5 ตุลาคม เวลา 10:59History

การเขียนเเบบ "เรื่องเล่า" สร้างพลังได้มากกว่า !!

นับตั้งเเต่วันเเรกที่ผมเริ่มเขียน Blockdit จนถึงวันนี้ก็มากกว่าครึ่งปี ซึ่งก็เขียนไปเเล้วมากกว่า 100 บทความ

ตลอดเส้นทางการเขียนของผมนั้นก็มีทั้งบทความไม่มีใครสนใจเลยไปจนถึงบทความที่ผู้อ่านชอบสุดๆ จนยอด Engagement ถล่มทลาย

เเละผมก็ค้นพบว่าบทความที่ผู้อ่านชอบมากที่สุด มียอดไลค์ยอดเเชร์มากที่สุด ก็คือ บทความที่เป็น “เรื่องเล่า”

ไม่ว่าจะเป็นบทความเรื่อง “การติดกระจกทำให้ลิฟท์เร็วขึ้น” ที่มีสถิติคนกดไลค์มากที่สุดของเพจสมองไหลถึง 1,400 คน หรือจะเป็นบทความในซีรีย์ “เรื่องเล่าจากเเดน...อาทิตย์อุทัย” ก็มียอดกดไลค์เฉลี่ย 800-1,000 คนเช่นกัน

ซึ่งทุกเรื่องที่กล่าวมาล้วนเป็น “เรื่องเล่า”ทั้งสิ้น เเละ “เรื่องเล่า” ก็มักจะสร้างพลังได้มากกว่าเรื่องอื่นๆ

เพราะจริงๆเเล้ว คนเรามักลืมตัวเลขเเละสถิติ เเต่ถ้าเป็นเรื่องเล่าดีๆ มันจะติดอยู่ในสมองไม่มีวันถูกลืมเลือน

ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้รับการพิสูจน์ในงานวิจัยจำนวนมาก เพราะงานวิจัยพบว่าสมองของคนเราชอบเรื่องเล่า และยังพบด้วยว่าสิ่งที่คนมักจดจำได้ดีที่สุดก็คือเรื่องเล่า เช่นกัน

แต่การจะเล่าเรื่องให้คนอยากติดตามหรือสนใจนั้นไม่ใช่การเล่าไปเรื่อยๆ เเต่มันมีวิธีของมันอยู่

ผมจึงรวบรวมหลักการและเทคนิคที่ผมชอบใช้อยู่มาแบ่งปันให้เพื่อนนักเขียนได้นำไปใช้ โดยหลักๆเเล้วมีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ เรื่องเล่าที่ดีต้องมี ประเด็นปัญหา | จุดคลี่คลาย | และตอนจบ

1) เรื่องเล่าจะดูนำติดตามมากขึ้นถ้ามีประเด็นปัญหาหรืออุปสรรค

ยกตัวอย่างประเด็นปัญหาในบทความ “การติดกระจกทำให้ลิฟท์เร็วขึ้น” คือ หัวหน้าฝ่ายอาคารสถานที่ของตึกสำนักงานให้เช่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากหนักงานว่า “ลิฟท์ช้า” ซึ่งนับวันก็ยิ่งมีผู้มาร้องเรียนมากขึ้นจนปัญหาเริ่มบานปลายใหญ๋โต

2) ต่อมาถ้าอยากให้สนุก เรื่องที่เล่าจะต้องมีจุดพลิกผันให้เห็นว่าเรื่องนั้นจะคลี่คลายได้อย่างไรหรือที่เรียกกันว่า “จุดคลายแม็ก” เหมือนในหนังนั้นเเหละครับ

ซึ่งจุดคลายแม็กของบทความข้างต้นก็คือ ผู้จัดการค้นพบว่า “ปัญหาที่เเท้จริงไม่ใช่เพราะลิฟท์ช้า เเต่เป็นเพราะคนไม่ชอบประสบการณ์ตอนอยู่ในลิฟท์” ผู้จัดการจึงเเก้ปัญหาโดยการสั่งให้ช่างมาติด “กระจก” บานใหญ่บนผนังทุกด้านภายในลิฟท์ เพื่อให้คนใช้ลิฟท์ส่องกระจก จนไม่รู้สึกว่ากำลังรอลิฟท์นานๆ

3) และสุดท้ายก็ต้องบอกว่าเรื่องนั้นจะจบลงอย่างไร ซึ่งตอนจบของบทความที่ผมยกตัวอย่างก็ คือ เรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาลิฟท์ช้านั้นลดลงถึง 90% เพราะลึกๆเเล้วมนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ชอบดูตัวเอง

