1 พฤศจิกายน เวลา 10:30Science & Tech

ในอนาคตทั้งโลกจะหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า

Electric Motors หรือรถยนต์ไฟฟ้า มีกำเนิดมาก่อนรถยนต์ที่ใช้นำ้มันเชื้อเพลิงเสียอีก เพียงแต่ว่า “เฮนรี่ ฟอร์ด” ผู้ทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เขาประสบความสำเร็จในการสร้างรถยนต์ที่ใช้นำ้มันเชื้อเพลิง หลังจากนั้นวงการอุตสาหกรรมในยุโรปก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เรียกได้ว่ายุคนั้นคือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้ แต่ในยุคสมัยนี้อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังจะเปลี่ยนไปเช่นกัน เมื่อหลายค่ายรถยนต์จากทั่วโลก รวมทั้งผู้บริโภค เห็นในความสำคัญในพลังงานสะอาด หากโลกเรามีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์นำ้มันเชื่อเพลิง คงเป็นการลดมลพิษทางอากาศได้มาก

นั่นคือผลดีต่อประเทศไทยของเราเป็นอย่างมาก pm 2.5 ที่เข้ามาก่อกวนทั้งคนเมืองและในบางต่างจังหวัด ในปีนี้เราประสบกันทั้งต้นปีและท้ายปีกันเลยทีเดียว ถ้าหากมีการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันทั้งหมด คงจะลดมลพิษดังกล่าวได้มากเลยทีเดียว

ในบางประเทศมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยจีนคือผู้ครองสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในโลก รองลงมาคืออเมริกา (ข้อมูลจากปี2018) ในความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้านอกจากจะเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น

• ราคาแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่มีราคาถูกลง แบตเตอรี่ในตลาดจะมีหลายรูปแบบแล้วแต่การออกแบบ หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาผลิตของแต่ละค่าย

• สมรรถนะการแข่งขันในท้องตลาดระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์นำ้มันเชื้อเพลิงทั่วไป ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้า เริ่มมีอัตราการแข่งขันที่สูงกว่า

• นโยบายการส่งเสริมของรัฐบาล ในบางประเทศใช้สิ่งนี้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลไปถึงการจราจรในเมืองใหญ่ หรือตามหัวเมืองในต่างจังหวัด บางเขต และบางรัฐอีกด้วย นอกเหนือจากนี้คือมลพิษในท้องถนนที่ลดลง ส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมในประเทศไปอีก

• กระแสการอนุรักษ์โลก เป็นแน่นอนที่กระแสนี้จะเป็นที่นิยมไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วยเช่นกัน คนเมืองหรือบางจังหวัดที่ประสบปัญหา pm 2.5 ที่มีอนุภาคอันน้อยนิดแต่ส่งผลต่อสภาวะแวดล้อมอย่างมาก เชื่อได้เลยว่าหลายคนคงจะเบื่อกับปัญหาเหล่านี้เป็นที่สุด

• บางประเทศมีการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์ไฟฟ้า ถ้าหากรถยนต์ที่ใช้นำ้มันเชื้อเพลิงมีสถานีบริการนำ้มันคอยบริการกันอยู่ทั่วทุกที่ รถยนต์ไฟฟ้าก็มีสถานีชาร์จพลังงานไว้เป็นโครงสร้างหลักเช่นกัน การคาดการณ์ของหลายฝ่ายจากหลายๆประเทศให้ความคิดในแนวเดียวกันว่าสถานีชาร์จจะมาแทนที่สถานีให้บริการน้ำมันในอนาคตอย่างแน่นอน

ในบางประเทศ เช่น แคนาดา ไต้หวัน ฝรั่งเศส หันมาใช้นโยบายทยอยลดการขับขี่รถยนต์น้ำมัน ซึ่งตั้งเป้าให้สำเร็จในปี 2040 ด้วยเหตุผลนี้ ยอดการขายรถยนต์นำ้มันจึงได้ชะลอตัวลง เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายเพิ่มขึ้นแทน

ในประเทศไทยเรา ฝ่ายรัฐบาลก็ได้เริ่มมีการสนับสนุนในหลายด้าน ข้อมูลจากปี 2018 ระบุว่า รัฐบาลมีการสนับสนุนการลงทุนในส่วนนี้ อีกทั้งยังมีการลดภาษีเงินได้ และมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2036 ในไทยแลนด์ของเราจะมีรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 120,000 คัน พร้อมทั้งสถานีบริการชาร์จพลังงานประมาณ 690 แห่งทั่วประเทศ

ในอนาคต ทั้งโลกจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง บนท้องถนน จะมีแต่ยานยนต์ไฟฟ้า และการผลิตไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่น้ำมัน โลกของวิทยาศาสตร์ยานยนต์ในด้านไฟฟ้าจะเป็นหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และสิ่งที่สำคัญที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็คือ “ธรรมชาติที่สมดุลขึ้น”

“Infinite development drive by Swivel” “Everything Are Swiveling”

ติดตามเราเพิ่มเติม พร้อมทั้งรับข้อมูลข่าวสารจาก Swivel และเป็นครอบครัว Swivel กับเราได้ที่

