Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
วินทร์ เลียววาริณ
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
8 ชั่วโมงที่แล้ว • หนังสือ
Blockdit Originals คุยกับ วินทร์ เลียววาริณ ตอน 42
คำถาม 1
ไม่รู้เมื่อไหร่ : ทำไมอาจารย์วินทร์ถึงไม่อ่านหนังสือชุด แฮร์รี พอตเตอร์ ครับ
วินทร์ เลียววาริณ : ผมมีหนังสือ แฮร์รี พอตเตอร์ ฉบับภาษาอังกฤษครบชุด ลูกอ่าน แต่ผมไม่ได้อ่าน
ที่ผมไม่ได้อ่านไม่ใช่เพราะหนังสือไม่ดี ตรงกันข้าม ผมชอบไอเดียเรื่อง แฮรี พอตเตอร์ มาก ถ้าให้คะแนนความคิดสร้างสรรค์ ก็ 10/10
ผมไม่ได้อ่านหนังสือนิยายมากว่ายี่สิบปีแล้ว เหตุผลแรกคือไม่มีเวลาเหลือจากการทำงานทั้งวัน ผมทำงานเขียนวันสิบกว่าชั่วโมง เมื่อจบวันก็ไม่เหลือเวลาสำหรับการอ่านนิยาย
1
เหตุผลที่สองคือ ในส่วนลึกผมกลัวว่าจะจับไอเดียบางอย่างที่อ่านไปเป็นสมบัติของตัวเองโดยไม่รู้ตัว ไอเดียพวกนี้ฝังในจิตใต้สำนึก ผ่านไปหลายปี ก็ผุดขึ้นมาในความคิด แล้วเราก็บอกว่า เราคิดได้ไง!
ครั้งหนึ่งผมเขียนเรื่องสั้นหนึ่งแล้วรู้สึกว่าดีมาก ผ่านไปหลายวัน เมื่อสมองปลอดโปร่ง ก็นึกได้ว่าไอเดียเรื่องสั้นเรื่องนี้มาจากของฝรั่ง ถ้าเผยแพร่ก็ต้องโดนข้อหาลอกแน่นอน
นักเขียนฝรั่งหลายคนก็เป็นแบบนี้
เหตุผลที่สาม ผมอ่านหนังสือนิยายมามากมาย จนถึงจุดอิ่มตัว มันแทบไม่มีอะไรใหม่จริงๆ ที่ไม่เคยอ่านหรือผ่านตา แต่มีหนังสือ nonfiction จำนวนมากมายที่ผมไม่รู้และอยากอ่าน ผมไปทางสายนั้นมากกว่าสายนิยาย
1
อย่างไรก็ตาม ก็มีข้อยกเว้นหากเป็นนิยายที่เห็นว่าลุ่มลึกทางความคิด ก็เจียดเวลาอ่านบ้าง แต่ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน
คำถาม 2
ไม่ประสงค์ออกนาม : คิดยังไงกับการที่สิงคโปร์จ้างประชาชนอ่านหนังสือ
วินทร์ เลียววาริณ : จอห์น กริสชัม (John Grisham) เป็นนักเขียนหนึ่งในสามของฝรั่งที่สามารถขายหนังสือสองล้านเล่มในการตีพิมพ์ครั้งแรก
อีกสองคนคือ ทอม แคลนซี (ชุด แจ็ค ไรอัน) และ เจ. เค. โรว์ลิง (ชุด แฮร์รี พอตเตอร์)
เขาขายหนังสือไปแล้วราว 300 ล้านเล่ม งานขอเขาสร้างเป็นหนัง เช่น A Time to Kill, The Firm ฯลฯ
ในปี 2010 เขาลองเขียนเรื่องทนายเด็ก ตัวละครเป็นเด็กที่เก่งเรื่องกฎหมาย ในชุด Theodore Boone กลุ่มผู้อ่านคือเด็กเฉลี่ย 13 ขวบ
เขาเขียนไปได้ 9 เล่ม ยอดขายสองเล่มแรกเกินล้าน
