•
6 พ.ย. เวลา 07:49 • ภาพยนตร์ & ซีรีส์

Them 2021 (series ss1)

ปกติผมไม่ได้เป็นสมาชิกรายเดือนของ Prime Video แต่ด้วยความที่อยากดู The Terminal List เพราะเห็นคนรีวิวกันเยอะว่าดีนักดีหนาก็เลยลอง ปรากฏว่าดูถึงแค่ตอนที่ 4 ผมก็ต้องหยุดเพราะไม่ถูกจริตอย่างแรง เลยตัองหาอะไรดูเพื่อให้คุ้มเงินที่จ่ายไปสำหรับ 1 เดือน จนกระทั่งเจอเรื่องนี้
ผู้สร้าง / เขียนบท: Little Marvin (ร่วมสร้างโดย Lena Waithe)
ผู้กำกับหลัก: Nelson Cragg และ Ti West
ช่องทางรับชม: Prime Video (มีซับไทย / พากย์ไทย)
Them คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในยุค 50s โดยครอบครัวอเมริกันผิวสี ซึ่งประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูกสาว 2 คน ตัดสินใจย้ายจากทางใต้เข้าสู่ชุมชนคนขาวในลอสแอนเจลิส แน่นอนว่ายุคนั้นปัญหาเรื่องการเหยียดสีผิวยังรุนแรง ในระยะเวลาแค่10วัน พวกเขาต้องสู้กับการเหยียดจากชุมชนแต่ในบ้านพวกเขาก็ต้องสู้กับตัวเองและวิญญาณร้ายจิตป่วยที่ตามหลอนให้พวกเขาเป็นคนนอกแม้กระทั่งในบ้านและจิตวิญญาณของตัวเอง
ตั้งแต่ฉากเปิดตัว ซีรีส์ถ่ายทอดบรรยากาศความเป็นรองของคนดำในอเมริกายุคนั้นได้อย่างชัดเจน ก่อนจะตัดไปฉากที่ครอบครัวนี้นั่งรถมุ่งหน้าเพื่อหนีบางอย่างที่เคยทำร้ายพวกเขาจากที่เก่า โดยส่วนตัวผมชอบหนังหรือซีรีส์ที่พูดถึงเรื่องราวการต่อสู้ของคนดำเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยิ่งเรื่องราวเกิดขึ้นในยุค 50s ที่อะไรก็คลาสสิกไปหมด มันยิ่งดึงดูดผมเข้าไปอีก
แม้โครงหลักจะพูดถึงการเหยียดผิว แต่ก็ไม่ได้เล่าแบบดาษดื่นทั่วไป เพราะมีการสอดใส่เรื่องการต่อสู้กับสภาวะจิตใจที่บอบช้ำจากอดีตของ เฮนรี (สามี) ที่มีบาดแผลจากสงครามตามหลอกหลอน ส่วน ลัคกี้ (ภรรยา) ก็ต้องสู้กับบาดแผลจากการสูญเสียลูกชายคนเล็ก รวมถึงการต่อสู้กับผีร้ายที่ถูกสาปให้คอยจองล้างจองผานคนดำ ตรงนี้ทำให้เส้นเรื่องวายป่วงมาก แถมยังมีผีที่ตามหลอกลูกสาวเข้าไปอีก ถ้าจะบอกว่าครอบครัวนี้โชคร้ายอันดับต้นๆ ในโลกซีรีย์ก็คงไม่ผิด