ทั้งหมดนี้คือเทคนิคการเล่าเรื่องที่ผมนำมาใช้ เเละไม่ได้ใช้เฉพาะกับการเขียนเท่านั้น เเต่ยังรวมไปถึง สื่อสารทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นการพูด การวาด การทำคลิป หรือแม้แต่การแสดงออกทางร่างกายด้วย

เเละผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนนักเขียนทุกคนนะครับ

หากถูกใจบทความนี้ ก็อย่าลืมกดไลค์ กดเเชร์ เเละกดติดตามเพจ "สมองไหล" กันด้วยนะครับ จะได้ไม่พลาดบทความดีๆ ที่มีมาเสริฟให้คุณทุกวัน

ขอบคุณครับ 🙏

213
แชร์ 21 ครั้งรับชม 9.4k ครั้ง
อัลกอ ริทึม
ความรู้ แนวคิดดีๆได้จากเพจนี้ครับ
9 ตุลาคม เวลา 05:15
paradee
ไม่ได้เป็นนักเขียนแต่ก็ได้ประโยชน์ค่ะ เอาไว้วิเคราะห์นักเขียนและบทความ อิอิ
6 ตุลาคม เวลา 01:24
เรื่องเล่าจากสาวแก้มป่อง
ขอบคุณสำหรับเทคนิดดีๆนะคะ ช่วยได้เยอะเลยค่ะ 😊
6 ตุลาคม เวลา 01:10
เขียนไปเรื่อย
ขอบคุณสำหรับทริคดี ๆ ครับ ต่อไปผมต้องฝึกเรื่องเหล้าให้มากกว่านี้แล้ว 😅😅
6 ตุลาคม เวลา 00:25
1
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
ขอบคุณบทความนะครับ ดีมากจริงๆ👍💕
5 ตุลาคม เวลา 22:29
เรื่องเล่าจากดาวนี้
เป็นเทคนิคที่ดีและเป็นประโยชน์มากๆเลยค่ะ จะนำคำแนะนำนี้ไปพัฒนาตัวเองนะคะ ขอบคุณมากๆค่ะที่นำมาแบ่งปัน 👍👍
5 ตุลาคม เวลา 18:05
Sorasit
บทความนี้ก็เป็นเรื่องเล่าเรื่องนึงเช่นกัน น่าจะมียอดไลค์ถล่มทลายอีกเช่นกัน เล่าเรื่องซ้อนเรื่องเล่า ขอบคุณมากครับ
5 ตุลาคม เวลา 15:54
สมองไหล
ช่วงนี้อาจจะยากนิดนึงครับ เหมือนระบบของ Blockdit ปรับการมองเห็น
5 ตุลาคม เวลา 17:03
1
ศตวรรษ ศรีสมบูรณ์
ขอบคุณสำหรับเทคนิคการเขียนบทความ ผมจะหัดเขียนบ้างนะครับ ทุกวันนีเขียนอะไรไม่เป็นสัปรสเลาย เป็นแต่แห้ว
5 ตุลาคม เวลา 15:48
สมองไหล
เป็นกำลังใจให้ครับ
5 ตุลาคม เวลา 17:04
1
familyneurologist
ขอบคุณมากค่ะ มีคุณค่ามาก ที่ inspire ให้ฝึกสังเกตทั้งบทความตนเองและของคนอื่นว่าอะไรทำให้ประสบความสำเร็จ ^_^ ## ขออนุญาตสรุปเพื่อทดสอบความเข้าใจตัวเองว่าถูกไหมคะ ขึ้นต้น ด้วย problem กลาง มีจุดพลิกผัน invert ท้าย สรุป lesson learn => PILL
5 ตุลาคม เวลา 15:36
1
สมองไหล
ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสูตรของเเต่ละคนครับ เเล้วเเต่ใครจะเอาไปปรับใช้กับตัวเองยังไง ขอบคุณครับ
5 ตุลาคม เวลา 17:04
1
BirdBrand
ผมเขียนมาเจ็ดร้อยกว่า รู้เลยว่า ข้อความธุรกิจกับแบรนด์ ไม่ค่อยทำยอดไลน์ ถ้ากีฬา บันเทิง จะได้มากกว่า เพราะคนไทยชอบอะไรที่ไม่ซีเครียด 555...
5 ตุลาคม เวลา 14:32
1
สมองไหล
ถ้าจะเขีบนเรื่องธุรกิจหรือเเบรนด์ ต้องเขียนเเบบเล่าเรื่อง ให้มันบันเทิงให้ได้ครับ
5 ตุลาคม เวลา 14:32
3
BirdBrand
555... ขอบคุณครับ
5 ตุลาคม เวลา 14:33
1