Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
WealthThink
ยืนยันแล้ว
•
ติดตาม
เมื่อวาน เวลา 12:59 • หุ้น & เศรษฐกิจ
มูลนิธิ Rockefeller องค์กรการกุศล อยู่มา 113 ปี โดยไม่มีเงินบริจาค จากคนภายนอก
ในช่วงที่ผ่านมา เรามักจะเคยได้ยินข่าว ความไม่ชอบมาพากล ของมูลนิธิชื่อดังหลายแห่ง ที่มีการเปิดรับเงินบริจาคจากคนภายนอก แล้วนำเงินไปใช้ผิดวัตถุประสงค์
ซึ่งหลายกรณี ก็อยู่ในระหว่างการรอผลการสืบสวนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ว่าแท้จริงแล้วเรื่องราวเป็นอย่างไร
แต่รู้ไหมว่า มูลนิธิเพื่อการกุศลในต่างประเทศ ส่วนมากแล้ว มักจะไม่ได้อาศัยเงินบริจาคจากคนภายนอก
แต่จะใช้เงินของผู้ก่อตั้งเอง ซึ่งผู้ก่อตั้งส่วนใหญ่ ก็มักจะเป็นมหาเศรษฐี เจ้าของธุรกิจขนาดใหญ่
หนึ่งในมูลนิธิที่มีเรื่องราวน่าสนใจ และมีความเกี่ยวข้องกับคนไทยมากกว่าที่คิด ก็คือมูลนิธิ Rockefeller ซึ่งก่อตั้งโดยคุณ John D. Rockefeller อดีตมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ที่ตอนนี้มีอายุได้ 113 ปีแล้ว
แล้วมูลนิธินี้อยู่รอดมาได้เป็นร้อยปี โดยไม่เปิดรับเงินบริจาคจากคนภายนอกได้อย่างไร ? และมูลนิธินี้เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตคนไทย ?
มาหาคำตอบด้วยกันกับ WealthThink ทำความมั่งคั่ง ให้เป็นเรื่องง่าย
คุณ John D. Rockefeller เป็นนักธุรกิจชาวอเมริกัน ผู้ก่อตั้งบริษัทน้ำมันอย่าง Standard Oil ในปี 1870
เขากลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านอย่างรวดเร็ว แต่ด้วยภาระงาน และความกดดันจากการบริหารธุรกิจ ทำให้เขาป่วยเป็นโรคซึมเศร้า
ในช่วงที่เขาอายุ 57 ปี เขาจึงตัดสินใจวางมือจากธุรกิจ แล้วเริ่มไปทำงานการกุศลมากขึ้น
เขาเคยออกเงินช่วยเหลือมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ก่อนที่ต่อมาเราจะรู้จักมหาวิทยาลัยแห่งนั้นในชื่อว่า มหาวิทยาลัยชิคาโก ที่ผลิตผู้ได้รับรางวัลโนเบลกว่า 102 คน ในหลากหลายสาขา
ต่อมาในปี 1913 เขาได้ก่อตั้งมูลนิธิ Rockefeller ขึ้นมา เพื่อสนับสนุนเงินทุนให้กับการพัฒนาด้านการแพทย์ การศึกษา และการวิจัยวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะ
โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ที่กำหนดไว้ตั้งแต่วันแรกของการก่อตั้งมูลนิธิว่า “เพื่อส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษยชาติทั่วโลก” และไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาจนถึงปัจจุบันเลย
มูลนิธิ Rockefeller ถูกจดทะเบียนเป็นองค์กรการกุศลส่วนบุคคล ซึ่งตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกาแล้ว มูลนิธิแบบนี้ต้องได้รับเงินสนับสนุนส่วนใหญ่มาจากผู้ก่อตั้ง
ด้วยเหตุนี้ ก็ทำให้มูลนิธิ Rockefeller ไม่เคยเปิดรับเงินบริจาคจากคนภายนอกเลย
โดยในช่วงแรกคุณ John D. Rockefeller ได้ทำการโอนหุ้น Standard Oil และทรัพย์สินส่วนตัวของตัวเองให้มูลนิธินี้บริหารจัดการ คิดเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ซึ่งเงินจำนวนนี้ เมื่อปรับอัตราเงินเฟ้อเป็นมูลค่าปัจจุบันแล้ว จะมีมูลค่าสูงถึง 114,000 ล้านบาทเลยทีเดียว
แม้จะได้รับเงินตั้งต้นมากขนาดนี้ แต่มูลนิธิแห่งนี้ก็ไม่เคยหวังพึ่งพาเงินจากผู้ก่อตั้งเพียงอย่างเดียว
เพราะมูลนิธิแห่งนี้มีทีมงานที่ช่วยบริหารเงินบางส่วน ผ่านการลงทุน ทั้งการลงทุนในตลาดหุ้น และการลงทุนนอกตลาดหุ้น
การแบ่งเงินบางส่วนไปลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน แล้วนำผลตอบแทนกลับไปใช้ในงานการกุศล เป็นเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้มูลนิธิแห่งนี้อยู่รอดมาได้ถึง 113 ปี
โดยมูลนิธิแห่งนี้ ใช้เงินเพื่อการกุศลไปแล้วทั้งหมดกว่า 1 ล้านล้านบาท ทั้งที่ตลอด 113 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิแห่งนี้จะได้รับเงินจากครอบครัว Rockefeller แค่ 135,000 ล้านบาทเท่านั้น
และในปัจจุบัน มูลนิธิแห่งนี้ก็ยังเหลือเงินทำการกุศลอยู่ถึง 236,000 ล้านบาท ซึ่งก็คงไม่หมดลงง่าย ๆ เพราะทุก ๆ ปี มูลนิธิแห่งนี้จะได้รับกระแสเงินสด และผลกำไรจากการลงทุนไปเรื่อย ๆ
แล้วมูลนิธิแห่งนี้ เกี่ยวข้องอะไรกับชีวิตคนไทย ?
