วันนี้ เวลา 09:43 • ธุรกิจ

รัฐบาล เล็งทบทวนกติกาแพลตฟอร์ม จับตา “อัลกอริทึม” จัดอันดับสินค้า หลัง SME เสียเปรียบเจ้าใหญ่ทุนหนา

รัฐบาลกำลังขยับจากการแก้ปัญหาต้นทุน ของ SME ไปสู่โจทย์ที่ใหญ่กว่า คือ "การมองเห็น" บนแพลตฟอร์มออนไลน์
โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ประชุมร่วมกับหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงดิจิทัลฯ, ETDA, สคบ., กระทรวงยุติธรรม และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อศึกษาแนวทางสร้างความเป็นธรรมในการแข่งขันบนแพลตฟอร์มดิจิทัล
ประเด็นหลักอยู่ที่ระบบอัลกอริทึม ที่ใช้จัดอันดับและแนะนำสินค้า ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าผู้บริโภคจะเห็นสินค้าของใคร
 
ที่ผ่านมา รัฐบาลแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมทางการค้าให้ SME มาแล้ว 2 เรื่องหลัก
- ระยะเวลาชำระเงิน (Credit Term) ที่ทำให้ SME ต้องรอรับเงินจากคู่ค้ารายใหญ่นาน
- ค่าธรรมเนียมการขายบนแพลตฟอร์ม หรือค่า GP ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของรายย่อย
ทั้งสองเรื่องใช้กลไกของคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล
แต่เมื่อติดตามปัญหาลึกลงไป รัฐบาลพบว่าการแข่งขันในโลกออนไลน์ซับซ้อนกว่าเรื่องต้นทุน
เพราะทุกวันนี้ผู้ขายต้องใช้เงินซื้อการมองเห็นกันอย่างแพร่หลาย ผู้ประกอบการที่มีทุนมากจึงได้เปรียบ ขณะที่ SME งบจำกัด ต้องแบกต้นทุนเพิ่มเพื่อให้ยังแข่งขันได้
"ที่ผ่านมาเราพยายามแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจของ SME ทั้งเรื่อง Credit Term และค่า GP
แต่เมื่อมองลึกลงไปในระบบการค้าออนไลน์ จะเห็นว่าการแข่งขันไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณภาพและราคาสินค้าเพียงอย่างเดียว การที่ผู้บริโภคจะมองเห็นสินค้าของใครก็มีความสำคัญเช่นกัน" ศุภจีกล่าว
และย้ำว่า การซื้อโฆษณาและการส่งเสริมการขาย ถือเป็นกลไกธุรกิจปกติ และช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
สิ่งที่รัฐจะพิจารณา คือความโปร่งใสของหลักเกณฑ์การจัดอันดับและแนะนำสินค้า รวมถึงเงื่อนไขการค้าที่อาจทำให้ผู้ประกอบการบางกลุ่มเสียเปรียบ หรือมีต้นทุนสูงเกินจำเป็น
โดยเฉพาะในตลาดที่แพลตฟอร์มรายใหญ่เป็นตัวกลางสำคัญระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย
 
ในระหว่างนี้ รัฐบาลได้ขอความร่วมมือจาก Shopee, Lazada และ TikTok ให้ช่วยบรรเทาภาระค่าธรรมเนียมของ SME
ซึ่งทั้ง 3 แพลตฟอร์มได้ตอบรับแนวทางการปรับลดค่าธรรมเนียมแล้ว
แต่รัฐบาลมองว่าการลดต้นทุนอย่างเดียวยังไม่พอ จึงต้องดูโครงสร้างการแข่งขันบนแพลตฟอร์มในภาพรวมควบคู่กันไป
โดยที่ประชุมเห็นว่า จำเป็นต้องทบทวนกฎหมายและกลไกกำกับดูแล ว่ายังรองรับรูปแบบธุรกิจและเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็วได้มากแค่ไหน พร้อมศึกษาประสบการณ์จากต่างประเทศมาปรับใช้กับบริบทไทย
นางศุภจี จึงมอบหมายให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา, กระทรวงดิจิทัลฯ, สำนักงาน กขค., สคบ., กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงยุติธรรม และกระทรวงการคลัง ร่วมกันศึกษาข้อจำกัดของกฎหมายที่มีอยู่ และหาแนวทางกำกับการแข่งขันในยุคดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
"สิ่งสำคัญคือต้องสร้างกติกาที่ทำให้ผู้ประกอบการทุกขนาด มีโอกาสแข่งขันได้อย่างเป็นธรรม โดยเฉพาะ SME ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและอำนาจต่อรอง
ขณะเดียวกันก็ต้องไม่สร้างอุปสรรคต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมของภาคเอกชน"
สรุปแล้ว รัฐบาลกำลังขยายขอบเขตการดูแล SME จากเรื่องเงิน ไปสู่เรื่องโอกาสในการถูกมองเห็น ผ่านระบบอัลกอริทึมของแพลตฟอร์ม โดยเฉพาะแพลตฟอร์มรายใหญ่จากต่างประเทศ
โจทย์ตอนนี้ เลยอยู่ที่ว่า กติกาใหม่จะหาจุดสมดุลได้อย่างไร ระหว่างการเปิดพื้นที่ให้ร้านเล็ก กับการไม่ไปขวางนวัตกรรมของแพลตฟอร์ม
เพราะในโลกออนไลน์ สินค้าที่ดีที่สุด อาจไม่ใช่สินค้าที่ขายได้มากที่สุด ถ้าไม่มีใครมองเห็น..
โฆษณา