Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ลงทุนแมน
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 12:30 • หุ้น & เศรษฐกิจ
ขายหุ้นนอกได้กำไร ยังไม่โอนเงินกลับไทย ก็มีภาระภาษีแล้ว
หลายคนเข้าใจผิดว่า ขายหุ้นนอกได้กำไร ถ้ายังไม่โอนกลับไทย จะยังไม่ถือเป็นเงินได้
ตอนนี้มีคนลงทุนหุ้นนอกหลายล้านคน
แต่กรมสรรพากรไม่เคยชี้แจงแบบละเอียดกับคนเป็นล้านคน
ที่เขาไม่รู้จะทำอย่างไรให้เสียภาษีได้ถูกต้อง
1
จนถึงตอนนี้หลายคนยังเข้าใจผิด และยังไม่คิดจะจดบันทึกว่า การขายทำกำไรเกิดเป็นเงินได้ที่ต้องมายื่นภาษีเท่าไร
เรื่องนี้สำคัญอย่างไร
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
1
อ้างอิงเอกสารถามตอบของกองกฎหมาย กรมสรรพากร ที่อธิบายคำสั่ง ป.161 และ ป.162 ตามมาตรา 41 วรรคสอง แห่งประมวลรัษฎากร
โดยมีกฎ 2 ข้อ สำหรับคนที่มีหน้าที่เสียภาษีหุ้นนอก
1. มีเงินได้จากต่างประเทศ ที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป ในปีที่คุณอยู่ไทยตั้งแต่ 180 วันขึ้นไป
2. นำเงินได้นั้นเข้ามาในไทย
ถ้าครบทั้ง 2 ข้อ ให้นำเงินได้นั้นมารวมคำนวณภาษีในปีที่นำเงินเข้ามา
สังเกตว่า 2 ข้อนี้พูดถึงคนละเรื่อง..
ข้อ 1 คือเรื่อง เงินได้เกิดเมื่อไร และตอนนั้นเราอาศัยอยู่ในไทยไหม
ข้อ 2 คือเรื่อง นำเงินเข้ามาเมื่อไร ซึ่งเป็นตัวบอกว่าต้องเสียภาษีปีไหน
ลองมาดูตัวอย่างกัน เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น
ปี 2567 นาย ค. อยู่ไทยเกิน 180 วัน
ซื้อหุ้น A ในต่างประเทศ 100 หุ้น หุ้นละ 1,000 บาท รวม 100,000 บาท
พอมาปลายปี ราคาขึ้นเป็นหุ้นละ 1,100 บาท
ตอนนี้นาย ค. มีกำไร 10,000 บาทบนหน้าจอ
แต่ส่วนนี้ ยังเป็นกำไรที่ยังไม่รับรู้ เพราะยังไม่ได้ขาย จึงยังไม่ถือเป็นเงินได้
ปี 2568 นาย ค. อยู่ไทยเกิน 180 วันอีกปี
และขายหุ้น A จำนวน 80 หุ้น ในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 ที่ราคาหุ้นละ 1,200 บาท กำไรคือ 16,000 บาท (หุ้นละ 200 บาท คูณ 80 หุ้น)
กำไร 16,000 บาทนี้ ถือเป็นเงินได้พึงประเมินในวันที่ 1 มิถุนายน 2568
ส่วนหุ้นอีก 20 หุ้นที่ยังไม่ขาย ยังไม่ถือเป็นเงินได้
ถึงตรงนี้ภาระภาษีขั้นแรกที่เป็น เงินได้ เกิดขึ้นแล้วในวันที่ขาย
ต่อมาปี 2569 นาย ค. นำกำไรก้อนนี้กลับเข้าไทย
นาย ค. ต้องนำเงินได้ก้อนนี้ ไปรวมคำนวณภาษีของปี 2569
1
จะเห็นว่า เงินได้เกิดตั้งแต่ปี 2568 แต่ภาษีของก้อนนี้ไปอยู่ปี 2569
และต่อให้เราขาดทุนในปี 2569 เราก็เอาส่วนของการขาดทุนมาชดเชยเงินได้ในปี 2568 ไม่ได้
ดังนั้น ประโยคที่ว่า “ไม่โอนกลับ ก็ยังไม่มีเงินได้” จึงไม่ใช่
เพราะที่ถูกคือ เงินได้เกิดแล้วตอนขาย และมีภาระภาษีที่ต้องตั้งไว้เพื่อจ่ายตั้งแต่ตอนนั้น
1
ถ้าในเชิงการทำบัญชี เราก็ต้องประมาณการหนี้ที่จะจ่ายไว้ตั้งแต่ปีที่เกิดเงินได้แล้ว
ซึ่งปีที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษี จะมาถึงตอนนำเงินเข้าไทย
แล้วถ้าซื้อขายหลายรอบล่ะ ?
