[ลงทุนแมน] สรุปผลประกอบการ FACEBOOK ไตรมาสล่าสุด / โดย ลงทุนแมน
ลงทุนแมน
31 มกราคม เวลา 11:32

สรุปผลประกอบการ FACEBOOK ไตรมาสล่าสุด / โดย ลงทุนแมน

ปีที่ผ่านมา..

หุ้นบริษัท Facebook มีราคาสูงสุดที่ 218.62 ดอลลาร์สหรัฐ

และมีราคาต่ำสุดในรอบ 52 สัปดาห์ที่ 123.02 ดอลลาร์สหรัฐ ในไม่กี่เดือนถัดมา

ใครจะไปคิดว่าราคาหุ้น Facebook จะตกลงไปถึงเกือบครึ่ง

เรื่องนี้มีสาเหตุหลักมาจาก ข่าวเรื่องข้อมูลของ Facebook ที่ถูกนำไปใช้ผิดวิธี

แล้วบทสรุปของ Facebook ในไตรมาสล่าสุดเป็นอย่างไร?

ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

รายได้และกำไรของ Facebook

ไตรมาสที่ 4 ปี 2017 รายได้ 405,219 ล้านบาท กำไร 133,324 ล้านบาท

ไตรมาสที่ 4 ปี 2018 รายได้ 528,359 ล้านบาท กำไร 214,980 ล้านบาท

ในมุมของรายได้คิดเป็นการเติบโต 30% ในขณะที่กำไรสุทธิเติบโตสูงถึง 61%

รายได้หลักของ Facebook มาจากการโฆษณา ซึ่งในช่วงที่ Facebook ลด Reach เมื่อต้นปี 2018 หลายคนคงเดาว่าค่าโฆษณาต้องขึ้นแน่ๆ

แต่จริงๆ แล้วเรื่องราวกลับตรงกันข้าม..

จากการรายงานของ Facebook พบว่า ราคาโฆษณาเฉลี่ยลดลง 2%

โดยรายได้ที่เพิ่ม มาจากการเติบโตของ Impression หรือความถี่ของโฆษณา เป็นหลัก

จากที่เมื่อก่อน หลายโพสต์ เราจะเจอโฆษณา 1 ครั้ง ปัจจุบัน เราเห็นโฆษณาถี่ขึ้น และ โฆษณาของ Facebook เข้าไปแทรกอยู่ตามช่องต่างๆ มากขึ้น เช่น Video และ Stories

และโฆษณาในตำแหน่งอื่นๆ จะมีราคาโฆษณาที่ต่ำกว่าช่องทางเดิม จึงทำให้ราคาโฆษณาเฉลี่ยลดลง

แล้วกำไรสุทธิที่เติบโตมากถึง 61% เกิดขึ้นจากอะไร?

สาเหตุหลักมาจากในปีที่แล้วมีรายการค่าใช้จ่ายพิเศษทางภาษี ทำให้ปีที่แล้วมีกำไรน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

พอเรื่องเป็นแบบนี้

การนำกำไรหลังภาษีมาเทียบกันจึงดูไม่เหมาะสม

เราสามารถดูที่กำไรก่อนหักภาษี หรือที่เราเรียกกันว่า EBT

ไตรมาสที่ 4 ปี 2017 EBT 229,662 ล้านบาท

ไตรมาสที่ 4 ปี 2018 EBT 244,281 ล้านบาท

จากตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า..

กำไรปกติของ Facebook จริงๆ แล้วเพิ่มขึ้นเพียง 6%

ในขณะที่รายได้รวมเพิ่มขึ้นกว่า 30%

หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในไตรมาสล่าสุดของ Facebook เพิ่มสูงขึ้นมากกว่ารายได้นั่นเอง..

ซึ่งสอดคล้องกับ อัตราส่วนกำไรจากการดำเนินงานของ Facebook ลดลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด

ไตรมาสที่ 4 ปี 2017 คิดเป็น 57%

ไตรมาสที่ 4 ปี 2018 คิดเป็น 46%

แล้วค่าใช้จ่ายของ Facebook ที่เพิ่มขึ้นมาไปอยู่กับอะไรบ้าง?

