•
3 ชั่วโมงที่แล้ว • กีฬา

ดึงเสื้อเหมือนกัน มาตรฐานอยู่ตรงไหน?

จังหวะที่ไค ฮาแวร์ตซ์ถูกดึงเสื้อในเกมกับฮัลล์ จน VAR เรียกกรรมการไปดูจอ ทำให้เกิดคำถามถึงเหตุการณ์ของอเล็กซานเดอร์ อิซัคในสัปดาห์ก่อนทันที เมื่อกองหน้าลิเวอร์พูลถูกเยอร์เรียน ทิมเบอร์ดึงเสื้อขณะพยายามเข้าถึงบอล แต่ไม่มีการเรียกผู้ตัดสินไปทบทวนคำตัดสินข้างสนาม
กรณีอิซัค มีรายงานว่าทีม VAR มองว่าเป็นการดึงเล็กน้อย ไม่ต่อเนื่องพอให้แทรกแซง ส่วนกรณีฮาแวร์ตซ์ ผู้ตัดสินดูภาพแล้วยอมรับว่ามีการฟาวล์ แม้สุดท้ายจะไม่ได้จุดโทษเพราะตัดสินว่าล้ำหน้า
ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า เหตุใดการดึงครั้งหนึ่งจึงมากพอให้ทบทวน แต่อีกครั้งกลับถูกประเมินว่าไม่ส่งผลมากพอ?
การพิจารณาจังหวะของอิซัคไม่ควรหยุดอยู่แค่ว่า ทิมเบอร์ดึงแรงแค่ไหนหรือดึงนานเพียงใด แต่ต้องดูด้วยว่าแรงดึงนั้นขัดขวางโอกาสเล่นบอลอย่างไร เพราะแนวทางของพรีเมียร์ลีกให้ความสำคัญกับผลกระทบต่อการเคลื่อนที่และความสามารถในการเข้าถึงบอลของคู่แข่งด้วย
อิซัคกำลังพยายามเข้าถึงบอลเพื่อโหม่ง การถูกดึงในช่วงนั้นอาจทำให้เสียจังหวะก้าว กระโดดไม่เต็มที่ หรือเข้าถึงบอลช้าลงเพียงเสี้ยววินาที ซึ่งเพียงพอจะเปลี่ยนโอกาสทำประตูให้กลายเป็นการพลาดบอลได้ นี่คือเหตุผลที่จังหวะดังกล่าวถูกวิจารณ์ว่าควรเป็นจุดโทษ เพราะการดึงอาจขัดขวางโอกาสเล่นบอลโดยตรง
การที่อิซัคยังทรงตัวอยู่ได้ จึงไม่ได้แปลว่าเขาไม่ได้รับผลกระทบ
นักเตะไม่ควรต้องล้มลงหรือประท้วงอย่างหนัก เพื่อให้ผู้ตัดสินมองเห็นความเสียเปรียบ หากยังพยายามเล่นต่อแต่เสียโอกาสจากการถูกดึง ความพยายามนั้นก็ไม่ควรกลายเป็นเหตุให้การฟาวล์ถูกมองข้าม
ต้องแยกให้ชัดว่า การไม่เรียกกรรมการไปดูจอไม่ได้หมายความว่า VAR ไม่ตรวจ แต่หมายถึงทีม VAR ไม่เห็นเหตุผลเพียงพอให้ทบทวนคำตัดสินเดิม ดังนั้น สิ่งที่ต้องตั้งคำถามคือคุณภาพและความสม่ำเสมอของการประเมินนั้น
สองจังหวะไม่จำเป็นต้องจบด้วยคำตัดสินเหมือนกัน แต่ต้องอธิบายได้ด้วยเกณฑ์เดียวกันว่า การดึงส่งผลต่อโอกาสเล่นบอลต่างกันอย่างไร การที่ฮาแวร์ตซ์ไม่ได้จุดโทษในท้ายที่สุด ไม่ได้ตอบคำถามว่าทำไมจังหวะของอิซัคจึงไม่มากพอให้กรรมการไปดูด้วยตาตัวเอง
เมื่อผู้เล่นมีโอกาสเข้าถึงบอลและถูกดึงจนเสียจังหวะ สิ่งที่ควรถูกพิจารณาคือโอกาสที่ถูกขัดขวาง ไม่ใช่รอดูว่าเขาจะล้มลงหรือไม่
#premierleague #เจษซอย7
โฆษณา