ยอดขายเล่มท้ายลดลงเหลือราวหนึ่งแสน เหตุผลคือวัยรุ่นยุคใหม่ไม่อ่านหนังสือ โดยเฉพาะเด็กที่ติด โซเชียล เน็ตเวิร์ก และ วิดีโอ เกม
1
โครงการ Theodore Boone ยุติ เพราะเขาบอกว่าไม่คุ้มที่จะเขียนแล้ว
เมื่อปีก่อน มหาวิทยาลัยฟลอริดาตีพิมพ์งานวิจัย พบว่าในรอบยี่สิบที่ผ่านมา (2003-2023) จำนวนชาวอเมริกันอ่านหนังสือเพื่อความบันเทิงลดลง 40 เปอร์เซ็นต์
ลดลงเกือบครึ่ง
จอห์น กริสชัม บอกว่า วิดีโอ เกม ไม่ทำให้เราฉลาดขึ้น มีแต่การอ่านที่ทำให้ฉลาดขึ้น
1
เขาบอกว่าเขาต้องจ่ายเงินให้หลานอ่านหนังสือ
นี่เป็นปัญหาใหม่ของแทบทุกประเทศ ความแตกต่างคือใครจะลุกขึ้นมาทำอะไรไหม
นี่ก็คือเรื่องเดียวกับที่รัฐบาลสิงคโปร์กำลังเริ่มทำ
โครงการนี้ขอให้คนอ่านหนังสือวันละ 15 นาที ครบห้าสิบครั้ง ก็รับเงิน 1 ดอลลาร์สิงคโปร์
1
อาจเป็นเงินไม่มาก แต่มันเป็น win-win ดีกับคนอ่านและต่อประเทศในระยะยาว
สมัยผมเป็นเด็ก นิสัยรักการอ่านนั้นเกิดขึ้นกับคนไทยง่ายมาก เพราะเราไม่มีหนังสตรีมมิง ไม่มี วิดีโอ เกม รายการโทรทัศน์ก็มีจำกัด เวลานั้นเมืองไทยมีหนังสือพิมพ์หลายสิบหัว นิตยสาร 100-200 ปก และหนังสือนิยายเต็มห้องสมุด
การหาความเพลินเพลินจากการอ่านเริ่มจางไปหายหลังจากการมาเยือนของอินเทอร์เน็ต โซเชียล เน็ตเวิร์ก สตรีมมิง และเกมที่มีคุณภาพดีกว่าสมัยก่อนล้านเท่า
แต่พัฒนาการของสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งหนึ่งลดความสำคัญลง
คำถามคือเรามีปัญญาพอที่มองเห็นความล่มสลายของโลกการอ่าน แต่เรามีปัญญาพอที่จะแก้ไขตัวเราเองหรือไม่
1
ก็มาถึงคำถามที่ว่า คิดยังไงกับการที่สิงคโปร์จ้างประชาชนอ่านหนังสือ?
ผมไม่แน่ใจว่าจะได้ผลแค่ไหน แต่อย่างน้อยก็ดีที่มีคนคิดทำอะไรสักอย่าง ก่อนที่โลกจะล่มสลายเพราะความรู้ไม่ครบด้าน
1
ข่าวสิงคโปร์จ้างคนอ่านหนังสือมาพร้อมข่าวบ้านเราปรับโครงสร้างกำลังคนภาครัฐเพื่อลดค่าใช้จ่าย หวยลงที่บรรณารักษ์ เพราะเป็นตำแหน่งที่ “ไม่เกิดประโยชน์อะไร”
หลายคนบอกว่าควรยกเลิกบรรณารักษ์ และทุบหอสมุดทิ้งเพราะ “มันหมดยุคแล้วละ”
นี่ทำให้ผมคิดว่า วันหนึ่งในเวลาอีกไม่นาน ผมอาจต้องยุติโครงการเติมหัวใจใส่ห้องสมุด เพราะไม่มีทั้งคนอ่าน ไม่มีบรรณารักษ์ และไม่มีห้องสมุด
2
โลกคือความเปลี่ยนแปลง
มันเป็นเช่นนั้นเอง
6 บันทึก
23
2
6
6
23
2
6
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย