โพสต์


การเขียนเเบบ "เรื่องเล่า" สร้างพลังได้มากกว่า !!

นับตั้งเเต่วันเเรกที่ผมเริ่มเขียน Blockdit จนถึงวันนี้ก็มากกว่าครึ่งปี ซึ่งก็เขียนไปเเล้วมากกว่า 100 บทความ

ตลอดเส้นทางการเขียนของผมนั้นก็มีทั้งบทความไม่มีใครสนใจเลยไปจนถึงบทความที่ผู้อ่านชอบสุดๆ จนยอด Engagement ถล่มทลาย

เเละผมก็ค้นพบว่าบทความที่ผู้อ่านชอบมากที่สุด มียอดไลค์ยอดเเชร์มากที่สุด ก็คือ บทความที่เป็น “เรื่องเล่า”

ไม่ว่าจะเป็นบทความเรื่อง “การติดกระจกทำให้ลิฟท์เร็วขึ้น” ที่มีสถิติคนกดไลค์มากที่สุดของเพจสมองไหลถึง 1,700 คน หรือจะเป็นบทความในซีรีย์ “เรื่องเล่าจากเเดน...อาทิตย์อุทัย” ก็มียอดกดไลค์เฉลี่ย 800-1,000 คนเช่นกัน

ซึ่งทุกเรื่องที่กล่าวมาล้วนเป็น “เรื่องเล่า”ทั้งสิ้น เเละ “เรื่องเล่า” ก็มักจะสร้างพลังได้มากกว่าเรื่องอื่นๆ

เพราะจริงๆเเล้ว คนเรามักลืมตัวเลขเเละสถิติ เเต่ถ้าเป็นเรื่องเล่าดีๆ มันจะติดอยู่ในสมองไม่มีวันถูกลืมเลือน

ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้รับการพิสูจน์ในงานวิจัยจำนวนมาก เพราะงานวิจัยพบว่าสมองของคนเราชอบเรื่องเล่า และยังพบด้วยว่าสิ่งที่คนมักจดจำได้ดีที่สุดก็คือเรื่องเล่า เช่นกัน

แต่การจะเล่าเรื่องให้คนอยากติดตามหรือสนใจนั้นไม่ใช่การเล่าไปเรื่อยๆ เเต่มันมีวิธีของมันอยู่

ผมจึงรวบรวมหลักการและเทคนิคที่ผมชอบใช้อยู่มาแบ่งปันให้เพื่อนนักเขียนได้นำไปใช้ โดยหลักๆเเล้วมีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ เรื่องเล่าที่ดีต้องมี ประเด็นปัญหา | จุดคลี่คลาย | และตอนจบ

1) เรื่องเล่าจะดูน่าติดตามมากขึ้นถ้ามีประเด็นปัญหาหรืออุปสรรค

ยกตัวอย่างประเด็นปัญหาในบทความ “การติดกระจกทำให้ลิฟท์เร็วขึ้น” คือ หัวหน้าฝ่ายอาคารสถานที่ของตึกสำนักงานให้เช่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหนักงานว่า “ลิฟท์ช้า” ซึ่งนับวันก็ยิ่งมีผู้มาร้องเรียนมากขึ้นจนปัญหาเริ่มบานปลายใหญ๋โต

2) ต่อมาถ้าอยากให้สนุก เรื่องที่เล่าจะต้องมีจุดพลิกผันให้เห็นว่าเรื่องนั้นจะคลี่คลายได้อย่างไรหรือที่เรียกกันว่า “จุดคลายแม็ก” เหมือนในหนังนั้นเเหละครับ

ซึ่งจุดคลายแม็กของบทความข้างต้นก็คือ ผู้จัดการค้นพบว่า “ปัญหาที่เเท้จริงไม่ใช่เพราะลิฟท์ช้า เเต่เป็นเพราะคนไม่ชอบประสบการณ์ตอนอยู่ในลิฟท์” ผู้จัดการจึงเเก้ปัญหาโดยการสั่งให้ช่างมาติด “กระจก” บานใหญ่บนผนังทุกด้านภายในลิฟท์ เพื่อให้คนใช้ลิฟท์ส่องกระจก จนไม่รู้สึกว่ากำลังรอลิฟท์นานๆ

3) และสุดท้ายก็ต้องบอกว่าเรื่องนั้นจะจบลงอย่างไร ซึ่งตอนจบของบทความที่ผมยกตัวอย่างก็ คือ เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาลิฟท์ช้านั้นลดลงถึง 90% เพราะลึกๆเเล้วมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบดูตัวเอง

ทั้งหมดนี้คือเทคนิคการเล่าเรื่องที่ผมนำมาใช้ เเละไม่ได้ใช้เฉพาะกับการเขียนเท่านั้น เเต่ยังรวมไปถึง สื่อสารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการพูด การวาด การทำคลิป หรือแม้แต่การแสดงออกทางร่างกายด้วย

เเละผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนนักเขียนทุกคนนะครับ

หากถูกใจบทความนี้ ก็อย่าลืมกดไลค์ กดเเชร์ เเละกดติดตามเพจ "สมองไหล" กันด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดบทความดีๆ ที่มีมาเสริฟให้คุณทุกวัน

ขอบคุณครับ 🙏

อ่านเพิ่มเติม
https://bigthinkthailand.wordpress.com/2019/10/05/kenneth-cole-productions-%e0%b8%8a%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b4%e0%b8%a9%e0%b8%b1%e0%b8%97%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%b4/
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
ความคิดเห็น
Dechdrawing:)
เยี่ยมเลยครับ ;)
3 มี.ค. เวลา 12:21
องศาที่หายไป359ํ
เยี่ยมมากเลยค่ะ
4 ก.พ. เวลา 11:54
เกษตรเอส
ถูกใจมากครับ
27 ธ.ค. 2019 เวลา 08:21
ผู้กองเบนซ์ - Capt.Benz
people teach by story^^ บทความนี้ยอดเยี่ยมมากครับ
8 พ.ย. 2019 เวลา 06:06
2
สมองไหล
ยินดีมากครับ โลกกลมจริงๆ
8 พ.ย. 2019 เวลา 06:11
1
สมองไหล
Selling zero to hero ครับ
8 พ.ย. 2019 เวลา 06:15
1
ผู้กองเบนซ์ - Capt.Benz
ขอบคุณค้าบ
8 พ.ย. 2019 เวลา 06:48
อัลกอ ริทึม
ความรู้ แนวคิดดีๆได้จากเพจนี้ครับ
9 ต.ค. 2019 เวลา 05:15
ภาเลอา
ไม่ได้เป็นนักเขียนแต่ก็ได้ประโยชน์ค่ะ เอาไว้วิเคราะห์นักเขียนและบทความ อิอิ
6 ต.ค. 2019 เวลา 01:24
เรื่องเล่าจากสาวแก้มป่อง
ขอบคุณสำหรับเทคนิดดีๆนะคะ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ 😊
6 ต.ค. 2019 เวลา 01:10
เขียนไปเรื่อย
ขอบคุณสำหรับทริคดี ๆ ครับ ต่อไปผมต้องฝึกเรื่องเหล้าให้มากกว่านี้แล้ว 😅😅
6 ต.ค. 2019 เวลา 00:25
1
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
ขอบคุณบทความนะครับ ดีมากจริงๆ👍💕
5 ต.ค. 2019 เวลา 22:29
เรื่องเล่าจากดาวนี้
เป็นเทคนิคที่ดีและเป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ จะนำคำแนะนำนี้ไปพัฒนาตัวเองนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะที่นำมาแบ่งปัน 👍👍
5 ต.ค. 2019 เวลา 18:05