อย่างที่เราเกริ่นไว้ตอนต้นบทความว่า มูลนิธิ Rockefeller ให้ความสำคัญกับเรื่องการแพทย์มาก ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิ
ทำให้ในปี 1917 หรือเพียง 4 ปีหลังก่อตั้งมูลนิธิ ได้มีการส่งตัวแทนของมูลนิธิ เข้ามาสร้างความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในสมัยนั้น ซึ่งตรงกับสมัยของรัชกาลที่ 6
ในการบรรเทาการระบาดของโรคพยาธิปากขอ ในพื้นที่ชนบท ด้วยการส่งเสริมให้ชาวบ้านสร้างส้วมหลุม เพื่อสุขอนามัย
ไปจนถึงการก่อตั้งสถานีอนามัย และผลักดันให้เกิดกระทรวงสาธารณสุขในเวลาต่อมาอีกด้วย
นอกจากนี้มูลนิธิ Rockefeller ยังเป็นผู้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ให้พัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีคุณภาพทัดเทียมกับชาติตะวันตกอีกด้วย
เท่านั้นยังไม่พอ มูลนิธิแห่งนี้ก็เป็นผู้สนับสนุนทางการเงิน ให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำเงินไปก่อสร้างอาคารเรียน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ อาคารชีววิทยา 1 ของคณะวิทยาศาสตร์ หรือที่เด็กจุฬาฯ เรียกกันว่า ตึกขาว
และนี่ก็คือ เรื่องราวของมูลนิธิ Rockefeller องค์กรการกุศล ที่ไม่เคยเปิดรับเงินบริจาคจากคนภายนอก แต่อยู่มาได้ 113 ปีแล้ว
แม้จะเป็นองค์กรการกุศลที่คนไทยน้อยคนจะรู้จัก แต่กลับเป็นองค์กรที่ช่วยวางรากฐานในการพัฒนาระบบสาธารณสุขไทย ให้คนไทยทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน
เรื่องราวของมูลนิธิ Rockefeller จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของมูลนิธิของคนรวย แต่เป็นกรณีศึกษาที่ดี ในการวางโครงสร้างการทำงานของมูลนิธิ ที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง
หรือต้องพึ่งพาเงินบริจาคจากคนภายนอก
แต่ควรสามารถบริหารเงินได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้มูลนิธิส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้สังคมไปอีกยาวนานหลายชั่วอายุคน
รวมถึงวิธีการทำการกุศล ที่ลงลึกไปถึงต้นตอของปัญหา แทนการบริจาคเป็นครั้ง ๆ ไป
อย่างกรณีของการบรรเทาการระบาดของโรคพยาธิปากขอในไทย ที่มูลนิธิ Rockefeller ไม่ได้แค่ช่วยชาวบ้านสร้างส้วมหลุม
แต่ยังผลักดันให้เกิดระบบสาธารณสุขที่ดูแลคนทั้งประเทศ และการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ให้มีคุณภาพ
เพราะสุดท้ายแล้ว เป้าหมายสูงสุดของการทำงานการกุศล ควรเป็นการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน เพื่อไม่ให้มีทั้งคนที่ต้องลำบาก และคนที่ต้องบริจาค เกิดขึ้นซ้ำ ๆ อย่างไม่รู้จบ..
#WealthTransfer
#ธุรกิจครอบครัว
#Rockefeller
References
-
https://www.rockefellerfoundation.org/our-grants/
-
https://tax.thomsonreuters.com/blog/understanding-form-990-pf-instructions-and-the-basics-of-private-foundations/
-
https://www.slideshare.net/slideshow/innovative-partners-the-rockefeller-foundation-and-thailand/46400589
-
https://en.wikipedia.org/wiki/Rockefeller_Foundation
-
https://www.longtunman.com/348
7 บันทึก
7
7
7
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย