4 ชั่วโมงที่แล้ว • ธุรกิจ

ทำไม OR ลงทุน 2,200 ล้านบาท ซื้อหุ้นใหญ่บริษัทท่อส่งน้ำมัน ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือภาคอีสาน ทุก 100 ลิตรของเบนซินและดีเซลที่คนใช้กัน เป็นน้ำมันของ OR ราว 47 ลิตร
และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นตลาดน้ำมันใหญ่เป็นอันดับ 2 ของไทย ใช้เชื้อเพลิงราว 17% ของทั้งประเทศ รองจากภาคกลางที่ 36%
ซึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สัดส่วนการใช้นำมัน 62% เป็นน้ำมันดีเซล (HSD)
แม้ OR ขายน้ำมันได้มากขนาดนี้อยู่แล้ว แต่กลับเข้าไปถือหุ้นใหญ่ใน TPN บริษัททำท่อส่งน้ำมันสายสระบุรี-ขอนแก่น ด้วยเงินลงทุนไม่เกิน 2,200 ล้านบาท
เงินก้อนนี้ซื้ออะไรให้ OR
และท่อส่งน้ำมันทำเงินได้อย่างไร ?
ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง
เริ่มจากทางที่น้ำมันเดินทางมาถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ประเทศไทยนำเข้าน้ำมันดิบราว 90% และมีโรงกลั่น 6 แห่ง อยู่ในภาคตะวันออกและภาคกลาง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่มีโรงกลั่น น้ำมันทั้งหมดจึงต้องเดินทางมาจากที่อื่น
วิธีขนส่งน้ำมันในไทยมี 4 แบบ คือ รถบรรทุก เรือ รถไฟ และท่อ
รถบรรทุก เป็นวิธีหลักของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รถบรรทุกมีต้นทุนต่อหน่วยสูงที่สุด และต้นทุนผูกกับราคาดีเซลโดยตรง ถ้าดีเซลแพงขึ้น ค่าขนส่งขึ้นตามทันที แต่มีข้อดีคือยืดหยุ่น ส่งเป็นล็อตเล็กได้ และเป็นวิธีเดียวที่ไปถึงปั๊มน้ำมัน
เรือถูกมาก แต่ไปได้เฉพาะเส้นทางน้ำ เช่น ภาคใต้
ส่วนรถไฟมีข้อจำกัดเรื่องรางเดี่ยว รถไฟขนน้ำมันต้องรอหลบให้รถไฟโดยสาร
ดังนั้น ท่อมีประสิทธิภาพสูงสุดในระยะยาว ปล่อยมลพิษต่ำสุด และน้ำมันไหลต่อเนื่องไม่ต้องรอรถ
แต่ต้องลงทุนมากที่สุดด้วย..
ในยุโรปและอเมริกา ท่อส่งน้ำมันยาวเป็นพันกิโลเมตรถือเป็นเรื่องปกติ
และต้องบอกว่า ท่อไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ ปตท. ซึ่งธุรกิจน้ำมันของ OR เคยอยู่ภายใต้องค์กรนี้
ปตท. เคยวางท่อก๊าซใต้ทะเลเส้นแรกเมื่อยุคโชติช่วงชัชวาล ที่ในเวลานั้นยาวที่สุดในโลก และท่อก๊าซนั้นเองที่นำไปสู่โรงแยกก๊าซและโรงกลั่นน้ำมันตามมา
ท่อส่งน้ำมันของไทย เริ่มมีบทบาทเมื่อราว 30 ปีก่อน เส้นแรกคือ Thappline ที่เชื่อมโรงกลั่นภาคตะวันออกมาถึงสระบุรี ยาว 360 กิโลเมตร
สระบุรีจึงเป็นจุดที่ท่อ TPN หรือ Thai Pipeline Network เข้ามาต่อ
โดย TPN คือ ผู้ให้บริการระบบขนส่งผลิตภัณฑ์นํ้ามันทางท่อ และบริหารจัดการคลังนํ้ามันแบบครบวงจร
ระบบท่อ TPN เริ่มที่สระบุรี วิ่งผ่าน 5 จังหวัด คือ สระบุรี ลพบุรี นครราชสีมา ชัยภูมิ และขอนแก่น รวม 342 กิโลเมตร ไปสิ้นสุดที่คลังน้ำมันใน อ.บ้านไผ่ ขอนแก่น ซึ่งท่อมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 14 นิ้ว
