12 พฤศจิกายน เวลา 11:17Opinion

อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น

...การจ้างงานเพื่อรับสังคมสูงวัยขั้นสุดยอด ?

คาดกันว่าในปี 2574 คนไทยทุกๆ 20 คนจะรับภาระดูแลผู้สูงอายุที่มีสภาวะติดบ้านติดเตียง 1 คน(1)..ล่าสุด มหาดไทยมีการประกาศระเบียบการจ้างงานในท้องถิ่น เพื่อดูแลผู้สูงวัยเหล่านี้ ในนาม"อาสาบริบาลท้องถิ่น" จึงขอชวนคิดว่าสิ่งนี้ตอบโจทย์หรือไม่ อย่างไร

แรงบันดาลใจ เกิดจากการพบ ความลำบากใจรายวัน ระหว่างญาติผู้ดูแล กับฝ่ายโรงพยาบาล ในการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยซึ่งผ่านช่วงวิกฤติแต่กลายเป็นติดเตียง

ผู้ป่วยเหล่านี้มักเป็นผู้สูงวัย เนื่องจากการฟื้นตัวของสมองภายหลังการเผชิญวิกฤติเกิดได้น้อย...

ฝ่ายญาติก็น่าเห็นใจ ที่สภาวะเศรษฐกิจบีบคั้น มีลูกน้อยเช่นนี้ การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่เจาะคอ, มีสายยางให้อาหาร กระทบชีวิตอย่างมาก

ฝ่ายโรงพยาบาลก็น่าเห็นใจ ที่จำนวนผู้ป่วยวิกฤติกว่าก็ต้องการเตียง..

ดูเป็นปัญหาที่ไม่มีทางออก จนเมื่ออ่านเจอข่าวนี้จึงหยิบยกมาสรุป และค่ะ

🌻 สรุปสาระสำคัญของ "อาสาสมัครบริบาลท้องถิ่น"

🍀ชื่อว่า "อาสาสมัคร" แต่มีค่าตอบแทนรายเดือนให้ 5000 ถึง 6000 บาท ในลักษณะว่าจ้างจากองค์การบริหารท้องถิ่น (ไม่ได้บรรจุราชการ)

🍀 ผู้มีสิทธิสมัครคือ ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไปที่ไม่มีเงินเดือนประจำ (ดังนั้น ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น พนักงานบริษัท จึงสมัครไม่ได้ค่ะ) และมีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านในพื้นที่

🍀 ต้องผ่านการฝึกอบรม 70 ชั่วโมงของกรมอนามัย ก่อนจะได้รับเงินเดือน 5000

หลังจากนั้นภายใน 3 ปีต้องผ่านการอบรม 50 ชั่วโมงและสอบผ่านจะได้เป็น "นักบริบาลชุมชน" จึงจะได้ต่อสัญญา และได้เพิ่มเงินเดือนเป็น 6000

🍀ภาระงานคือการช่วยเหลือการดำเนินชีวิตผู้สูงอายุติดบ้าน(เช่น ออกไปซื้อของ ไปพบแพทย์เองไม่ได้) ในระดับ หรือการดูแล 'พื้นฐาน' เช่นช่วยอาบน้ำ ป้อนอาหาร ผู้ป่วยติดเตียง..วันละ 8 ชั่วโมง 20 วันต่อเดือน

🍀 แต่ละตำบลมีโควตาตำแหน่งอาสาฯ 1 คนต่อจำนวนผู้สูงอายุที่ติดบ้านติดเตียงในท้องที่ 2 คน

รายละเอียดอ่านได้ในอ้างอิงที่ (2) และ (3) ค่ะ

🌻 ความเห็นส่วนตัว

🍀 รูปแบบนี้มีที่มาจาก 'ลำสนธิโมเดล' ของ นพ.สันติ ลาภเบญจกุล เพื่อแก้ปัญหาผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล สมัยท่านเป็น ผอ.รพ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี ซึ่งประสบความสำเร็จดีมาก ด้วยแนวคิด "คนในชุมชนไม่ทิ้งกัน" (4)

ข้อดีคือโมเดลนี้ผ่านการปฎิบัติจริงในชุมชนหนึ่งมาแล้ว จึงน่าจะมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าโมเดลที่นำมาจากต่างประเทศ โดยยังไม่เคยทดสอบกับบริบทไทยเลย