เรียนรู้เพิ่มเติม
https://line.me/R/ti/p/%40389lojop
101
Happy Life 😊
ขอบคุณครับ แวะมาติดตามครับ
29 พฤศจิกายน เวลา 13:52
TRIZ Innovation
ความรู้เน้นๆ ติดตามด้วยคนครับ
23 พฤศจิกายน เวลา 02:50
เล่าหุ้นให้มันง่าย
มันก็เป็นจุดเปลี่ยนครับ ผมเคยดู heart of the sea ยุคนั้นพลังงานได้จากน้ำมันวาฬ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ก่อนที่จะค้นพบน้ำมันดิบ คนยุคนั้นก็ใช้น้ำมันวาฬ แต่พอค้นพบน้ำมันดิบ ก็เริ่มเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม น้ำมันวาฬ ก็หมดความนิยมไปครับ จากมีราคา ก็กลายเป็นไม่มีราคา ผมมองมาที่ปัจจุบัน ถ้าความต้องการของผู้บริโภคไปทางไหน ถึงตอนนั้นน้ำมันที่ใช้อยู่ก็อาจหมดความนิยมเช่นกัน เพราะคนยุคใหม่ ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน ต้องเยียวยาด่วนๆเลยครับ
16 พฤศจิกายน เวลา 15:46
SWIVEL
น่าคิดนะครับ
16 พฤศจิกายน เวลา 15:58
1
เด็กหญิงโลกสวย
อีกหน่อย ถ้าราคาลงมาคนคงซื้อมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าหากช่วยเรื่องมลพิษได้ดีจริง นี่ชอบมากค่ะ
15 พฤศจิกายน เวลา 04:36
เรื่อยเปื่อย
ไทยยังมีแค่นโยบายแต่ปาก แต่ไม่จูงใจและตั้งใจจริง คงรอให้พวกทุนใหญ่คิดการผ่องถ่ายเข้ามาผูกขาด กระบวนการรถไฟฟ้าได้ก่อนจึงจะทำตามทุนเสนอ ตอนนี้ ปตท. ก็เริ่มร่วมกับจีนเตรียมทำผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และโรงงานแบตเตอรี่ แล้ว มาตรการจูงใจ ยังไม่พอ 😏
9 พฤศจิกายน เวลา 09:19
1
ฟ้าคราม
ความต้องการใช้รถไฟฟ้า มีอยู่ในใจหลายๆคนอยู่แล้ว แต่ติดที่ต้องทำราคาให้ถูกลง ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร อย่างมือถือและค่าอินเตอร์เน็ต พอราคาถูกลง จับต้องได้ ก็มีคนพร้อมที่จะจ่ายให้ทันที
1 พฤศจิกายน เวลา 23:37
wibul
ผมสงสัย ... ถ้ามั่วโลกใช้รถไฟฟ้า มลภาวะจะลดลงเยอะไหม
1 พฤศจิกายน เวลา 12:33
SWIVEL
ต้องรอดูถึงยุคจริงๆของเทคโนโลยีนี้ครับ
1 พฤศจิกายน เวลา 13:59
1
The once.
ติดตามครับ.
1 พฤศจิกายน เวลา 11:42
SWIVEL
ขอบคุณครับ
1 พฤศจิกายน เวลา 13:59
ศิริวรรตน์
ประเทศไทยผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเป็นหลัก การเปลี่ยนรถยนต์ให้มาใช้ไฟฟ้าต้องใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นอีกเยอะเนื่องจากมี loss เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนน้ำมันเป็นไฟฟ้า ปัญหาคือการผลิตไฟฟ้าด้วยวิธีอื่นจะมาทดแทนน้ำมันทันหรือเปล่า เช่น เทคโนโลยีนาโนที่เคลือบผิวรถทำหน้าที่เปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นไฟฟ้าเก็บไว้ในแบตเตอรี่เมื่อไหร่จะสำเร็จใช้งานได้ หรือแม้แต่เรื่องการเติมแบตแต่ละครั้งทำยังไงจะให้เร็ว เครื่องชาร์ตต้องใหญ่ขนาดไหน และเครื่องชาร์ตยิ่งใหญ่จะยิ่งอันตรายหรือเปล่า ตอนนี้พูดแต่แง่ดี แต่ปัญหาไม่หยิบยกมาพูดกันว่าจะแก้ยังไง แม้แต่การไฟฟ้าก็ดูเงียบๆ กลัวว่าคอขวดจะอยู่ที่เรื่อง electric supply นี่แหล่ะ
1 พฤศจิกายน เวลา 11:26
3
ศิริวรรตน์
มีข้อมูลมั้ยครับว่าอย่างไหน loss น้อยกว่ากัน กรณีรถใช้น้ำมัน loss เกิดขั้นตอนเดียวจากดารสันดาปน้ำมันไปหมุนเครื่องยนต์ แต่ในโรงไฟฟ้า loss เกิดขึ้นจากการเผาน้ำมันเพื่อปั่นสร้างกระแสไฟฟ้า แล้วส่งไปตามสายส่ง แม้จะส่งด้วยแรงดันสูงแต่ loss ก็ยังมีอยู่ แล้วยังเกิด loss ในขั้นตอนประจุแบตเตอรี่ และจากแบตเตอรีเอามาหมุนมอเตอร์อีก
1 พฤศจิกายน เวลา 12:17
2
การผจญภัยของตาต้า
น่าคิดนะคะ ว่าโครงสร้างการผลิตและแจกจ่ายไฟฟ้าประเทศไทยจะสามารถรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าสิบล้านๆคันได้ไหม แล้วสถานการณ์การใช้รถยนต์ส่วนตัวไฟฟ้าในประเทศไทยเป็นยังไง
1 พฤศจิกายน เวลา 13:11
1
SWIVEL
น่าคิดมากเลยครับ
1 พฤศจิกายน เวลา 13:59
1 พฤศจิกายน เวลา 11:13
3
SWIVEL
ขอบคุณครับ
1 พฤศจิกายน เวลา 13:58
1