•
5 ชั่วโมงที่แล้ว • บ้าน & สวน

Climate Resilient Home เมื่อบ้านยุคใหม่ต้องออกแบบให้ฟื้นตัวจากภัยธรรมชาติได้เร็ว

ที่ผ่านมา การออกแบบบ้านมักให้ความสำคัญกับความสวยงาม พื้นที่ใช้สอย และงบก่อสร้าง แต่เหตุการณ์น้ำท่วมและสภาพอากาศรุนแรงทำให้เกิดคำถามใหม่ว่า บ้านที่ดีควรรับมือกับความเสียหายได้มากเพียงใด
แนวคิด Climate Resilient Home หรือบ้านที่มีความสามารถรับมือและฟื้นตัวจากผลกระทบด้านสภาพภูมิอากาศ จึงเริ่มมีความสำคัญมากขึ้น
หัวใจไม่ได้อยู่ที่การทำให้บ้านไม่มีวันเสียหาย แต่เป็นการออกแบบเพื่อลดความรุนแรงของผลกระทบและทำให้ฟื้นฟูได้สะดวกขึ้น
ตัวอย่างเช่น การจัดตำแหน่งปลั๊กไฟและอุปกรณ์สำคัญให้เหมาะกับระดับความเสี่ยง การเลือกวัสดุที่ทนความชื้น การออกแบบพื้นที่เก็บของให้ยกทรัพย์สินขึ้นที่สูงได้ และการจัดระบบระบายน้ำรอบบ้านอย่างเหมาะสม
เฟอร์นิเจอร์ก็เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดนี้ เพราะตู้หรือเตียงที่สัมผัสน้ำแล้วเสียหายง่ายอาจทำให้ต้องซื้อใหม่ทั้งหมด ขณะที่การเลือกวัสดุและรูปแบบที่ซ่อมหรือเคลื่อนย้ายได้สะดวกช่วยลดความเสียหายในอนาคต
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้ทำให้ตลาด Home & Furniture มีโจทย์ใหม่ นอกเหนือจากการขายสินค้าเพื่อความสวยงาม คือการตอบสนองความต้องการเรื่องความทนทานและค่าใช้จ่ายตลอดอายุการใช้งาน
ในฝั่ง KTC มีเครือข่ายร้านค้าและบริการเกี่ยวกับบ้าน ทั้งการปรับปรุงที่อยู่อาศัย เฟอร์นิเจอร์ และบริการซ่อมแซมผ่านพันธมิตร ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการปรับบ้านให้เหมาะกับความเสี่ยงใหม่
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจปรับปรุงควรประเมินความเสี่ยงของพื้นที่จริง และเลือกทำสิ่งที่จำเป็นตามงบประมาณ ไม่ใช่ปรับเปลี่ยนทุกอย่างเพียงเพราะกระแสความกังวล
บ้านที่พร้อมรับมือภัยธรรมชาติอาจไม่ใช่บ้านที่ลงทุนแพงที่สุด แต่เป็นบ้านที่เจ้าของเข้าใจความเสี่ยงและออกแบบให้กลับมาใช้ชีวิตได้เร็วเมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด
โฆษณา