สาเหตุหลักมาจากการจ้างพนักงานเพิ่ม

จำนวนพนักงาน ณ สิ้นปี 2018 มีทั้งหมด 35,587 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วถึง 42%

แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ หลังการประกาศผลประกอบการ หุ้น Facebook พุ่งสูงขึ้นกว่า 11%..

คำตอบของเรื่องนี้อาจจะหนีไม่พ้นตัวแปรที่ชื่อว่า “จำนวนผู้ใช้งาน” หรือ Active Users

ในปีที่ผ่านมา Facebook โดนโจมตีอย่างหนักจากการนำข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้

ส่งผลให้ผู้ใช้งานหลายคนเลิกใช้ Facebook โดยเฉพาะกลุ่มคนอเมริกันรวมไปถึงคนยุโรป

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ตัวเลขออกมากลับไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด..

ตัวเลขผู้ใช้งานล่าสุดของ Facebook

ผู้เล่นต่อวัน (DAU) 1,520 ล้านบัญชี

ผู้เล่นต่อเดือน (MAU) 2,320 ล้านบัญชี

ในแต่ละเดือน มีบัญชีผู้ใช้งานเทียบเท่า 30% ของประชากรโลกกำลังเล่น Facebook

และทั้งหมดนี้คิดเป็นการเติบโตถึง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว

แล้วในประเทศที่บอกว่าจะเลิกเล่น Facebook

ตัวเลขเป็นอย่างไร?

ในยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่าคนเล่น Facebook น้อยลง กลับมีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้น

นอกจากนั้นประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ยังมีการเติบโตของรายได้มากที่สุดอีกด้วย

ด้วยปัจจัยนี้เองที่ทำให้ราคาหุ้นของ Facebook กลับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 167 ดอลลาร์สหรัฐ

เรื่องนี้อาจทำให้คิดได้ว่า นักลงทุนในตลาดไม่สนใจ กำไรที่เติบโตน้อย

แต่กลับมองไปที่หัวใจของธุรกิจ Facebook นั่นก็คือ “ผู้ใช้งาน”

เพราะเมื่อมีผู้ใช้งาน นั่นก็อาจแปลว่าอนาคตของ Facebook ยังคงไปได้ดีอยู่

สิ่งที่น่าสนใจคือ Facebook ออกมารายงานการคาดการณ์ รายได้ และ ค่าใช้จ่ายในปี 2019

Facebook คาดการณ์ว่ารายได้จะเติบโต ประมาณ 28%

ในขณะที่ รายจ่ายจะเติบโต ประมาณ 40% - 50%

ก็น่าติดตามว่านักลงทุนจะมองเรื่องนี้อย่างไร?

สำหรับนักลงทุนที่มองภาพในระยะสั้น ก็คงไม่ชอบแน่

เพราะถ้าเป็นไปตามคาดการณ์ นั่นหมายความว่า ในปีนี้ Facebook อาจมีกำไรที่ลดลงจากปีที่แล้ว

เนื่องจากรายจ่ายโตเร็วกว่ารายได้..

โดย Facebook ใช้คำว่า เรากำลังเร่งลงทุนอย่าง “Aggressive” เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์หลายอย่างในอนาคต

ดูเหมือนว่าผลิตภัณฑ์ของ Facebook ที่เหมือนธรรมดา จะมีอะไรหลายอย่างซ่อนอยู่ข้างใน ซึ่งต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

Facebook วางแผนงบลงทุนในปี 2019 มากถึง 600,000 ล้านบาท

ด้วยเม็ดเงินลงทุนจำนวนเท่านี้

จะมีมูลค่ามากกว่างบทั้งหมดของ กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นกระทรวงที่ได้รับงบมากสุดในไทย

และ Facebook จะเป็นหนึ่งในบริษัทที่มีงบลงทุนต่อปีมากสุดในโลกเลยทีเดียว..

อ่านเรื่อง Facebook เตรียมจะควบรวมบริการส่งข้อความไว้ด้วยกันได้ที่ https://www.blockdit.com/articles/5c502bc9584ac9494be5b266

ติดตามเรื่องราวบริษัทชั้นนำของโลก ได้ที่เพจลงทุนแมน ในแอปพลิเคชัน blockdit โหลดเลยที่ blockdit.com