18 กุมภาพันธ์ เวลา 03:10Business

สวิตเซอร์แลนด์ ประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนมากสุดในโลก / โดย ลงทุนแมน

ถ้าพูดถึง ประเทศสวิตเซอร์แลนด์เรานึกถึงอะไร..

เป็นประเทศที่มีความสุขมากที่สุดลำดับ 5 ของโลก

เป็นประเทศที่มีนวัตกรรมก้าวหน้าที่สุดในโลก

เป็นประเทศต้นกำเนิดของ Swatch Group บริษัทผู้ผลิตนาฬิกาและชิ้นส่วนนาฬิกาที่ใหญ่ที่สุดในโลก

แต่อีกด้านที่หลายคนอาจนึกไม่ถึง

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีดอกเบี้ยติดลบ หรือ ฝากเงินแล้วเสียดอกเบี้ย

และ สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีหนี้สินครัวเรือนมากที่สุดในโลก

เรื่องนี้น่าสนใจอย่างไร ลงทุนแมนจะเล่าให้ฟัง

ก่อนอื่นเรามาดูสถิติย้อนหลังหนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ของสวิตเซอร์แลนด์ตั้งแต่ปี 2000-2017 กันก่อน

ปี 2000 หนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ 103.4%

ปี 2010 หนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ 111.5%

ปี 2017 หนี้สินครัวเรือนต่อ GDP ของสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ 127.7%

ซึ่งการที่ GDP ของสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2017 อยู่ที่ 21.7 ล้านล้านบาท หมายความว่า หนี้สินครัวเรือนทั้งหมดมีจำนวนกว่า 27.7 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

ปัจจุบัน จำนวนครัวเรือนที่สวิตเซอร์แลนด์มี 3.7 ล้านครัวเรือน ก็แปลว่า แต่ละครัวเรือนกำลังมีหนี้สินประมาณ 7.5 ล้านบาท..

ทำไมถึงสูงแบบนั้น?

ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤติซับไพร์ม ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (Federal funds rate) ถูกกดต่ำลงไปอยู่ในระดับ 0.00–0.25% ตั้งแต่ปลายปี 2008-2015 พร้อมกับมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ (Quantitative Easing) ทำให้ช่วงนั้น สภาพคล่องในตลาดการเงินสูงมาก

The Swiss National Bank ซึ่งเป็นธนาคารกลางของสวิตเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในธนาคารกลางที่ดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายด้วยการลดอัตราดอกเบี้ยลงเช่นกัน

อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สวิตเซอร์แลนด์ถูกลดลงมาเรื่อยๆ จนติดลบช่วงปลายปี 2014 และปัจจุบัน อัตราดอกเบี้ยดังกล่าวอยู่ที่ -0.75%

การกำหนดนโยบายดอกเบี้ยติดลบของธนาคารกลาง ก็เพื่อต้องการให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้มากขึ้น

กรณีนี้ ถ้าธนาคารพาณิชย์สวิตเซอร์แลนด์ต้องการฝากเงินกับธนาคารกลาง 1,000,000 ฟรังก์สวิส สิ้นปีธนาคารพาณิชย์จะได้เงินคืน 992,500 ฟรังก์สวิส เนื่องจากการฝากเงินต้องเสียดอกเบี้ยให้ธนาคารกลาง -0.75% นั่นเอง

พอเรื่องเป็นแบบนี้ ธนาคารพาณิชย์ในสวิตเซอร์แลนด์จึงอยากที่ปล่อยกู้ให้แก่ลูกค้ามากขึ้น ประกอบกับการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ภาคครัวเรือนของสวิตเซอร์แลนด์มีการก่อหนี้กันมาก

ทั้งการก่อหนี้เพื่อการบริโภคและเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์

จนตอนนี้หนี้สินต่อครัวเรือนของประเทศสวิตเซอร์แลนด์มีอัตราที่สูงที่สุดในโลก

ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ

ในปี 2560 สำหรับประเทศไทย

รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของคนไทยอยู่ที่ 27,000 บาท

ขณะที่หนี้สินแต่ละครัวเรือนอยู่ที่ 178,000 บาท

หรือหนี้สินมากกว่ารายได้ประมาณ 6.6 เท่า

แต่สำหรับสวิตเซอร์แลนด์

รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของคนสวิตเซอร์แลนด์อยู่ที่ 217,000 บาท

ขณะที่หนี้สินแต่ละครัวเรือนอยู่ที่ 7.5 ล้านบาท

ซึ่งทำให้หนี้สินนั้นมากกว่ารายได้เกือบ 35 เท่าเลยทีเดียว..

สวิตเซอร์แลนด์ เป็นประเทศที่มีหนี้ครัวเรือนมากสุดในโลก ส่วน ไอร์แลนด์ เป็นดินแดนแห่งหนี้ อ่านเรื่องนี้ได้ที่ https://www.blockdit.com/articles/5c63ff63ffb85c0b8db9d274

โหลดแอป blockdit ได้ที่ blockdit.com

สั่งหนังสือลงทุนแมน เล่ม 8 ได้ที่

Lazada https://s.lazada.co.th/s.RpFk

Shopee http://bit.ly/2HVWiqj

283
ARJHARN
น่าจะมีข้อมูล NPL เพื่อดูความสามรถในการชำระหนี้ด้วย ดอกเบี้ยถูกคนไปกู้ในระบบจนหมด แต่ไทยยังมีข้อมูลแฝงเรื่องหนี้นอกีะบบอยู่.
19 กุมภาพันธ์ เวลา 13:24
1
หญิงมาลี หักคอหมีด้วยมือปล่าว
หนี้ที่ทำแล้วงอกเงยก็ไม่เป็นไรหรอก บางประเทศไม่มีหนี้ ไม่ใช่อะไร ไม่มีเครดิทไม่มีใครเขากล้าปล่อยกู้ 555
18 กุมภาพันธ์ เวลา 09:57
Somsak wattanakitrungroj
ขอบคุณครับ
18 กุมภาพันธ์ เวลา 08:11
cody 🤹
ดอกเบี้ยเงินกู้เขาถูกนี่ครับ บวกขึ้นจาก -0.75% คนสวิสมีการศึกษาที่ดี เขาคงกู้มาลงทุน บ้านเช่า รถเช่า หรือเรียนต่อ ฯลฯ ถ้าเขาใช้คืนเงินกูได้ด้วยตัวเอง ไม่เป็นภาระรัฐต้อง refinance ให้ มันอาจจะดีกับเขาก็ได้ คนไทยยังนึกว่ารวยด้วยหวย เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอยู่เลย
18 กุมภาพันธ์ เวลา 03:45
3
ศนันท์ญา มธุรพจน์วจนะ
ตอนนี้ไทยก็ไม่ต่างกันรัฐบาลกำลังสร้างบ้านเพื่อเพิ่มหนี้ให้คนรายได้ต่ำแทนที่จะเอางบไปช่วยให้เขาทำมาหากินสะดวกขึ้น
18 กุมภาพันธ์ เวลา 03:42
1
ติณห์ธร นราพิสุทธิ์
มองข้อมูลด้านเดียวอีกและ หนี้ครัวเรือนในไทย เกิดจากหนี้นอกระบบครับ เพราะระบบธนาคารไม่กล้าปล่อยกู้กับรายย่อยเพราะ กลัว NPL ส้ง่วนหนี้ที่รัฐบาลปล่อยกู้ก็เอามาสร้างรถไฟฟ้า ซื้อรถเมล์ รถไฟทางคู่ หรือแม้กระทั่งบัตรคนจนก็ตาม (คิดเองนะครับว่าจะหมายถึงอังะไร)
18 กุมภาพันธ์ เวลา 04:50
2
M
Maewmeow
ต้องแจกอีกเท่าไหร่ถึงจะพอคะ
18 กุมภาพันธ์ เวลา 14:22
ศนันท์ญา มธุรพจน์วจนะ
ใช่เหรอเราว่าน่าจะเอาไปพัฒนารถไฟที่ประชาชนคนจนใช้ไม่ดีกว่าเหรอรถไฟฟ้าที่จะเริ่มดูแล้วไม่ใช่สายที่คนใช้เยอะนะ
20 กุมภาพันธ์ เวลา 23:12
สมบัติ เครือทอง
เป็นข้อมูลที่ดีครับ พวกที่จ้องถล่มรัฐบาลไทย (ทุกยุค) ด้วยเรื่องนี้ จะได้ย้อนคิดบ้างว่าจะทำให้คนไทยได้ประโยชน์อย่างไร
18 กุมภาพันธ์ เวลา 03:32
2
Peak St.
ขอบคุณสำหรับบทความครับ
18 กุมภาพันธ์ เวลา 03:30
2
thita
มิน่าฝรั่งแก่ๆเลยอยากมาใช้เงินบำนาญที่ไทย เพราะค่าครองชีพถูกกว่ามากไ
18 กุมภาพันธ์ เวลา 03:27
2