โพสต์

ในอนาคตทั้งโลกจะหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้า
Electric Motors หรือรถยนต์ไฟฟ้า มีกำเนิดมาก่อนรถยนต์ที่ใช้นำ้มันเชื้อเพลิงเสียอีก เพียงแต่ว่า “เฮนรี่ ฟอร์ด” ผู้ทำการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเมื่อร้อยกว่าปีก่อน เขาประสบความสำเร็จในการสร้างรถยนต์ที่ใช้นำ้มันเชื้อเพลิง หลังจากนั้นวงการอุตสาหกรรมในยุโรปก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
เรียกได้ว่ายุคนั้นคือยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมเลยก็ว่าได้ แต่ในยุคสมัยนี้อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังจะเปลี่ยนไปเช่นกัน เมื่อหลายค่ายรถยนต์จากทั่วโลก รวมทั้งผู้บริโภค เห็นในความสำคัญในพลังงานสะอาด หากโลกเรามีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าแทนรถยนต์นำ้มันเชื่อเพลิง คงเป็นการลดมลพิษทางอากาศได้มาก
นั่นคือผลดีต่อประเทศไทยของเราเป็นอย่างมาก pm 2.5 ที่เข้ามาก่อกวนทั้งคนเมืองและในบางต่างจังหวัด ในปีนี้เราประสบกันทั้งต้นปีและท้ายปีกันเลยทีเดียว ถ้าหากมีการเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันทั้งหมด คงจะลดมลพิษดังกล่าวได้มากเลยทีเดียว
ในบางประเทศมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยจีนคือผู้ครองสัดส่วนยอดขายรถยนต์ไฟฟ้ามากที่สุดในโลก รองลงมาคืออเมริกา (ข้อมูลจากปี2018) ในความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้านอกจากจะเป็นการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ยกตัวอย่างเช่น
• ราคาแบตเตอรี่ไฟฟ้าที่มีราคาถูกลง แบตเตอรี่ในตลาดจะมีหลายรูปแบบแล้วแต่การออกแบบ หรือหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่นำมาผลิตของแต่ละค่าย
• สมรรถนะการแข่งขันในท้องตลาดระหว่างรถยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์นำ้มันเชื้อเพลิงทั่วไป ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้า เริ่มมีอัตราการแข่งขันที่สูงกว่า
• นโยบายการส่งเสริมของรัฐบาล ในบางประเทศใช้สิ่งนี้เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ไม่ได้ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลไปถึงการจราจรในเมืองใหญ่ หรือตามหัวเมืองในต่างจังหวัด บางเขต และบางรัฐอีกด้วย นอกเหนือจากนี้คือมลพิษในท้องถนนที่ลดลง ส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมในประเทศไปอีก
• กระแสการอนุรักษ์โลก เป็นแน่นอนที่กระแสนี้จะเป็นที่นิยมไปทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทยด้วยเช่นกัน คนเมืองหรือบางจังหวัดที่ประสบปัญหา pm 2.5 ที่มีอนุภาคอันน้อยนิดแต่ส่งผลต่อสภาวะแวดล้อมอย่างมาก เชื่อได้เลยว่าหลายคนคงจะเบื่อกับปัญหาเหล่านี้เป็นที่สุด
• บางประเทศมีการส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์ไฟฟ้า ถ้าหากรถยนต์ที่ใช้นำ้มันเชื้อเพลิงมีสถานีบริการนำ้มันคอยบริการกันอยู่ทั่วทุกที่ รถยนต์ไฟฟ้าก็มีสถานีชาร์จพลังงานไว้เป็นโครงสร้างหลักเช่นกัน การคาดการณ์ของหลายฝ่ายจากหลายๆประเทศให้ความคิดในแนวเดียวกันว่าสถานีชาร์จจะมาแทนที่สถานีให้บริการน้ำมันในอนาคตอย่างแน่นอน
ในบางประเทศ เช่น แคนาดา ไต้หวัน ฝรั่งเศส หันมาใช้นโยบายทยอยลดการขับขี่รถยนต์น้ำมัน ซึ่งตั้งเป้าให้สำเร็จในปี 2040 ด้วยเหตุผลนี้ ยอดการขายรถยนต์นำ้มันจึงได้ชะลอตัวลง เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายเพิ่มขึ้นแทน
ในประเทศไทยเรา ฝ่ายรัฐบาลก็ได้เริ่มมีการสนับสนุนในหลายด้าน ข้อมูลจากปี 2018 ระบุว่า รัฐบาลมีการสนับสนุนการลงทุนในส่วนนี้ อีกทั้งยังมีการลดภาษีเงินได้ และมีการคาดการณ์ว่า ในปี 2036 ในไทยแลนด์ของเราจะมีรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 120,000 คัน พร้อมทั้งสถานีบริการชาร์จพลังงานประมาณ 690 แห่งทั่วประเทศ
ในอนาคต ทั้งโลกจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง บนท้องถนน จะมีแต่ยานยนต์ไฟฟ้า และการผลิตไฟฟ้าจะเข้ามาแทนที่น้ำมัน โลกของวิทยาศาสตร์ยานยนต์ในด้านไฟฟ้าจะเป็นหลักของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และสิ่งที่สำคัญที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ก็คือ “ธรรมชาติที่สมดุลขึ้น”
“Infinite development drive by Swivel” “Everything Are Swiveling”
ติดตามเราเพิ่มเติม พร้อมทั้งรับข้อมูลข่าวสารจาก Swivel และเป็นครอบครัว Swivel กับเราได้ที่
เรียนรู้เพิ่มเติม
https://line.me/R/ti/p/%40389lojop
ความคิดเห็น

Happy Life 😊

ขอบคุณครับ แวะมาติดตามครับ
29 พ.ย. 2019 เวลา 13:52

TRIZ Innovation

ความรู้เน้นๆ ติดตามด้วยคนครับ
23 พ.ย. 2019 เวลา 02:50

เล่าหุ้นให้มันง่าย

มันก็เป็นจุดเปลี่ยนครับ ผมเคยดู heart of the sea ยุคนั้นพลังงานได้จากน้ำมันวาฬ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิง ก่อนที่จะค้นพบน้ำมันดิบ คนยุคนั้นก็ใช้น้ำมันวาฬ แต่พอค้นพบน้ำมันดิบ ก็เริ่มเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม น้ำมันวาฬ ก็หมดความนิยมไปครับ จากมีราคา ก็กลายเป็นไม่มีราคา ผมมองมาที่ปัจจุบัน ถ้าความต้องการของผู้บริโภคไปทางไหน ถึงตอนนั้นน้ำมันที่ใช้อยู่ก็อาจหมดความนิยมเช่นกัน เพราะคนยุคใหม่ ตระหนักถึงปัญหาโลกร้อน ต้องเยียวยาด่วนๆเลยครับ
16 พ.ย. 2019 เวลา 15:46

SWIVEL

น่าคิดนะครับ
16 พ.ย. 2019 เวลา 15:58
1