เมื่อวาน เวลา 16:07 • กีฬา

# ค่ำคืนแห่งสายฝนที่มอสโก

# เกมนัดชิงชนะเลิศของถ้วยยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกในปี 2008 ถือว่าเป็นครั้งแรกที่จัดแข่งขันกันที่กรุงมอสโกในประเทศรัสเซีย นอกจากนั้นก็ยังเป็นครั้งแรกที่สโมสรจากอังกฤษเข้าชิงกันเองซึ่งก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เชลซี
# สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พวกเขาเคยมีประสบการณ์คว้าแชมป์ถ้วยยูซีแอลมาแล้ว 2 ครั้งโดยครั้งแรกเกิดขึ้นในปี 1968 ในสมัยที่ยังใช้ชื่อถ้วยว่า ยูโรเปียน คัพ ขณะที่ในครั้งที่ 2 พวกเขาก็พลิกนรกด้วยการเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิค ในปี 1999
# ขณะที่เชลซี พวกเขาเพิ่งมีโอกาสเข้าสู่รอบชิงของถ้วยยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเป็นสมัยแรก โดยก่อนหน้านั้นพวกทำได้ใกล้เคียงที่สุดคือ เข้ารอบรองชนะเลิศในปี 2003 และ 2005
# โดยในเกมนัดชิงของปี 2008 ทางยูฟ่าก็เลือกผู้ตัดสินจากสโลวาเกียอย่าง ลูบอส มิเชล ให้ลงทำหน้าที่ในเกมนัดนี้ ขณะที่ในส่วนของ 2 ทีมคู่ชิงทั้งคู่ต่างก็ส่งผู้เล่นที่ดีที่สุดลงสนาม
# โดยฝั่งปีศาจแดง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ขนผู้เล่นตัวหลักลงครบครันทั้ง เวนย์ รูนีย์ / คริสเตียโน่ โรนัลโด้ / ริโอ เฟอร์ดินานด์ / เนมานย่า วิดิช / เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ / ไมเคิล คาร์ริค / คาร์ลอส เตเบซ รวมไปถึงให้โอกาสแก่ พอล สโคลส์ ที่ติดโทษแบนจนอดลงสนามในเกมนัดชิงเมื่อปี 1999
# ขณะที่ฝั่งสิงห์บลูส์ อัฟราม แกรนท์ กุนซือชาวอิสราเอลก็จัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงเต็มอัตราทั้ง จอห์น เทอร์รี / แฟรงค์ แลมพาร์ด / มิชาเอล บัลลัค / ปีเตอร์ เช็ก / ดิดิเยร์ ดร็อกบา / แอชลีย์ โคล / ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ รวมถึง มิคาเอล เอสเซียง
# เกมในช่วงแรกทั้ง 2 ทีมต่างก็เล่นด้วยความระมัดระวัง เพราะไม่ต้องการให้พลาดพลั้งเสียประตูไปก่อน แต่แล้วในนาทีที่ 26 ปีศาจแดงก็มาได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะโยนบอลเข้ากลางของ เวส บราวน์และเป็น โรนัลโด้ ที่กระโดดเทคตัวโหม่งคนเดียวโล่งๆ
# หลังจากตกเป็นฝ่ายตามหลัง เชลซีก็ต้องเปิดเกมบุกมากขึ้น แต่พวกเขาก็เกือบเสียประตูเพิ่มหลังแมนยูได้โอกาสจากการยิงของคาร์ริค แต่เช็กยังช่วยเซฟให้ทีมสิงห์บลส์ตามอยู่แค่ประตูเดียว
# แต่ก่อนที่จะจบครึ่งแรก เชลซีก็มาตีเสมอจากจังหวะยิงของเอสเซียงที่บอลไปแฉลบเฟอร์ดินานด์ ก่อนจะมาเข้าทางของแลมพาร์ดซึ่งดาวเตะทีมชาติก็ยิงเข้าไป ทำให้เกมในครึ่งแรกทั้งคู่เสมอกันที่ 1-1
# ช่วงครึ่งหลังก็มีสายฝนตกลงมาโปรยปรายและตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ทั้ง 2 ทีมต่างเจอความยากลำบากในการคอนโทรลลูกฟุตบอล โดยเกมในครึ่งหลังกลับเป็นเชลซีที่ทำได้ดีและบุกกดดันใส่แมนยูไนเต็ดได้อย่างต่อเนื่อง โดยพวกเขามีโอกาสได้ประตูขึ้นนำแต่ลูกยิงของดร็อกบาไปชนเสาเสียก่อน
# แมนฯยูไนเต็ด อาศัยเกมรับที่เหนียวแน่นจนสามารถต้านทานเกมบุกของเชลซีเอาไว้ได้ ทำให้ทั้ง 2 ทีมต้องไปลุ้นกันต่อในช่วงต่อเวลาพิเศษ โดยต่างฝ่ายก็มีลุ้นประตูขึ้นนำทั้งลูกยิงชนคานของแลมพาร์ด รวมถึงลูกยิงด้วยเท้าขวาของ ไรอัน กิ๊กส์ ที่ถูกเทอร์รีสกัดออกหลังไปได้
# แต่แล้วจุดเปลี่ยนของเกมก็เกิดขึ้นจากจังหวะโต้เถียงกันระหว่างเตเบซกับเทอร์รีและบัลลัค