•
เมื่อวาน เวลา 03:01 • หุ้น & เศรษฐกิจ

Bond Connect Platform เปิดช่องลงทุนพันธบัตรรัฐบาล ซื้อขายผ่านบัญชีหุ้นถึงมือรายย่อย

รู้จัก Bond Connect Platform ช่องทางลงทุนพันธบัตรผ่านบัญชีหุ้น
Bond Connect Platform เป็นช่องทางลงทุนพันธบัตรรัฐบาลที่เปิดให้บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยสามารถจองซื้อ ถือครอง และซื้อขายพันธบัตรผ่านบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ได้ โดยเป็นความร่วมมือระหว่างตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET), สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.), กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเชื่อมโยงการลงทุนในตลาดตราสารหนี้เข้ากับระบบซื้อขายหลักทรัพย์ที่ผู้ลงทุนคุ้นเคย
ข้อมูลจาก SET ระบุว่า แพลตฟอร์มดังกล่าวรองรับการจองซื้อพันธบัตรในตลาดแรก และการซื้อขายต่อในตลาดรองผ่านระบบซื้อขายที่กำหนด โดยผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ และตรวจสอบข้อมูลการลงทุนผ่านบัญชีหลักทรัพย์ของตนเองได้
พันธบัตรออมพลัสเป็นผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดให้ลงทุนผ่าน Bond Connect Platform โดยกำหนดวงเงินลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท มีให้เลือก 2 รุ่น ได้แก่ อายุ 3 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 1.80% ต่อปี และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ยคงที่ 2.80% ต่อปี ทั้งนี้ อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขการจ่ายดอกเบี้ยให้เป็นไปตามข้อกำหนดของพันธบัตรแต่ละรุ่น
สำหรับการจองซื้อ ผู้ลงทุนต้องเปิดบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ และดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดก่อนวันเปิดจอง โดยใช้หลักการจัดสรรแบบ Small Lot First หรือจัดสรรให้ผู้ลงทุนรายย่อยที่จองซื้อในวงเงินน้อยก่อน เพื่อกระจายโอกาสให้ผู้ลงทุนในวงกว้าง แทนการจัดสรรตามลำดับก่อนหลัง (First Come, First Served)
ทั้งนี้ การจัดสรรขึ้นอยู่กับวงเงินเสนอขายและหลักเกณฑ์ที่กำหนด หากมีความต้องการจองซื้อเกินวงเงิน จะใช้วิธีจัดสรรตามหลักการ Small Lot First และคืนเงินส่วนที่ไม่ได้รับจัดสรรตามกำหนดการ
ผลตอบรับจากการเปิดจำหน่ายครั้งแรกระหว่างวันที่ 3–5 สิงหาคม 2569 สะท้อนความสนใจของผู้ลงทุนรายย่อยได้ชัดเจน โดยกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า พันธบัตรที่เสนอขายผ่าน Bond Connect Platform มีวงเงิน 2,000 ล้านบาท แต่ได้รับยอดจองซื้อสูงถึง 16,511 ล้านบาท หรือประมาณ 8 เท่าของวงเงินเสนอขาย มีผู้ได้รับจัดสรร 21,113 ราย และวงเงินจัดสรรสูงสุดต่อรายก่อนเข้าสู่กระบวนการสุ่มอยู่ที่ 117,000 บาท
ส่วนการจำหน่ายครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 7–9 กันยายน 2569 มีวงเงินเสนอขายผ่าน Bond Connect Platform อีก 2,000 ล้านบาท ได้รับยอดจองซื้อ 6,565.81 ล้านบาท หรือ 3.28 เท่าของวงเงิน มีผู้ได้รับจัดสรรผ่านช่องทางนี้ 13,705 ราย โดยวงเงินจัดสรรสูงสุดต่อรายก่อนการสุ่มอยู่ที่ 193,000 บาท ตามข้อมูลที่กระทรวงการคลังเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569
สำหรับการจำหน่ายในเดือนตุลาคม 2569 กำหนดเปิดจองระหว่างวันที่ 27–29 ตุลาคม วงเงินเสนอขายผ่าน Bond Connect Platform 2,000 ล้านบาท โดยมีพันธบัตรอายุ 3 ปีและ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 1.80% และ 2.80% ต่อปีตามลำดับ ขณะที่ สบน. วางแผนให้มีการจำหน่ายพันธบัตรออมพลัสอย่างต่อเนื่องเป็นรายเดือนในปีงบประมาณ 2570 ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2569 ถึงกันยายน 2570 เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงการออมผ่านพันธบัตรรัฐบาล
