2 พ.ย. เวลา 08:27 • การศึกษา

🍎 “แอปเปิลอาบยาพิษ!” เมื่อแอปในมือถือชวนคนไทยเป็นหนี้ 20,000 บาท…แล้วใครจะปกป้องเยาวชนของเรา?

**ทุกวันนี้เราแทบไม่ต้องเดินไปขอกู้เงินที่ธนาคารแล้วครับ เพราะหนี้กำลังเดินมาหาเราถึงหน้าจอมือถือ!**
ผมได้รับ Notification จากแอปพลิเคชันหนึ่ง เขียนว่า…
“กลับมาดำเนินการสมัครใช้งาน PayLater ของคุณต่อเลย ปลดล็อกวงเงินสูงสุด ฿20,000 ได้ในไม่กี่นาที และสามารถเก็บไว้ใช้ได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการ”
อ่านข้อความแล้วผมสะดุดทันที!
ถ้าพูดเป็นภาษาชาวบ้านก็คือ…
**“มาเถอะครับ เรามีวงเงินให้คุณเป็นหนี้ได้ถึง 20,000 บาท!”**
แต่เขาไม่ได้พูดแบบนั้นหรอกครับ
เขาใช้คำว่า “ปลดล็อกวงเงิน” “ใช้ได้ทุกเมื่อ” “ไม่กี่นาที”
ฟังแล้วเหมือนเรากำลังได้รับของขวัญอะไรบางอย่าง
ทั้งที่จริง ๆ แล้ว มันคือคำเชิญชวนให้สมัครใช้สินเชื่อ!
ผมอดนึกถึงนิทานเรื่องสโนว์ไวท์ไม่ได้ครับ
**แอปเปิลอาบยาพิษลูกนั้น หน้าตาสวยงามจนใครก็อยากกัด**
แต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในอาจทำร้ายเราได้
PayLater ก็คล้ายกัน
มันสะดวกจริงครับ และถ้าใช้เป็น ก็มีประโยชน์ได้
แต่ถ้าใช้โดยไม่เข้าใจ เราอาจกำลังหยิบรายได้ในอนาคตมาใช้วันนี้ โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังแลกกับอะไร
ต้องเข้าใจก่อนนะครับว่า การได้รับวงเงินไม่ได้แปลว่าเป็นหนี้ทันที และสินเชื่อแต่ละแบบก็มีดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่างกัน
**แต่ความเสี่ยงเริ่มขึ้นเมื่อเรารู้สึกว่าวงเงินที่กดใช้ได้ คือเงินที่เรามีจริง ๆ**
อยากได้รองเท้า แต่เงินยังไม่พอ…ผ่อนก่อน
อยากได้มือถือใหม่…ผ่อนก่อน
เดือนนี้เงินตึง…ผ่อนก่อน
ทีละนิด ทีละรายการ
จนวันหนึ่งเงินเดือนออกมา ยังไม่ทันได้ใช้ ก็มีค่างวดจากอดีตรออยู่เต็มไปหมด
และสิ่งที่ผมเป็นห่วงมากที่สุดคือ **เยาวชนและคนเริ่มทำงานที่กำลังเรียนรู้เรื่องเงิน**
เราสอนให้เด็กใช้แอปพลิเคชันเก่งขึ้นทุกวัน
แต่เราสอนให้เขาเข้าใจหนี้ ดอกเบี้ย และผลของการผิดนัดชำระได้ดีพอแล้วหรือยัง?
คนอายุ 20 ปี อาจสมัครสินเชื่อบางประเภทได้ตามเงื่อนไข แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะเข้าใจผลกระทบทางการเงินระยะยาวทั้งหมด
แล้วใครควรรับผิดชอบเรื่องนี้?
ผมคิดว่าไม่ควรโยนภาระให้ผู้บริโภคอย่างเดียวครับ
บริษัทผู้ให้บริการควรออกแบบการนำเสนอสินเชื่ออย่างรับผิดชอบ เปิดเผยต้นทุนให้ชัด และไม่ทำให้การเป็นหนี้ดูเหมือนการได้รับรางวัล
พ่อแม่และสถานศึกษาควรสอนให้เด็กเข้าใจตั้งแต่ก่อนมีสิทธิสมัครว่า เงินกู้ไม่ใช่รายได้ และการผ่อนเล็ก ๆ หลายรายการรวมกันอาจกลายเป็นภาระก้อนใหญ่
ส่วนภาครัฐ ผมอยากเห็นการคุ้มครองที่ทันกับการตลาดยุคดิจิทัลมากกว่านี้
จริง ๆ ตอนนี้กระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทยกำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นเรื่องกฎกำกับ Buy Now, Pay Later อยู่แล้ว โดยเสนอทั้งเกณฑ์อายุขั้นต่ำ 20 ปี วงเงินสูงสุด 20,000 บาท และการเปิดเผยต้นทุนสินเชื่อ
ถือเป็นความเคลื่อนไหวที่สำคัญครับ
**แต่ผมอยากถามต่อว่า แล้วข้อความแจ้งเตือนที่กระตุ้นให้คนสมัครเป็นหนี้กันแทบจะทันที เราควรมีกติกาดูแลด้วยหรือเปล่า?**
เพราะการคุ้มครองคนจากปัญหาหนี้ ไม่ควรเริ่มในวันที่เขาจ่ายไม่ไหวแล้ว
แต่ควรเริ่มตั้งแต่วันที่เขากำลังจะตัดสินใจก่อหนี้ครั้งแรก
เอาจริง ๆ นะครับ…
**ผมไม่ได้กลัวเทคโนโลยีทางการเงิน แต่ผมกลัววันที่เทคโนโลยีทำให้การเป็นหนี้ง่ายกว่าการเข้าใจหนี้**
เราไม่จำเป็นต้องห้ามทุกคนใช้ PayLater
แต่เราต้องทำให้ทุกคนรู้ว่าตัวเองกำลังตัดสินใจอะไร และต้องรับผิดชอบอะไรตามมา
❤️ **อย่าให้มือถือเครื่องแรกที่พ่อแม่ซื้อให้ลูก กลายเป็นประตูบานแรกที่พาลูกเดินเข้าสู่วงจรหนี้ โดยไม่มีใครสอนวิธีเดินออกมา**
แล้วคุณล่ะครับ…
**คิดว่าแอปพลิเคชันควรมีสิทธิส่งข้อความเชิญชวนให้คนสมัครสินเชื่อได้ง่ายขนาดนี้ไหม หรือถึงเวลาที่เราควรเข้มงวดกับการตลาดที่ชวนคนเป็นหนี้มากกว่านี้แล้ว?**
อยากฟังความคิดเห็นของทั้งพ่อแม่ คนรุ่นใหม่ และผู้ประกอบธุรกิจครับ
💚 **ThaiPFA | สร้างนักวางแผนการเงิน เพื่อชีวิตการเงินที่ดีขึ้นของคนไทย**
#PayLater #BNPL #ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง #หนี้ออนไลน์ #หนี้คนรุ่นใหม่ #เยาวชนไทย #ภัยการเงิน #หนี้ครัวเรือน #รู้ทันการเงิน #การเงินส่วนบุคคล #วินัยทางการเงิน #วางแผนการเงิน #ThaiPFA
โฆษณา