ในวันนี้ผมอยากชวนทุกคนคุยเรื่องการสร้างนวัตกรรม ในยุค AI นี้ ซึ่งหลักการด้านการจัดการนวัตกรรมนั้นมีมานานแล้ว และสามารถประยุกต์ใช้ได้ตามบริบทของแต่ละยุค รวมถึงยุคนี้ด้วย
หลุมพรางอย่างหนึ่งของยุคนี้ หลายคนมักจะคิดว่า เรามี AI ที่ทรงพลังแล้ว การสร้างนวัตกรรมมันก็จะง่ายตามมาด้วย นั่นเป็นจริงส่วนหนึ่ง มันช่วยร่นระยะเวลาในการคิดได้จริง โดยเฉพาะงานที่ทำซ้ำ ๆ แต่หากไม่มีกระบวนการที่เหมาะสมในการกลั่นนวัตกรรมออกมาแล้ว ต่อให้ใช้ AI ด้วยโมเดลที่ล้ำแค่ไหน ก็ไม่สามารถสร้างคุณค่าออกมาเป็นโซลูชั่นใหม่ ๆ ทางธุรกิจ ที่สร้างผลกระทบกับผู้คนได้
เหมือนที่หลาย ๆ องค์กรเป็นอยู่ในขณะนี้ เร่งการใช้ AI ภายในองค์กร (ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระแส AI ในปีนี้ด้วย) แต่ถ้าดูกันแบบตรงไปตรงมา อาจจะตอบได้ไม่เต็มปากว่ามันสร้างคุณค่าหรือ Value ให้กับองค์กรได้จริง รวมไปจนถึงผลลัพธ์เชิงนวัตกรรมด้วย
🔹 New to Firm (ใหม่ต่อองค์กร): โลกทำแล้ว แต่เรายังไม่เคยทำ โฟกัสที่การลดต้นทุน เพิ่มความเร็ว และสร้าง Operational Excellence
🔹 New to Market (ใหม่ต่อตลาด/อุตสาหกรรม): คู่แข่งในตลาดเรายังไม่มีใครทำ โฟกัสการสร้าง First-Mover Advantage เพื่อยึดส่วนแบ่งทางการตลาดในน่านน้ำใหม่ (Blue Ocean)
🔹 New to World (ใหม่ระดับโลก): ไม่เคยมีปรากฏในงานวิจัยหรือสิทธิบัตรใดในโลก โฟกัสการสร้าง Breakthrough Technology และยึดครองทรัพย์สินทางปัญญา (IP Asset) เพื่อสร้างเกราะป้องกันธุรกิจระยะยาว
3️⃣ As-Is vs. To-Be Value Mapping: เขียนแผนผังเปรียบเทียบกระบวนการทำงาน ระหว่างของเดิม และแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและ คุณค่าหรือ Value ที่เพิ่มขึ้น
4️⃣ Market Scan & Competitor Benchmarking Matrix: เสิร์ช Google ด้วยภาษาของลูกค้า ใช้ AI กวาดคู่แข่งในอุตสาหกรรม แล้วนำผู้เล่นหลัก 3–5 รายมาทำตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ ชี้ให้เห็นช่องว่างที่ตลาดยังไม่มีใครแก้ปัญหาได้
5️⃣ IP & Prior Art Search: สืบค้นสิทธิบัตรผ่าน Google Patents หรือกรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP) เพื่อประเมิน Freedom to Operate และโอกาสในการจดคุ้มครองเป็นทรัพย์สินทางปัญญาขององค์กร แนวทางนี้อาจยากสักหน่อย และเหมาะกับองค์กรที่มีหน่วยงานด้านการวิจัยและพัฒนา หรือการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาแล้ว
🧭 3 ก้าวที่ Future Perfect ขอฝากไว้
The Future Perfect Method แนะนำให้เริ่มจากภาพอนาคต แล้วเดินย้อนกลับมาหาก้าวแรก ใน 3 ขั้น คือ Will have – Map back – Act now หรือ เห็นภาพฉาย – ไล่ย้อนกลับ – ขยับทำเลย
1️⃣ Will have: นวัตกรรมที่มีคุณค่า ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นที่ "ความใหม่ระดับโลก" เสมอไป อย่างน้อยนวัตกรรมระดับ "ใหม่ต่อองค์กร" ที่แก้ Pain Point ได้ตรงจุด และมีหลักฐานยันความใหม่ที่แน่นหนา คือสิ่งที่สร้าง ROI ได้เร็วและคุ้มค่าที่สุดในความเป็นจริงทางธุรกิจ ถือเป็นความสำเร็จก้าวแรกที่ดีแล้ว