1
ก็ให้คำนวณเงินได้เป็น “รายธุรกรรม”
โดยนำราคาขาย หักด้วยราคาทุน ณ วันที่ได้หุ้นมา เฉพาะส่วนที่เกินกว่าเงินลงทุนเท่านั้น คือเงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณภาษี
ขณะที่รายการที่ขาดทุน จะถูกตัดทิ้ง ไม่นำมารวมคำนวณ และไม่สามารถนำมาหักลบเพื่อลดฐานภาษีได้
ต่อมาคือเรื่อง 180 วัน ซึ่งมีคนเข้าใจสลับปีกันบ่อย
เกณฑ์ 180 วัน อยู่ในข้อ 1 คือ ปีที่เงินได้เกิดขึ้น
ส่วนข้อ 2 พูดแค่ว่านำเงินเข้ามาในปีนั้น หรือปีต่อ ๆ มา โดยไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่าปีที่นำเข้ามาต้องอยู่ไทยกี่วัน
วิธีนับ 180 วัน เอกสารให้นับรวมตั้งแต่ 1 มกราคม ถึง 31 ธันวาคมของปีนั้น จะอยู่ต่อเนื่องหรือหลายช่วงรวมกันก็ได้ ไม่ดูสัญชาติ
เรื่องที่หลายคนบอกว่า ถ้าลงทุนนอกแล้วอยากเอากลับปีไหน ให้ปีนั้นไปเที่ยวต่างประเทศเกิน 180 วัน แล้วเอาเงินกลับ คนนั้นก็จะไม่ต้องเสียภาษี ก็จะไม่เป็นความจริง
1
เพราะถ้าก่อนหน้านั้น คนนั้นอยู่ไทยเกิน 180 วัน และมีการขายทำกำไรระหว่างทาง จะทำให้เกิดเงินได้ที่มีภาระภาษีตั้งแต่ปีที่ขายแล้ว
ยกตัวอย่าง
กรณีที่ 1 ขายหุ้นได้กำไรในปีที่อยู่ไทยเกิน 180 วัน แต่ปีที่โอนเงินกลับ คุณไปอยู่ต่างประเทศทั้งปี
เงินได้เกิดในปีที่อยู่ไทยเกิน 180 วัน
และนำเงินเข้ามาในปีต่อ ๆ มา
จึงยังต้องนำเงินได้ก้อนนั้น ไปรวมคำนวณภาษีในปีที่นำเงินเข้าอยู่ดี
กรณีที่ 2 ถือหุ้นไว้ตลอด ยังไม่เคยขาย แล้วมาขายในปีที่อยู่ไทยไม่ถึง 180 วัน เงินได้เกิดในปีนั้น และตอนนั้นคุณไม่ได้เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย
ถ้าอยู่ไทยไม่ถึง 180 วันในปีที่มีเงินได้
ต่อให้โอนกลับมาไทย ก็ไม่ต้องเสียภาษีตามหลักการนี้
ดังนั้นเรื่องที่หลายคนพูดกันว่า ไปอยู่ต่างประเทศ 180 วันแล้วไม่เสียภาษี จะใช้ได้เฉพาะกรณีที่เงินได้เพิ่งเกิดในปีที่อยู่ไทยไม่ถึง 180 วันเท่านั้น ไม่ได้ย้อนไปลบเงินได้ที่เกิดตอนอยู่ไทยในปีก่อน ๆ
แล้วเงินปันผลล่ะ ?
1
เงินปันผลเป็นเงินได้อีกก้อนหนึ่ง แยกจากกำไรจากการขายหุ้น
ตัวอย่างเช่น ปี 2567 นาย ก. เป็นผู้อยู่ในประเทศไทย และได้รับเงินปันผลจากต่างประเทศ ปี 2568 โอนเงินปันผลนั้นกลับไทย นาย ก. ต้องนำเงินปันผลไปรวมคำนวณภาษีของปี 2568
ดังนั้นคนที่ถือหุ้นไว้นาน ๆ และรับปันผลทุกปี ก็ต้องดูแยกเป็นรายปีเหมือนกัน ว่าเงินปันผลแต่ละก้อนเกิดปีไหน และปีนั้นอยู่ไทยครบ 180 วันหรือไม่
ส่วนเงินต้นที่นำกลับมา เอกสารบอกว่าไม่ถือเป็นเงินได้ ไม่ต้องเสียภาษี
ตัวอย่าง นาย ก. โอนเงิน 200,000 บาทไปยังบัญชีลงทุนต่างประเทศ แล้วปิดบัญชีและนำเงิน 200,000 บาทกลับไทย ไม่ต้องเสียภาษี
1
และถ้าโอนกลับมาบางส่วนทั้งที่ลงทุนเพิ่มทุกปี ให้ผู้เสียภาษีประเมินตนเองตามข้อเท็จจริงว่า เงินที่นำเข้ามาเป็นเงินได้หรือเงินลงทุน ซึ่งโดยทั่วไปตามหลักการคิดต้นทุนแล้ว หากนำกลับมาบางส่วน ให้ปันส่วนต้นทุนตามจำนวนหุ้นที่ขาย
สุดท้าย ถ้าถูกหักภาษีที่ต่างประเทศแล้ว จะเสียซ้ำไหม ?