TPN ระบุว่าโครงการเตรียมงานมานานกว่า 8 ปี เพราะท่อต้องผ่านชุมชน หมู่บ้าน และวางขนานไปกับถนน ซึ่งมีเรื่องเขตทางต้องจัดการ ส่วนการก่อสร้างใช้เวลาราว 3-4 ปี
ตลอดแนวท่อมีสถานีบล็อกวาล์ว 11 สถานี คอยกั้นน้ำมันเป็นช่วง ๆ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
มีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง มีสายส่งสัญญาณตามแนวท่อ ใช้โดรนบินตรวจแนวท่อ และนำ AI มาช่วยตรวจจับความผิดปกติ
ท่อเส้นเดียวนี้ ส่งน้ำมันได้หลายชนิดสลับกัน เป็นน้ำมันที่จะนำไปทำแก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 และดีเซล โดยดีเซลคิดเป็นราว 70% ของน้ำมันในท่อ
สำหรับคลังที่ขอนแก่น TPN ซื้อที่ดินรวม 200 ไร่ เป็นพื้นที่ถังจัดเก็บ 175 ไร่ เก็บน้ำมันได้รวม 157 ล้านลิตร ซึ่งเป็นระดับ 90% ของความจุถังตามกฎหมาย
เมื่อน้ำมันมาถึง จะถูกผสมกับเอทานอลและสารเติมแต่ง ระหว่างจ่ายลงรถบรรทุก ซึ่งคลังรองรับหลายค่าย เช่น Caltex, Shell, OR และ Bangchak ที่แต่ละค่ายมีสูตรสารเติมแต่งเป็นความลับทางธุรกิจ
ระบบจึงฉีดสารตามสูตรของแต่ละค่ายแบบอัตโนมัติ
แล้วท่อเส้นนี้ ใหญ่แค่ไหน ?
ทอมีกำลังขนส่งปัจจุบันที่ 5,443 ล้านลิตรต่อปี และจะขยายได้ถึง 7,330 ล้านลิตรต่อปี
และถ้าหารเป็นรายวัน 5,443 ล้านลิตรต่อปี เท่ากับราว 15 ล้านลิตรต่อวัน เมื่อเทียบกับที่คนไทยใช้น้ำมันทั้งประเทศราว 154 ล้านลิตรต่อวัน ท่อเต็มกำลังจึงเทียบได้ราว 10% ของการใช้น้ำมันทั้งประเทศ
ต้องบอกว่า ไม่ใช่ใครคิดจะทำท่อ ก็ทำได้เลย เพราะใช้เงินทุนสูงมาก อย่างท่อส่งน้ำมันสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือและสายเหนือ แต่ละเส้นทางใช้เงินลงทุนราว 10,000 ล้านบาท..
ซึ่งเงินระดับนี้จะคืนทุนได้ก็ต่อเมื่อมีน้ำมันไหลผ่านมากพอ
กรณี Thappline เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ผู้ประกอบการยังลังเลลงทุนเพราะผลตอบแทนยังต่ำ ต่อมาเมื่อคนไทยใช้น้ำมันมากขึ้นจนมีปริมาณรองรับพอ ท่อสายแรกจึงให้ผลตอบแทนที่ดี
ตอนนี้ตลาดน้ำมันไทยใหญ่ แต่เริ่มเติบโตช้า การใช้น้ำมันเฉลี่ย 8 เดือนแรกของปีอยู่ที่ราว 154 ล้านลิตรต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนราว 1% และยังไม่กลับไปเท่าก่อนโควิด-19
ปริมาณน้ำมันที่จะไหลเข้าท่อ TPN จึงมาจากน้ำมันที่เดิมไปทางรถเป็นหลัก
มาถึงเรื่องเงินลงทุน 2,200 ล้านบาทของ OR
คุณนิสิต พงษ์วุฒิประพันธ์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธองค์กร บริษัท OR เปิดเผยว่า
เงินจำนวนนี้ทำให้ OR ถือหุ้น TPN อยู่ 55.4%
ส่วนอีก 44.6% เป็นของ EGCO ซึ่งเข้ามาถือก่อนหน้านั้น
โดยเงินของ OR ส่วนใหญ่ถูกนำเข้า TPN เพื่อปรับโครงสร้างหนี้และชำระคืนเจ้าหนี้
ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ OR มีส่วนแบ่งการตลาดถึง 47%
จึงเป็นเหตุผลสำคัญของการเข้าลงทุนใน TPN เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขันกับผู้เล่นรายอื่นในภูมิภาคนี้
อีกเหตุผลคือ ธุรกิจน้ำมันมีเพดานค่าการตลาดกำกับอยู่ ผู้ค้าจึงปรับราคาเพื่อเพิ่มกำไรได้ยาก การสร้างกำไรต้องมาจากการคุมต้นทุน และการลงทุนในท่อจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ
OR ประเมินว่า การลงทุนในท่อขนส่งน้ำมัน อาจช่วยสามารถลดต้นทุนลงได้กว่า 20%
ซึ่งมาจากการปรับปรุงภายในบริษัท, ค่าขนส่ง, การปิดคลังน้ำมันที่ไม่จำเป็น ซึ่งประหยัดทั้งเงินลงทุน ค่าบุคลากร และค่าดำเนินงานคลัง
 
เมื่อให้ความสำคัญกับท่อขนส่งน้ำมันมากขึ้น OR จึงมีแผนปิดคลังที่ไม่จำเป็นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
อย่างคลังอุดรธานี ปิดไปแล้วเมื่อราว 4-5 ปีก่อน
คลังศรีสะเกษ เลิกใช้แล้ว
และคลังขอนแก่นแห่งเดิม ที่ส่งน้ำมันทางรถ คาดว่าจะปิดในอีก 1-2 ปีข้างหน้า
เมื่อแผนเสร็จ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเหลือคลังหลัก 2 แห่ง คือ คลัง TPN ที่ขอนแก่น ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือเหนือและกลาง กับคลังอุบลราชธานี ดูแลภาคตะวันออกเฉียงเหนือใต้
ส่วนภาคเหนือ OR จะทยอยลดบทบาทคลังที่ไม่จำเป็น โดยดูควบคู่กับเรื่องความมั่นคงทางพลังงานยามเกิดวิกฤต
ส่วนตัวธุรกิจ TPN เอง ผลประกอบการที่ผ่านมายังขาดทุน เพราะน้ำมันเพิ่งเริ่มเข้าท่อ
แต่ OR คาดว่าในอีกราว 2 ปี เมื่อย้ายปริมาณขนส่งมาลงท่อเต็มที่ TPN จะพลิกกลับมาทำกำไร และอาจแตะระดับ 100 ล้านบาท
โดย OR จะได้ส่วนแบ่งกำไรกลับมา เหมือนได้ค่าบริการขนส่งอีกทางหนึ่ง..
อีกทั้งท่อยังช่วยลดความแออัดบนถนนช่วงเทศกาล เพราะช่วยบรรเทาปริมาณการขนส่งทางบก อย่างปีใหม่และสงกรานต์ ที่น้ำมันถูกใช้มาก และเดิมรัฐต้องผ่อนผันให้เฉพาะรถบรรทุกน้ำมันวิ่งได้
ดังนั้น การลงทุน 2,200 ล้านบาทของ OR ใน TPN เลยเป็นมากกว่าแค่การซื้อหุ้นในบริษัททำท่อส่งน้ำมัน
เพราะยังเป็นการลงทุนเพื่อเปลี่ยนวิธีขนส่งน้ำมัน ลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขันในตลาดที่ OR มีส่วนแบ่งสูงที่สุดอยู่แล้ว
จากเดิมที่น้ำมันจำนวนมาก ต้องเดินทางขึ้นรถบรรทุก เพื่อข้ามหลายจังหวัดกว่าจะมาถึงปั๊มน้ำมัน
วันนี้น้ำมันบางส่วนกำลังเปลี่ยนมาเดินทางผ่านท่อใต้ดินระยะทาง 342 กิโลเมตร
สำหรับคนทั่วไป เราอาจไม่เคยมองเห็นท่อเส้นนี้ และอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่า น้ำมันในรถเดินทางมาถึงเราได้อย่างไร
ทว่าสำหรับ OR ท่อเส้นนี้ กำลังเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐาน ที่ช่วยรักษาความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจ ไปอีกหลายปี..
โฆษณา