•
เมื่อวาน เวลา 22:00 • ข่าวรอบโลก

เมื่อรังเกียจกัน จะมาอยู่ร่วมกลุ่มกันทำไม

.............
 
ผมมีลูกศิษย์อินฟลูเอ็นเซอร์อายุน้อยหลายคน
พวกนี้ตั้งใจทำงานด้านต่างประเทศที่เน้นรัสเซีย ยุโรปตะวันออก และเอเชียกลาง
ผมอายุ 67 ปีแล้ว ไม่รู้ว่าจะตายวันนี้พรุ่งนี้
อินฟลูเอ็นเซอร์รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ชำนาญสหรัฐและตะวันตก
แต่กลุ่มลูกศิษย์พวกนี้ของผมเลือกที่ชำนาญตรงกันข้าม
.............
การสร้างคนสมัยนี้
ไม่ต้องมาเจอตัวกัน ไม่ต้องมีค่าใช้จ่าย
เพราะทุกอย่างแนะนำกันผ่านโลกออนไลน์ได้ทั้งหมด
อย่างเช่น 30-31 ตุลาคม 2026 ที่นครแอตแลนตา สหรัฐ
มี G20 Foreign Ministers’ Meeting
เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มจี 20
(ไม่ใช่การประชุมสุดยอดผู้นำที่เรียกว่า G20 Leaders’ Summit)
โดยมีนายมาร์โค รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เป็นเจ้าภาพ
ผมก็แนะนำให้น้องๆ เหล่านี้ติดตามและนำมาคุยกัน
เดือนหน้า ธันวาคม 2026 ที่เมืองไมอามี สหรัฐฯ ก็จะมีการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มจี 20
โดยมีทรัมป์เป็นเจ้าภาพ
การแนะนำคนรุ่นใหม่ ผมไม่ใช่แค่ให้ดูแค่ผลของการประชุม
แต่ให้ศึกษาลึกไปจนถึงตัวละคร ซึ่งเหล่านี้เป็นตัวละครที่มีบทบาทต่อโลก
ผมโชคดีที่เรียนที่ภาคความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ ม.รามคำแหง
อาจารย์ด้านนี้ของรามคำแหงสมัยนั้นไม่โดดเด่นระดับประเทศ
แต่เอาใจใส่แนะนำให้พวกเราศึกษาลงลึงถึงรัฐมนตรีต่างประเทศอย่างไซรัส แวนซ์ อเล็กซานเดอร์ เฮก (สหรัฐฯ)
ลอร์ด ปีเตอร์ คาร์ริงตัน (อังกฤษ) อันเดรย์ โกรมีโก (โซเวียต) ม็อกตาร์ กุสุมาอัตมัดจา (อินโดนีเซีย)
เอส.ราชารัตนัม (สิงคโปร์) หรือแม้แต่เหงียน โก ทัก (เวียดนาม) ฯลฯ
เมื่อจบมาแล้ว พวกเราไปเป็นนักข่าว เป็นอาจารย์ จึงทำงานได้อย่างราบรื่นและค่อนข้างลึก
การระหว่างประเทศเป็นเรื่องใกล้ตัวพวกเราเข้ามาทุกวัน
การสร้างทรัพยากรมนุษย์รุ่นใหม่ๆ ให้มีความละเอียดในเรื่องพวกนี้จึงสำคัญ
อย่างเรื่องของ G20 หรือ Group of Twenty ซึ่งเป็นเวทีที่ประเทศเศรษฐกิจสำคัญของโลก
เช่น สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ญี่ปุ่น อินเดีย เยอรมนี ฯลฯ
มาหารือว่าจะช่วยกันแก้ปัญหาที่กระทบหลายประเทศได้อย่างไร
เช่น เศรษฐกิจตกต่ำ การค้าขาย พลังงาน อาหาร และปัญหาโลกร้อน มีทั้งการประชุมระดับผู้นำประเทศและระดับรัฐมนตรี
ศิษย์อินฟลูเอ็นเซอร์รุ่นน้อง รุ่นลูก รุ่นหลานของผม สามารถบอกชื่อประเทศได้คล่อง
แต่ที่น่ายินดีก็คือ ทุกคนมีความละเอียด
ผมดูจากคำถามที่ถามผมเหมือนกันว่า ชื่อว่า G20 น่าจะมีสมาชิก 20 ประเทศและองค์กร
แต่ทำไมพวกผม/หนู นับได้ถึง 21 ประเทศและองค์กร
ผมต้องอธิบายว่าเดิมมีเดิมมี 19 ประเทศกับสหภาพยุโรป จึงเรียกว่า “กลุ่ม 20”
ต่อมาสหภาพแอฟริกาเข้าเป็นสมาชิกในปี 2023 แต่ยังใช้ชื่อ G20 เหมือนเดิมครับ
ในกลุ่มประเทศอาเซียนของเรา มีเพียงประเทศเดียวที่มีศักยภาพพอที่จะเป็นสมาชิกกลุ่ม G20
คือ อินโดนีเซีย
หลังจากนั้น ผมก็อธิบายเรื่องนี้เพื่อให้อินฟลูเอ็นเซอร์รุ่นใหม่เข้าใจคำว่าสถานะของแต่ละประเทศ
ว่าไม่ใช่ว่าทุกประเทศบนโลกใบนี้จะมีสถานะเท่ากัน
ในวงการระหว่างประเทศ บางครั้งก็มีเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งเกิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ
เรื่องเล็กน้อยกลายเป็นเรื่องใหญ่
ผู้ใหญ่ที่มีหน้าที่เจรจาความเมืองกลับทำราวกับเด็กเล่นขายของ
ทุกครั้งที่มีการประชุมระดับโลก ต้องการถ่ายรูปร่วม
แต่การประชุมการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่มจี 20 ครั้งนี้
ผู้แทนจากยุโรป แคนาดา และออสเตรเลีย ปฏิเสธที่จะถ่ายรูปร่วมกับเซรเก วิกโตโรวิช ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย
หลายคนประกาศว่า...
ถ้ามีรูปของข้าพเจ้า จะต้องไม่รูปของลาฟรอฟ
ถ้าคุณจะถ่ายรูปกับลาฟรอฟ ก็ต้องไม่มีข้าพเจ้าอยู่ในรูปนั้น
เล่นแง่เล่นงอนกันแบบนี้ ทำตัวเหมือนเด็กๆ
การเจรจาจึงไปไม่ถึงไหน ความขัดแย้งก็ยังมีอยู่
การประชุมร่วมกันระหว่างประเทศสำคัญแบบนี้
ต้องการแถลงการณ์ร่วม หรือ Joint Statement
หมายถึง ข้อความที่ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นชอบและออกประกาศร่วมกัน
ที่นักการทูตเรียกว่าจอยนต์ คะมิวนะเค
ทว่าครั้งนี้ หลายประเทศบอกว่าไม่เอา ฉันไม่อยากมีแถลงการณ์ร่วมกับแก
สหรัฐฯ จึงต้องเลี่ยงไปออกแถลงการณ์ของประธานแทน
 
โลกก็ป่วนเพราะผู้นำเป๋พวกนี้ละครับ.
2
โฆษณา