กรณีนี้ จะไม่มีภาษีซ้ำซ้อน
ผู้อยู่ไทยตั้งแต่ 180 วัน สามารถนำภาษีที่เสียไว้ในต่างประเทศมาเครดิตกับภาษีที่ต้องเสียในไทย ในปีที่นำเงินได้เข้ามา ตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ไทยทำไว้กับประเทศนั้น ๆ
ลงทุนแมนสรุปให้จำง่าย ๆ
1. เงินได้เกิดตอนขายหุ้นได้กำไร หรือตอนรับเงินปันผล
2. กำไรที่ยังไม่ขาย ยังไม่ใช่เงินได้
3. กำไรที่ขายแล้ว ถือเป็นเงินได้ โดยดูที่ปีที่เงินได้เกิดว่าอยู่ไทยเกิน 180 วันหรือไม่
4. ปีที่นำเงินเข้าไทย คือปีที่ต้องนำเงินได้ก้อนนั้นมารวมคำนวณภาษี
5. ส่วนของเงินต้นที่โอนกลับ ไม่ต้องเสียภาษี จะเสียเฉพาะส่วนของกำไรซึ่งจะถือเป็นเงินได้
6. กฎนี้ใช้กับเงินได้ที่เกิดตั้งแต่ 1 มกราคม 2567
เรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า การโอนเงินกลับไทยไม่ใช่จุดที่ทำให้กำไรเกิดขึ้น แต่เป็นจุดที่ทำให้ภาษีของกำไรก้อนนั้น ถึงเวลาต้องคำนวณ
คนที่ลงทุนหุ้นนอก จึงต้องจดไว้ทั้งวันที่ขาย และวันที่นำเงินเข้ามา
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นหนึ่งที่ยังไม่มีคำตอบ คือถ้าเงินได้เกิดขึ้นแล้ว และคนคนนั้นไม่เคยนำเงินกลับเข้าไทยเลยตลอดชีวิต.. จะไม่ต้องเสียภาษี และไม่ต้องยื่นแบบเลยตลอดไปหรือไม่
คำถามนี้ คงเป็นเรื่องที่กรมสรรพากรควรตอบให้ชัด
เพราะตอนนี้คนลงทุนนอกมีจำนวนเป็นหลายล้านคน
แต่ในหลายคนนี้ มีไม่กี่คนที่เข้าใจจริง ๆ
คนที่ลงทุนหุ้นนอกมานานหลายปี มีสิทธิ์รู้ว่า กฎหมายที่ผูกภาษีไว้กับวันที่นำเงินเข้ามา จะมีผลอย่างไรกับตัวเอง
และเมื่อถึงวันนั้น กรมสรรพากรอาจเก็บภาษีคนเป็นล้านคน โดยที่พวกเขาไม่รู้มาก่อนว่าพวกเขามีภาระภาษีเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนที่ขายทำกำไรแล้ว
แน่นอนว่า น่าจะมีคนที่ขายทำกำไรหุ้นแล้วนำเงินกลับเข้าไทยมาตั้งแต่ปี 2568 แล้ว แต่ไม่ถูกนำมายื่นภาษี
ทว่าจนถึงตอนนี้ ยังไม่มีเคสจริงที่เกิดขึ้นจากกรมสรรพากรว่า คนที่ไม่ยื่นภาษีหุ้นนอกได้ถูกลงโทษอะไร
ในขณะที่คนที่อยากยื่นภาษีหุ้นนอกให้ถูกต้อง กลับไม่รู้จะยื่นอย่างไรให้ถูกต้อง
จะเห็นได้ว่า เรื่องราวภาษีหุ้นนอกของกรมสรรพากร ซับซ้อนยิ่งกว่า เรื่องราวของหุ้นนอกที่เราไปลงทุนเสียอีก..
Reference :
-
https://www.rd.go.th/fileadmin/user_upload/lorkhor/newsbanner/2024/1/QnA161-162-1.pdf?fbclid=IwY2xjawVRFu5leHRuA2FlbQIxMABwZG9mAWJyaWQRMWo1aXVaWjVuV1plVVNyMlhzcnRjBmFwcF9pZBAyMjIwMzkxNzg4MjAwODkyAAEfPQk5BHrLyuldwM7uYABpD98KYvvqzAeO3l9JKh6cwIH5EZfQ6hy5-9Z43xM_aem_nDgDwhyfzunQVz_4wnavMA
63 บันทึก
44
1
72
63
44
1
72
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย