31 ต.ค. เวลา 11:11 • คริปโทเคอร์เรนซี

สองวันหลังแฮก Binance ครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต คำถามที่ทุกคนอยากรู้คือ "ใครทำ" ตอนนี้มีคำตอบแล้ว

TRM Labs และ Chainalysis สองบริษัทวิเคราะห์บล็อกเชนชั้นนำของโลก ยืนยันแยกกันด้วยความมั่นใจสูงว่ากลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ "TraderTraitor" ในเครือข่าย Lazarus Group คือผู้อยู่เบื้องหลังการขโมยเงิน 6.36 พันล้านดอลลาร์จาก Binance เมื่อ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา
หลักฐานที่หนักแน่นที่สุดไม่ใช่แค่การเทียบรูปแบบการโจมตี แต่ Chainalysis ตรวจพบแบบเรียลไทม์ว่าเงินที่ขโมยจาก Binance ไหลไปรวมกับเงินจากเคสแฮก Bitget มูลค่า 387 ล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก่อน ซึ่งเคสนั้นถูกยืนยันแล้วว่าเป็นฝีมือเกาหลีเหนือ การเห็นเงินสองเหตุการณ์มาปนกันบนกระเป๋าเดียวกันบนเชน คือหลักฐานที่หนักแน่นกว่าการเดาจากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว
ประเด็นที่คนอ่านข่าวมักเข้าใจผิดคือคิดว่าแฮกเกอร์เจาะกระเป๋าเดียวแล้วจบ แต่ความจริงคือผู้โจมตีเข้าถึงระบบเซ็นอนุมัติธุรกรรมของ Binance ในหลายบล็อกเชนพร้อมกัน ทั้ง Ethereum ที่ใช้เทคนิค EIP-7702 เตรียมลายเซ็นมอบอำนาจไว้ล่วงหน้า 50 ชุด ไปจนถึง Bitcoin, Tron, Solana และอีกหลายเชนที่โดนโอนเงินออกด้วยธุรกรรมปกติในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน นี่คือสัญญาณว่าไม่ใช่แค่ฟิชชิ่งกระเป๋าเดียว แต่เป็นการเจาะระบบเซ็นอนุมัติในวงกว้าง
อีกเรื่องที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่าอายัดเงินคืนมาได้เกือบหมดแล้ว ความจริงคือ Tether, Circle, Ripple และพันธมิตรอายัดได้รวมกันราว 2.7-2.8 พันล้านดอลลาร์ แต่แฮกเกอร์ยังถือครองทรัพย์สินกว่า 2.4 พันล้านดอลลาร์อยู่ ทั้ง ETH กว่า 420,000 เหรียญ และ BTC 18,270 เหรียญ เพราะเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีผู้ออกเหรียญกลางอายัดได้ ส่วน BTC ถูกโยกผ่านเทคนิค peel chain แบ่งเป็นก้อนเล็กต่อเนื่องเพื่อให้ตามรอยยากขึ้น
สำหรับนักลงทุนไทย เคสนี้เป็นบทเรียนสำคัญว่าแม้แต่เอ็กซ์เชนจ์อันดับหนึ่งของโลกก็ยังถูกเจาะระบบได้ ไม่ควรฝากสินทรัพย์จำนวนมากไว้บนกระดานเดียวต่อเนื่องเป็นเวลานาน ไม่ว่ากระดานนั้นจะดูน่าเชื่อถือแค่ไหนก็ตาม
อ่านรายละเอียดฉบับเต็มพร้อมตารางสรุปเงินที่อายัดได้ทั้งหมด: https://siambitcoin.com/2026/10/31/binance-hack-north-korea-tradertraitor-trm-chainalysis-2026/
โฆษณา