แต่ถ้ามีทายาทในตระกูลมากขึ้นเรื่อย ๆ การโหวตไปในทิศทางเดียวกันก็ยากขึ้น จนนักลงทุนในตลาดหุ้นอาจเริ่มกดดันให้ยกเลิกหุ้น Class B
เพราะลองนึกภาพตามว่า ถ้าตระกูล Ford ทุกคนมีความเห็นไปคนละทาง อำนาจโหวตที่สูงมากต่อ 1 หุ้นของ Class B ก็อาจทำให้ทิศทางบริษัทไขว้เขว หรือแม้แต่เป็นอัมพาตได้เลย
เพราะมีเงื่อนไขที่ตั้งขึ้นตั้งแต่สมัยคุณเฮนรี ฟอร์ด ที่สอง เอาไว้ว่า ถ้าหุ้น Class B ยังมีไม่น้อยกว่า 60.7 ล้านหุ้น กลุ่มผู้ถือหุ้น Class B นี้ยังได้สิทธิออกเสียงคงที่ 40% อยู่
แต่ถ้าลดลงต่ำกว่านั้นเรื่อย ๆ หุ้น Class B จะถูกปรับลดอำนาจโหวตเหลือ 30% และถ้าหุ้นลดลงต่ำกว่า 33.7 ล้านหุ้น หุ้น Class B จะมีอำนาจโหวต 1 เสียงต่อ 1 หุ้น
ซึ่งโชคดีที่คุณบิล ฟอร์ด สามารถโน้มน้าวคนในตระกูลได้สำเร็จ จนปัจจุบันหุ้น Class B ก็ยังมากกว่า 60.7 ล้านหุ้น ทำให้ตระกูล Ford ยังมีอำนาจโหวต 40% เหมือนเดิม
สุดท้าย ภาพจำของตระกูล Ford ในฉากหน้าของโลกธุรกิจ คือการปฏิวัติวงการรถยนต์ในต้นทุนถูกลง ด้วยการผลิตแบบสายพานและแบ่งงานกันทำ