โพสต์

Xiaozhu ผู้ให้บริการแบบเดียวกับ Airbnb ในจีน เตรียมนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้ยกระดับความปลอดภัย
Xiaozhu ผู้ให้บริการให้เช่าที่พักแบบ Sharing Economy ในประเทศจีน (โมเดลคล้ายกับ Airbnb) เตรียมนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้าเข้ามาใช้ระบุตัวตนผู้เข้าพัก, เช็กอินเข้าที่พัก เพื่อเสริมมาตรการความปลอดภัยของผู้ให้เช่า โดยอิงข้อมูลจากแบล็กลิสต์บัญชีผู้ใช้งานที่ไม่น่าไว้ใจ โดยเทคโนโลยีดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์จากอาลีบาบา (Alibaba) อีคอมเมิร์ซที่เพิ่งลงทุนใน Xiaozhu ไป 300 ล้านเหรียญสหรัฐ
เบื้องต้นคาดการณ์ว่าการนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้ามาใช้กับที่พักของ Xiaozhu ยังอยู่ในระหว่างขั้นตอนการทดสอบในระยะแรก โดย 80% ของบ้านที่เข้าร่วมแพลตฟอร์ม Sharing Economy ในเมืองเฉิงตู มณฑลเสฉวน จะได้เข้าร่วมโครงการไพลอตนี้ในปีหน้า พร้อมติดตั้งระบบความปลอดภัยอื่นๆ เช่น ระบบตรวจจับควันและแก๊ซ, สัญญาณป้องกันขโมยในอพาร์ตเมนต์
เคลวิน เฉิน ฉี ผู้บริหาร Xiaozhu กล่าวว่า “ไม่กี่ปีที่แล้ว สิ่งที่เรากังวลคือคนอาจจะไม่ต้องการแชร์บ้านของพวกเขากับคนแปลกหน้า แต่ตอนนี้ ธุรกิจนี้กำลังยกระดับขึ้นมาเป็นภาคอุตสาหกรรม ฉะนั้นเราจึงต้องดำเนินการอย่างจริงจังมากขึ้น (แก้ไขมาตรการรักษาความปลอดภัย) เพื่อลดข้อกังวลของทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้อง”
ทั้งนี้สื่อท้องถิ่นอย่าง South China Morning Post เชื่อว่า แผนยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยของ Xiaozhu สอดคล้องกับแผนการควบคุมธุรกิจ Sharing Economy ให้เช่าที่พักด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงของรัฐ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มณฑลเจ้อเจียงได้ออกกฎข้อบังคับให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มเช่าที่พักทั้งระยะยาวและระยะสั้นต้องยื่นข้อมูลให้เช่าอพาร์ตเมนต์ ชื่อผู้ให้เช่า และชื่อแขกที่เข้าพักกับหน่วยงานความมั่นคงท้องถิ่น เริ่มตั้งแต่ 1 มกราคมเป็นต้นไป
ขณะที่ธุรกิจ Sharing Economy ประเภทอื่นอย่าง Didi ก็เริ่มนำเทคโนโลยีจดจำใบหน้าเข้ามาทยอยใช้งานแล้วเหมือนกันด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย หลังจากที่ก่อนหน้านี้เกิดคดีสะเทือนขวัญคนขับลักพาตัวผู้โดยสารหญิงวัย 21 ปีไปข่มขืนก่อนลงมือฆาตกรรม
ปัจจุบัน Xiaozhu มีผู้ใช้บริการแบบแอ็กทีฟยูสเซอร์ที่ 500,000 ราย โดยเมื่อปีที่แล้วรายงานจากจีนระบุว่า พลเมืองจีนกว่า 78 ล้านรายทั่วประเทศที่เป็นทั้งผู้ให้เช่าและแขกผู้เข้าพัก มีส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่ผลักดันให้ธุรกิจ Sharing Economy ให้เช่าที่พักมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 14,500 ล้านหยวน โดยคาดการณ์กันว่ามูลค่าตลาดในปี 2020 จะเพิ่มเป็น 50,000 ล้านหยวนภายในปี 2020 ได้ไม่ยาก
เรื่อง: ปณชัย อารีเพิ่มพร
พิสูจน์อักษร: พรนภัส ชำนาญค้า
ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ thestandard.co
ความคิดเห็น

ARJHARN

ทำแอป เองอีกแล้วแถมยังพัฒนาเพิ่มอีก เงินทองไม่รั่วไหล ออกนอกประเทศดี...ประเทศเขามี.
29 ธ.ค. 2018 เวลา 12:07