🍀 ดูจากค่าจ้างกับภาระงาน ตกชั่วโมงละ 32 บาท (5000 บาท/(8×20 ชั่วโมง) แล้วก็ยอมรับว่า จัดเป็น 'อาสาสมัคร' มากกว่าจะเรียกว่า 'อาชีพ'ค่ะ

จึงเป็นความท้าทายว่า ในแต่ละชุมชนจะมี 'จิตอาสา' มากน้อยเพียงไร

🍀 มีการอบรมที่ดูจะเข้มข้นทีเดียว คือ 70 ชั่วโมง ต่อด้วย 50 ชั่วโมง และมีการสอบด้วย

จึงไม่แน่ใจว่าจะเป็นข้อให้ผู้มาสมัครท้อใจหรือไม่ ต้องดูกันต่อไป และอยากให้เน้นปฎิบัติมากกว่าทฤษฎีค่ะ

🍀 ศักยภาพในการดูแลแบบ 'พื้นฐาน' ที่ไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์การแพทย์

อาจไม่ตอบโจทย์ผู้ป่วยที่สร้างความลำบากใจนัก เนื่องจากมักเป็นผู้ต้องการดูแลซับซ้อนขึ้น เช่น ดูดเสมหะ, ดูแลท่อให้อาหาร, ดูแลแผลกดทับ แต่ก็อาจ 'บรรเทา' งานของวิชาชีพลงได้บ้าง

⭐ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ เห็นประกาศนี้แล้วคิดอย่างไรคะ ยินดีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 🙂

Reference:

