่ละบริษัท
สิ่งที่น่าจับตาในระยะยาวอาจไม่ใช่แค่คนกลับเข้าโรงหนังมากขึ้นหรือไม่ แต่คือธุรกิจใดสามารถเปลี่ยนความนิยมในการดูหนังให้กลายเป็นรายได้และความสัมพันธ์กับลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง
เพราะในโลกธุรกิจ บางครั้งคนที่ได้รับประโยชน์จากภาพยนตร์หนึ่งเรื่อง อาจไม่ใช่เพียงคนที่ขายตั๋วหนังเท่านั้น
ที่มา: SET Lifestyle ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
ศึกษาข้อมูลบริษัทจดทะเบียนเพิ่มเติม: https://s.setth.org/9eeq
หมายเหตุ: บทความนี้นำข้อมูลการจัดกลุ่มธุรกิจจาก SET Lifestyle มาวิเคราะห์ต่อยอด ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน และไม่ได้หมายความว่าหุ้นทุกบริษัทจะได้รับประโยชน์โดยตรงจากยอดผู้ชมภาพยนตร์ที่เพิ่มขึ้น
โฆษณา