ทำให้เกิดการชุลมุนกันระหว่างผู้เล่นทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งมีจังหวะที่ดร็อกบาใช้มือตบไปที่ใบหน้าของวิดิช
# ผู้ตัดสินได้รับรายงานจากผู้ช่วยตัดสิน ทำให้เขาตัดสินใจแจกใบแดงไล่ดร็อกบาที่ไปเล่นนอกเกมใส่วิดิช ทำให้เชลซีเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน แต่ช่วงเวลาที่เหลือฝั่งปีศาจแดงก็ไม่สามารถที่จะเจาะเกมรับของฝั่งสิงห์บลูส์ได้ ทำให้สุดท้ายแล้วต้องมาวัดกันที่การยิงจุดโทษตัดสิน
# ช่วงการยิงจุดโทษถือว่าเป็นการวัดใจและมีความกดดันแบบสุดขีด โดยในช่วงเวลานี้ต่างฝ่ายก็ไม่มีทีมใดได้เปรียบหรือเสียเปรียบกันอีกแล้ว โดยเป็นฝ่ายแมนฯยูไนเต็ดได้เป็นฝ่ายยิงก่อนซึ่งเตเบซก็ยิงเข้าไปไม่มีพลาด
# คนแรกของเชลซี คือ บัลลัค และเขาก็ยิงตีเสมอให้เชลซี คนที่ 2 ของทั้งแมนยูและเชลซีก็ยิงเข้าทั้งคู่ จนกระทั่งโรนัลโด้มาเป็นมือสังหารคนที่ 3 ให้ทีมปีศาจแดง แต่ทว่าเขากลับยิงไปติดเซฟของปีเตอร์ เช็ก ทำให้แมนยูตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก
# แลมพาร์ดและแอชลีย์ โคล ยิงให้เชลซียังคงเป็นทีมที่กุมความได้เปรียบในการคว้าแชมป์ ส่วนคนที่ 5 ของแมนยูอย่าง นานี ต้องยิงจุดโทษท่ามกลางความกดดันแต่เขาก็ยังยิงเข้าและต่อลมหายใจให้แมนยูไปได้อีกเฮือก
# คนที่ 5 ของเชลซี คือ จอห์น เทอร์รี ซึ่งถ้าเขายิงเข้าไปจะทำให้เชลซีคว้าแชมป์ยูซีแอลเป็นสมัยแรกและเขาจะเป็นผู้ชูถ้วยแชมป์ในฐานะกัปตันทีมของเชลซี แต่ทว่าเหมือนโชคชะตาเล่นตลก เพราะจังหวะที่เทอร์รีง้างเท้ายิง เขาดันลื่นทำให้ลูกฟุตบอลพุ่งไปชนเสาและออกข้าง นั่นจึงทำให้การยิงจุดโทษยังต้องยืดเยื้อกันต่อไปในช่วงซัดเดนเดธ
# ในช่วงซัดเดนเดธ อันแดร์สันกดเต็มข้อไปตรงกลางประตูช่วยให้แมนยูกลับมาเป็นฝ่ายได้เปรียบ ส่วนเชลซีก็ได้ กาลู ยิงตีเสมอหลังจากนั้นกิ๊กส์ก็ยิงให้แมนยูนำอีกครั้งพร้อมกับกดดันผู้เล่นของเชลซีที่จะยิงเป็นต่อไป
# นิโกลาส์ อเนลก้า ที่เกมนี้ลงมาเป็นตัวสำรองเดินออกมาเพื่อยิงจุดโทษให้เชลซีตีเสมอ แต่สีหน้าของเขากลับเต็มไปด้วยความกดดันและไม่มีความมั่นใจซึ่งสุดท้ายแล้วเขาก็ยิงไปติดเซฟของฟาน เดอ ซาร์ และนั่นจึงทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกลายเป็นผู้ชนะในเกมนี้พร้อมกับคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกได้เป็นสมัยที่ 3
# หลังจบเกมที่ลุ้นกันอย่างยาวนาน ขุนพลนักเตะปีศาจแดงก็ได้ฉลองแชมป์ยูซีแอลกันอย่างสุดเหวี่ยงท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในกรุงมอสโก ส่วนฝ่ายผู้แพ้อย่างเชลซีก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไปอย่างสุดเจ็บปวด โดยเทอร์รีผู้ยิงจุดโทษพลาดออกอาการผิดหวังอย่างชัดเจนและเสียน้ำตาอย่างมากมายให้กับความพ่ายแพ้ในครั้งนี้
#ยูซีแอล2008
#แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด
#เชลซี
#นักฟุตบอลนอกกระแส
เกมนัดชิงยูซีแอลของปี 2008 เป็นการเจอกันของ 2 ทีมจากอังกฤษคือ แมนยูและเชลซี
โรนัลโด้ โขกทำประตูให้แมนยูขึ้นนำไปก่อน
แต่แลมพาร์ดก็มายิงตีเสมอให้กับเชลซี ในช่วงก่อนหมดครึ่งแรก
ดร็อกบา มาโดนใบแดงในช่วงต่อเวลาพิเศษ หลังจากเอามือไปตบหน้าวิดิช
จอห์น เทอร์รี ยิงจุดโทษพลาดทำให้ชวดโอกาสทองที่จะทำให้เชลซีคว้าชัยชนะ
เอ็ดวิน ฟาน เดอ ซาร์ เซฟลูกยิงของอเนลก้าและทำให้แมนยูคว้าแชมป์ยูซีแอลเป็นสมัยที่ 3
แลมพาร์ดเข้ามาปลอบใจเทอร์รีที่ออกอาการเสียใจอย่างหนัก
นักเตะแมนยูฉลองแชมป์ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ซึ่งนี่ก็เป็นการคว้าแชมป์ยูซีแอลครั้งล่าสุดของพวกเขา
โฆษณา