1.สำนักงานสถิติแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

2.https://www.nmt.or.th/gallery/detail/428

3.dn.core-website.com › backendPDF

Untitled

4.https://www.nationalhealth.or.th/node/993

45
ChinChiĺĺChiK
ตอนนี้ก็มีโครงการ "นางฟ้าชุมชน" คะที่ทำกิจกรรมดูแลผู้ป่วยติดเตียงในชุมชนคะ ที่คอยให้คำแนะนำ ความรู้แก่ญาติผู้ป่วย อีกทั้งยังมีการมอบเตียงให้กับผู้ป่วยที่มีแผลกดทับด้วยคะ เพื่อลดการเกิดแผลกดทับ ซึ่งผลเป็นที่น่าพอใจมากคะ
13 พฤศจิกายน เวลา 16:16
1
ChinChiĺĺChiK
นางฟ้าชุมชน เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2560 คะ ปัจจุบันก็ยังมีการดำเนินงานต่อเนื่องเพื่อขยายผลไปสู่กลุ่มอื่นด้วยคะ
13 พฤศจิกายน เวลา 16:24
1
หมอสมองประจำบ้าน
มีวิธีดูแลอาสาสมัครอย่างไรบ้าง น่าสนใจค่ะ
14 พฤศจิกายน เวลา 01:01
1
ChinChiĺĺChiK
จากที่เห็นในเฟส นางฟ้าชุมชน เค้าจะให้พยาบาลมาให้ความรู้กับญาติผู้ป่วยและจะตรวจผลตามเวลาคะ
14 พฤศจิกายน เวลา 01:52
1
SaraUpdate
เรียกว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีค่ะ เห็นเป็นรูปเป็นร่างก่อน อะไรที่เป็นข้อปัญหาก็ค่อยปรับค่อยแก้ไขไปค่ะ
13 พฤศจิกายน เวลา 14:41
1
หมอสมองประจำบ้าน
ใช่ค่ะ ทุกอย่างต้องมีจุดเริ่มต้น
14 พฤศจิกายน เวลา 01:02
Fatboy Slim
เอาท์ซอร์สบริบาล
13 พฤศจิกายน เวลา 06:50
1
หมอสมองประจำบ้าน
ประมาณนั้นค่ะ🙂
14 พฤศจิกายน เวลา 01:02
ถ้าใจเราดี..อะไรๆก็ดีไปหมด
น่าติดตามมากเลยครับ โครงการมีประโยชน์มาก👍💕
13 พฤศจิกายน เวลา 06:48
1
14 พฤศจิกายน เวลา 01:03
Dream School ⭐️
ต่อไปจะเป็นสังคมผู้สูงอายุ ดรีมว่าเป็นโมเดลที่น่าไปลองทำในชุมชนอื่นเพิ่ม ถ้าใช้คอนเซปว่าคนในชุมชนไม่ทิ้งกัน ทำได้อยู่แล้วค่ะ ☺️
13 พฤศจิกายน เวลา 03:03
1
หมอสมองประจำบ้าน
ที่จริงแลกเป็นจำนวนชั่วโมง เก็บไว้ให้ตัวเองตอนอายุมากก็น่าสนใจค่ะ
14 พฤศจิกายน เวลา 01:04
1
หมู 500
อสบ.ที่อบรมและมีประสบการณ์แล้วคงถูกว่าจ้างไปดูแลที่ให้ค่าจ้างสูงกว่า-ในกท.ให้ค่าจ้างถึง2หมื่นห้า
13 พฤศจิกายน เวลา 00:15
1
หมอสมองประจำบ้าน
เป็นมุมมองการณ์ไกลที่น่าสนใจมากค่ะ ยิ่งได้รับเคสมาก ถ้าใส่ใจ เรียนรู้เต็มที่ก็ยิ่งเก่ง ค่าตัวสูงตามทักษะไปด้วย
13 พฤศจิกายน เวลา 01:55
1
หมู 500
ที่บ้านต้องจ้างผู้ช่วยมาดูแล แต่ก็ยังต้องเปลี่ยนบ่อยๆครับ
13 พฤศจิกายน เวลา 03:08
1
Si nin
ขอบคุณข้อมูลดีๆที่นำมาแบ่งปันนะคะคุณหมอ
12 พฤศจิกายน เวลา 18:24
1
13 พฤศจิกายน เวลา 01:54
เรื่องเล่าจากดาวนี้
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันนะคะคุณหมอ 😆
12 พฤศจิกายน เวลา 18:18
1
13 พฤศจิกายน เวลา 01:53
1
หมอเมา เล่าว่า
เป็นงานที่ต้องใช้ใจจริงๆ ครับ ใจต้องมาก่อน ใจที่มีจิตอาสา ใจที่อยากดูแล ใจที่อยากช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
12 พฤศจิกายน เวลา 16:05
1
หมอสมองประจำบ้าน
การมีใจช่วยเพื่อนมนุษย์ สำคัญมากค่ะ ในต่างประเทศเช่นอเมริกา ประวัติการเป็น volunteer ในโรงพยาบาลหรือ hospice สามารถใส่ใน CV ตอนสมัคร medical/nursing school ได้
13 พฤศจิกายน เวลา 01:53
1
หมอเมา เล่าว่า
สุดยอดเลยครับ
13 พฤศจิกายน เวลา 02:09
ลำพูนดำ
เป็นเรื่องที่ดีครับ จะได้เพิ่มทางเลือกสำหรับญาติที่มีผู้ป่วยสูงอายุติดเตียงอยู่ในบ้าน อย่างน้อยก็มาช่วยสับเปลี่ยนให้ได้มีเวลาทำธุระส่วนตัวบ้าง ขอตั้งชื่อย่อว่า “อสบ”นะครับ ถ้ามีจิตใจที่ดี ตั้งใจทำงาน เหมือนได้ทำบุญช่วยเหลือคนที่กำลังเป็นทุกข์ เงินสนับสนุนให้มีค่าจ้างเพิ่มขึ้นน่าจะมาจากกองทุน ที่แฝงอยู่ในกระทรวง สธ.เงินเยอะแยะ หรือถ้าหากญาติผู้ป่วยเขารักและเอ็นดูที่เห็นว่าได้ช่วยเหลือคนที่เขารัก ดีไม่ดีอาจได้ติ๊บเพียบ
12 พฤศจิกายน เวลา 14:00
1
หมอสมองประจำบ้าน
ขอบคุณค่ะ ลืมคิดเรื่องทิปไปเลย แต่จริงๆ ความรู้สึกปิติ น้ำใจเล็กๆ น้อยๆ เช่นชวนกินข้าวด้วยกัน ก็น่าจะอบอุ่นดี 🙂 ภาพลักษณ์รุ่นแรกนี่สำคัญต่อรุ่นต่อๆไปมากเลยค่ะ
12 พฤศจิกายน เวลา 14:04
1