ความน่าสนใจของ Bond Connect Platform เชื่อมลงทุนตลาดแรกสู่ตลาดรอง
จุดเด่นสำคัญของ Bond Connect Platform คือการเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนรายย่อยเข้าถึงพันธบัตรรัฐบาลผ่านบัญชีหลักทรัพย์ได้สะดวกขึ้น และไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจองซื้อในตลาดแรกเท่านั้น แต่ยังเชื่อมต่อไปสู่ตลาดรอง ทำให้ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด
อีกประเด็นที่ทำให้แพลตฟอร์มนี้แตกต่างจากการจองซื้อพันธบัตรผ่านช่องทางเดิม คือหลังพ้นช่วงเวลาห้ามขายหรือ Silent Period ตามเงื่อนไขของพันธบัตร ผู้ลงทุนสามารถส่งคำสั่งขายผ่านระบบซื้อขายที่กำหนดได้ ไม่จำเป็นต้องถือพันธบัตรจนครบอายุ ซึ่งเพิ่มทางเลือกในการบริหารเงินลงทุนเมื่อมีความจำเป็นต้องใช้เงินก่อนครบกำหนด
ด้านรูปแบบการถือครอง พันธบัตรที่ซื้อผ่าน Bond Connect Platform เป็นหลักทรัพย์ในระบบไร้ใบตราสาร (Scripless) โดยบันทึกสิทธิการถือครองผ่านระบบบัญชีหลักทรัพย์ ไม่ได้ออกเป็นใบพันธบัตรหรือสมุดพันธบัตรเหมือนการถือครองในบางช่องทาง ผู้ลงทุนจึงสามารถตรวจสอบข้อมูลการถือครองผ่านบัญชีหลักทรัพย์ของตนเองได้
อย่างไรก็ตาม พันธบัตรที่ซื้อผ่านช่องทางเดิม เช่น แอปพลิเคชันเป๋าตังหรือช่องทางจำหน่ายของธนาคาร ไม่สามารถโอนมาซื้อขายผ่านบัญชีหลักทรัพย์ใน Bond Connect Platform ได้โดยอัตโนมัติ เนื่องจากเป็นการถือครองผ่านระบบและช่องทางที่แตกต่างกัน
ข้อควรระวัง ลงทุน Bond Connect Platform ต้องเข้าใจความเสี่ยงตลาดรอง
แม้การซื้อขายในตลาดรองจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินลงทุน แต่การขายพันธบัตรก่อนครบกำหนดไม่ได้หมายความว่าจะได้รับเงินต้นคืนเท่ากับมูลค่าที่ลงทุนเสมอไป เพราะราคาซื้อขายในตลาดรองเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาดและอัตราดอกเบี้ย
โดยทั่วไป เมื่ออัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวสูงขึ้น ราคาพันธบัตรเดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าอาจปรับลดลง ขณะที่หากอัตราดอกเบี้ยตลาดลดลง ราคาพันธบัตรเดิมอาจปรับเพิ่มขึ้นได้ ผู้ลงทุนที่ขายก่อนครบกำหนดจึงมีโอกาสได้รับกำไรหรือขาดทุนจากส่วนต่างราคา นอกเหนือจากดอกเบี้ยที่ได้รับระหว่างถือครอง
นอกจากนี้ พันธบัตรออมพลัสไม่มีเงื่อนไขไถ่ถอนก่อนกำหนด ผู้ลงทุนที่ต้องการเปลี่ยนเป็นเงินสดก่อนครบอายุจึงต้องขายผ่านตลาดรองภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด และอาจต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หากในช่วงเวลานั้นมีผู้ต้องการซื้อไม่มากพอ หรือราคาที่เสนอซื้อไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
อีกข้อจำกัดที่ควรทราบคือ ผู้ลงทุนต้องเป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทยและมีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์กับบริษัทหลักทรัพย์ที่เข้าร่วมโครงการ ส่วนการนำพันธบัตรไปใช้เป็นหลักประกันสามารถทำได้เฉพาะกรณีที่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของผู้ให้บริการหรือธุรกรรมที่เกี่ยวข้อง ผู้ลงทุนจึงควรตรวจสอบรายละเอียดกับบริษัทหลักทรัพย์ก่อนดำเนินการ
Bond Connect Platform จึงไม่ได้เป็นเพียงช่องทางใหม่สำหรับจองซื้อพันธบัตรรัฐบาล แต่เป็นกลไกที่เชื่อมการลงทุนในตลาดแรกเข้ากับตลาดรองผ่านบัญชีหลักทรัพย์ ช่วยให้ผู้ลงทุนรายย่อยมีทางเลือกในการจัดสรรเงินออมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การมีช่องทางซื้อขายที่สะดวกขึ้นไม่ได้ทำให้พันธบัตรปราศจากความเสี่ยง ผู้ลงทุนยังต้องพิจารณาระยะเวลาลงทุน ความจำเป็นในการใช้เงิน และความผันผวนของราคาตลาดรองควบคู่กันก่อนตัดสินใจลงทุน
โฆษณา