นอกจากเส้นเรื่องอันวุ่นวายการต่อสู้ของครอบครัวนี้ก็ไม่เป็นสองรองใคร ทั้งตัวแม่ตัวพ่อคือไม่ยอมใคร โดยเฉพาะตัวแม่ที่ฟาดหมดไม่สนแม้เด็กเปรต อีกอย่างคือพวกเขาไม่ได้ทำตัวน่าสงสารเหมือนเรื่องอื่นๆ ที่คนดำมักถูกวางบทเป็นเหยื่อไร้ทางสู้ แต่เรื่องนี้พวกเขาพยายามสู้เพื่อสิทธิที่ควรได้ในฐานะพลเมืองอเมริกัน ทั้งการย้ายมาอยู่ในชุมชนคนขาวขี้เหยียด การส่งลูกไปโรงเรียนคนขาว หรือการทำงานในโรงงานของตัวพ่อ(เฮนรี่) สะท้อนการต่อสู้กับการเหยียดที่หยั่งรากลึกในสังคมอเมริกันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ในส่วนของการแสดง ผมชอบทั้งครอบครัวเลย รวมถึงนักแสดงฝั่งคนขาวขี้เหยียดก็เล่นได้น่าหมั่นไส้ดีนักแล ส่วนสมาชิกในตระกูลเอโมรีที่ชอบที่สุดยกให้ รูบี้ ลูกคนโต ด้วยคาแรกเตอร์แบบเด็กฉลาด ตอนนี้น่าจะเป็นนักแสดงเด็กผิวสีที่น่าจดจำที่สุดสำหรับผมไปแล้ว
แต่คนอยู่ตีบทแตกกระจายแบบไร้ข้อกังขาคือตัวแม่ตัวมัมอย่าง ลัคกี้ ที่รับบทหนักสุดในเรื่อง เพราะสภาวะอารมณ์ของเธอคือสวิงระดับรถไฟไต่นรก เดี๋ยวร้องไห้ เดี๋ยวซึมเศร้าเหม่อลอย แล้วอยู่ๆ ก็เปลี่ยนโหมดมากระโดดคว้าปืนด่าฟาดกับคนขาวหน้าบ้านแบบไม่สน ไหนจะต้องรับมือกับภาพหลอน ผีร้าย และจิตวิญญาณตัวเองที่ค่อยๆ พังทลาย ทำให้ตลอดทั้งเรื่องเธอเหมือนยืนอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างความบ้าคลั่งกับความสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ต้องปกป้องครอบครัวจากทุกอย่างที่โถมใส่ในเวลาแค่ 10 วัน จนคนดูอย่างเราลุ้นตามจนประสาทจะกินตามไปด้วย
ซีซั่น 1 มี 10 EP แต่ละตอนยาวเกือบ 1 ชม.ส่วนตัวคิดว่ายืดเยื้อเกินไป บางตอนไม่มีอะไรเลยเหมือนทีมสร้างตั้งใจทำให้ครบ 10 วันตามโครงเรื่อง เข้าใจว่าในความเป็นจริงมันต้องมีวันธรรมดาบ้าง ไม่ได้หนักหน่วงทุกวัน แต่ก็ควรรวบรัดเพื่อทำให้เนื้อเรื่องเข้มข้นน่าติดตามขึ้นอีกส่วนที่ไม่ชอบคือตอนสุดท้ายมาระเบิดตู้ม! ปัญหาทั้งหมดถูกแก้ในวันเดียว ทั้งผีร้ายและคนขาวขี้เหยียดถูกกระจุกไว้ในตอนเดียว เหมือนบ้านกลายเป็นสนามแข่งเกมที่แต่ละคนต้องสู้กับศัตรูในแต่ละห้อง แล้วตัวแม่เดินเข้าไปช่วยทีละคนจนสุดท้ายก็ เย้! ชนะ จบ!
สรุป เรื่องนี้เหมาะกับคนที่ชอบประวัติศาสตร์อเมริกันเคล้าดราม่าแซ่บๆแบบตัวแม่ตัวมัม หากใครเบื่อเรื่องราวดราม่าคนผิวสีเรื่องนี้อาจไม่ตอบโจทย์ แต่ถ้าเป็นสายกระตุกจิตกระชากวิญญาณให้ฟิวแบบหนังคนดำแบบ US หรือ Get Out เรื่องนี้ก็น่าจะโดนเส้นได้ไม่ยาก แม้จะเดินเรื่องช้าแต่สำหรับผมก็คุ้มค่าที่จะดู เหมือนนั่งจิบกาแฟดูงานศิลปะกลางทะเลทรายซาฮาร่า
ตัดเกรด ⭐️⭐️⭐️
7/10
ณ ส.สุข
โฆษณา